วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เนื่องในโอกาส 24 มิถุนาฯ 2475

ย่ำรุ่งมิถุนายน โดย ไม้หนึ่ง ก.กุนที
จากเว็ป ประชาไท

1. แทงลึกลงหมุดสุดแผ่นดิน
ปักพินเป็นของปวงชนสยาม
คณะราษฎรปลุกวีรกรรม24
มิถุนากระทำการ

2 หมุดเหล็กตอก 2475
ตรึงปักนัคราเป็นหลักฐาน
เบิกทางตีนตัดถนนต้นตำนาน
ปณิธาน “ประชาธิปไตย”

3 รุกรับกับปฏิกิริยา
ชนะแล้วรวนกระแสมาแพ้พ่าย
ซากโบราณกลับฟื้นสุดลมหายใจเ
กิดอสูรภายแฝงเร้นรัฐ

4 แทรกสนิมซึมกัดหมุดเหล็กกร่อน
ปกครองประชากรโดยอสัตย์
เศรษฐกิจล้าหลังโทมนัส
ไม่สามารถอภิวัฒน์ตามโลกา

5 ทุกชุมชนมีแต่เครือข่ายอำมาตย์
ทุนขวาจัดเสริมด้วยซ้ายไร้เดียงสา
แต่งวิเคราะห์สังคมจมมายา
ว่าชนชั้นศักดินาไม่ดำรง

6 คือฝูงทาสคงจงรักกับนายทาส
ม้วนรัดชาติชูโมหะจริตหลง
ชีวทรรศน์กระบวนทรรศน์ไม่ซื่อตรง
ทั้งประเทศกลายเป็นผงรอฝ่าตีน

7 ราษฎรปักหมุดหมายมากี่ปี
การกดขี่ไม่เห็นจะจบสิ้น
ยังยากจนทนทุกข์ขลุกโคลนดิน
ต้องพออยู่พอกินนั้นเพื่อใคร?

8 มาเถิดมา พี่น้อง ผองคนทุกข์
ไม่รบรุกคงไม่อาจเห็นฟ้าใหม่
ร่วมกันสู้สู่อุษาแสงอุทัย
ทวงประชาธิปไตยของปวงชน

9 มาเถิดมา พี่น้อง ผองคนทุกข์
ไม่รบรุกคงไม่อาจเห็นฟ้าใหม่
ร่วมกันสู้สู่อุษาแสงอุทัย
ปักหมุดใหม่อีกอันให้ถาวร!

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Don't Think Twice, It's Alright.





















There's nothing in between What we are, what we see.

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

มาทีละห่า

พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 พ.ค. 2552 หลังจากฟ้ารั่วมาร่วมสองสัปดาห์ติดต่อกันิแม่งตกได้ทุกวัน ตกทีมาเป็นห่า เมื่อไหร่วงการอุตุนิยมวิทยาไทยจะพยากรณ์รายชั่วโมงต่อพื้นที่หรือเมืองๆหนึ่งได้เสียทีว๊ะ??!!
(ใกล้วันจะไปทะเลแล้วด้วยซิ ลุ้นชิพหาย ...ตกมาแม่งให้หมดเลย!! แต่อย่าตกวันอังคารนี้นะมึง!!)



แผนที่อากาศประจำวันที่ 23 พ.ค. 2009



ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนจากสถานีต่างๆ (ดูแล้วค่อยโล่งใจหน่อย)



แต่นี่ซิพอดูแผนที่แผนที่ลมชั้นบน ระดับ 925 hPa ประกอบกับภาพถ่ายดาวเทียมแล้วก็ยังไม่น่าวางใจ

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันฟ้าหม่น

เช้าของวันที่12พฤษภา ขยับเปลือกตาขึ้นมาหาแสงสุริยา "หายไปไหน มันหายไปไหน!!"
เสียงฝนโปรยพรำๆลงบนยอดหญ้า สูดกลิ่นไอดิน คละคลุ้งด้วยไอน้ำฟ้า ...ชื่นใจ

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

วันว่างและงานบอล

หลังจากดองเค็มฟิล์มม้วนนี้มาเนสียนานแสนร่วมสี่เดือนกว่า ตั้งแต่มกรายันเมษา ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ได้ชัยออกไปไถให้มันสิ้นม้วนม้วยมรณากันเสียที 

เริ่มกันที่รูปสุดท้ายก่อนแล้วกัน เหตุมันเกิดเนื่องจากกระแสความร้อนที่แผ่ซ่านซาบเข้าถึงขั้วหัวนม ในระหว่างที่กำลังจะตัดสินใจกลับเพราะทานทานความร้อนไม่ได้อีกต่อไปก็พลันเหลือบไปเห็นป้ายชายหนุ่มหญิงสาวกำลังอาบน้ำร่วมท่อ แต่เห๋ย!!  ไฉนมันถึงมีงานอาร์ตๆ ของคนอื่นเข้ามาร่วมด้วย กลายเปนการผสมผสานอย่างลงตัวของความเปน formal และ informal หรือระหว่าง official กับ unofficial แต่ใน"ความเปนระหว่าง" สัญญะที่ปรากฏกลับเปนuniversal ที่ทุกคนรับรู้ว่ามันคือ street art ยิ่งไปกว่านั้นมันเปนstreet art ที่ได้รับอิทธิพลมาจากกระแสglobalizationท่ามกลางการเคลื่อนตัวของทั้งทุนมนุษย์และทุนทางการเงิน ไม่ปรากฏเฉพาะเพียงป้าย หากสังเกตให้ดีรอบตัวคุณ รอบๆสวนและตลาดนัดจตุจักร ล้วนหลีกไม่พ้นอิทธิพลเช่นที่ปรากฎในป้ายนี้ทั้งสิ้น

รูปถัดไป ผมเห็นคฑาชายคนนี้นั่งหลบลมร้อนรับไอเย็นๆริมสระน้ำในสวนจตุจักร ถ้าจะให้ผมส่งประกวดวิธีการแก้ไขปัญหาอากาศร้อนเปนเบื้องต้น ผมว่าพี่คนนี้แกอัฉริยะที่สุดแล้ว ซึ่งผมพบว่ามันจริง!! เพราะหลังจากเดินผ่านสวนเข้าไปในตลาดผมก้อพบว่าทั้งคนไทยหัวดำ ฝรั่งหัวแดง และเด็กแว้นหัวทองเดินถอดเสื้อไม่ก้อใส่เสื้อผ้าแหว่งๆแว้นๆเต็มไปหมด คงไม่ค่อยมีใครจะมานั่งบ้าใส่เสื้อแขนยาวอยู่กลางจตุจักร ยกเว้นก้อแต่คนที่ต้องอยู่กลางแสงแดดจัดจ้านโดยตรงตลอดเวลาก้อเท่านั้นเอง 

หลังจากตัดสินใจเข้าไปทำการพูดคุยกับแกสักหน่อย ผมก้อได้พบประกายแห่งความเปนซุบเปอร์สตาร์ในตัวของแก ระหว่างผมเข้าไปพูดคุย แกก้อหยิบยาเส้นออกมาพันกับกระดาษแล้วม้วนมันเปนแท่งอย่างชำนิชำนาญ   กลักไม้ขีดถูกล้วงออกมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของแก    ไม่มีใครทราบได้ว่ามันออกมาจากส่วนใด    แสงไฟประกาบพรึ่บ!    กลิ่นควันคลุ้งเคล้า    ดูออกรสออกชาต    แกค่อยๆละเมียดควันเข้าปอดอย่างพิถีพิถัน  ทุกขั้นตอนดูมีสุนทรีย์อยู่ภายใน หาใช่เพียงการปั๊มลมควันเข้าออกปอดเยี่ยงสามัญชนทั่วไป

ผมแอบมองท่วงท่าในการลิ้มรสละมุนของยาเส้นยาพิถีพิถัน  ทันใด้นั้น ปรากฎภาพขึ้นในหัวผม  ในชีวิตของคนเราย่อมมีภาพเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างที่มันสร้างผลกระทบในทางจิตใจให้แก่ตัวคุณเสมอ อาจเปนภาพงานประติมากรรม ที่เมื่อคุณเห็นปึ๊ปคุณรู้สึกได้ถึงพลังที่อยู่ภายในของมัน และเมื่อผมเห็นบุรุษท่านนี้กำลังละเมียดยาเส้นมันทำให้ผมเกิดภาพซ้อนภาพ เปนภาพตัวแทน(re-presentation)ของHugh Jackmanกำลังละเมียดยาเส้นอย่างละเมียดละไมในภาพยนต์เรื่องAustralia

ถัดมา รูปนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญระหว่างที่ผมกำลังแพนกล้องไปทางธนาคารทหารไทย แต่ทันใดนั้นไอ้เจ้านกพิราบมันก้อกระพือปีกขึ้นแล้วโฉบผ่านหน้ากล้องมาพอดี ผมเลยรีบตัดสินใจ ลั่นชัตเตอร์ เลยได้รูปออกมาเช่นนี้แล

รูปนี้ผมขอให้ชื่อว่า "วันว่าง" คือยังงี้ ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาผมเกือบออกอาการจิตประสาทเพราะทนกับสภาพความร้อนไม่ไหว มีวันหนึ่งถึงขนาดจิตตกจนร้องไห้มาแล้ว ผมก้อมานั่งทบทวน "กูเปนอาไรของกูว๊ะ!!" จนมาได้คำตอบเมื่อเรียกสติกลับคืนมาได้ว่า "กูร้อน! มันเปนเพราะอากาศร้อนนั่นเอง" และเมื่อผมได้มาเห็นผู้คนนั่งพักกินข้าว หนุนตักกันใต้ร่มไม้ เอนอิงอ่านข่าวสารบ้านเมือง มนทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองนี่ช่างบ้องตื้นจิงๆ กับอีแค่การหาทางแก้ปัญหาอากาศร้อนแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วมึงจะไปทำอะไรกินว๊า ดูอย่างพี่Hugh Jackman JJ. ที่กำลังนั่งทอดกายปล่อยอารมณือยู่ริมบึงน้ำ แกยังรู้จักวิธีการแก้ปัญหาเปนเบื้องต้นของแกเลย ไม่ว่าจะเปนหาเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย บางเบา อากาศถ่ายเทได้ดี การนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมน้ำก้อช่วยได้เยอะ ไอเย็นจากผืนน้ำ และออกซิเจนบริสุทธิ์ ของเหล่านี้ไม่ต้องเสียตังค์สักบาท ...ทำไมกูคิดไม่ได้ว๊าาา??
ที่เหลือตอนต้นฟิล์มก้อจะเปนรูปตอนไปงานบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ โดยที่ครึ่งกลางของม้วนฟิล์มสูญเสียรูปไปเพราะอีตัวกรอฟิล์มมันโชว์ว่า
"กูกรอหมดแล้วน้าา...มึงเอาฟิล์มออกได้เลย" 
ทีนี้พอเราเปิดมา แม่งหราเลย ฟิล์มคาอยู่เต็มๆ แต่โชคดีที่มันดันเปนครึ่งกลาง หัวกับท้ายเลยรอดมาได้ 
ตัดใจ!!...เอาไปให้พี่ที่ร้านซ่อมกล้องตรงข้ามเซ็นฯลาดฯเค้าเช็ค
"มันน่าจะเปนที่ตรงมอเตอร์ง่ะไอ้น้อง ลองฟังเสียงดูจิ...งึ?" 
ว่าแล้วแกก้อคืนกล้องมาให้ผม 
"เจองี้ผมแม่งเซ็งว๊าา...เปลี่ยนมอเตอร์เท่าไหร่ว๊าเพ่??"
ผมถามด้วยความฉงน - "ร่วมๆสองพันได้ง่ะไอ้น้อง...ฮึๆๆ!!"
"งั้นไว้โอกาสหน้าแล้วกันเพ่...พอดีรีบ!! เหอๆ"

เก๊กนี้ท่าเดียวไอ้ฟริ้นจับกล้องล่อไปห้าช็อต โอ้วพระเจ้า!! พอล้างออกมาปั๊ป ปรากฏมีรูปใช่ได้แค่รูปเดียว "กรรมเจงๆ...ฟริ้นส์เอ้ยยย!!"
ศึกปะทะแข้งปีนี้ระหว่างศิษย์สามย่านเจอโก๋ท่าพระจันทร์ ผลปรากฏ โก๋ท่าพระจันทร์ชนะไปสอง-ศูนย์ขาดแล้วสบายแฮ นะเค้อบบบบบ....
ไม่น่าเชื่อจริงๆว่ารูปนี้จะออกมาได้ อยากบอกว่าความเร็วชัตเตอร์ต่ำมั่กๆ ชาวบ้านชาวช่องเค้าใช้แฟลชยิงกัน ชวับส์ๆ!! กูจนจัด แฟลชก้อไม่มี ขาตั้งกล้องก้อเจ๊ง เลยไม่มีใช่ แ สงก้อน้อยเหลื๊ออเกิน แต่อีพี่ตุนนี่ซิ เค้าอยากได้ เอาว๊ะ...จัดไป!!  ผลออกมา......"แม่งเสือกได้เว้ย ฟลุ๊กโคตร เปนบุญของพี่ตุนแท้ๆ!!" ใครมาเจอะมาเจอรูปนี้ก้อขอให้ช่วยกันอนุโมทนาแกพี่ตุนแกด้วยแล้วกัน ............สาาาาาาธุ!!!

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ความไว้วางใจ

*มีเพื่อนรักอยู่ 3 คน คือ ความหวัง ความรัก และ ความไว้วางใจ

ความหวัง ได้บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า .... ถ้าหากฉันหายไป ....
เพียงพวกเธอใช้เวลาจุดไฟแห่งความหวังขึ้นมา ฉันก็จะกลับมา!!!!

ส่วนความรัก บอกกับเพื่อน ว่า .... ถ้าหากฉันหายไป .... เธออาจต้องใช้เวลานานเพื่อ "รอ" ฉันสักสักหน่อย แล้วฉันจะกลับมา!!!

ส่วนความไว้ใจ บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า หากฉันหายไป.......


ไม่ต้องรอฉันนะ เพราะพวกเธอจะไม่มีวันได้พบฉันอีกเลย!!!!!


แม้ ความหวัง ความมุ่งมั่นมานะ จะหมดหรือดับไป........ คุณยังอาจจุดประกายแห่งความมุ่งมั่นนั้นได้!!!! --- ขอเพียงคุณมีแรงดลใจ
หรือแม้คุณอกหักหรือผิดหวัง แต่ความรักก็ยังพร้อมจะเกิดขึ้นใหม่ และเจริญงอกงามต่อไปได้เสมอ

แต่ .... "ความไว้วางใจ" นั้น .... เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า หรือ ลูกน้อง

ถ้าหากคุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป......
คุณจะไม่พบมันอีกเลย ในความสัมพันธ์ระหว่างคุณ และเขา
------------------------------------

ทันทีที่อ่านจบ ความกลัวก็เข้าเกาะกุมจิตใจ
"มันเปนอย่างที่เขาว่าจริงหรือนี่!!"
ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริง อย่างน้อยๆความกลัวก็ได้เกิดขึ้นแล้วจริง
"ทำไงดีล่ะคราวนี้"
การสร้างความไว้วางใจไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆเหมือนการลงคะแนนไม่ไว้วางใจในสภา
ตรงกันข้าม กลับต้องใช้เวลาในการสะสมทีละเล็กทีละน้อย
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมชาวบ้านในถิ่นห่างไกลถึงยอมรับผู้แทนของเค้าไม่ว่าเค้าจะเปนคนดีหรือคนชั่วตามกรอบกฏหมายหรือตามจริยธรรมของคนชั้นกลาง

ทันทีที่วงจรแห่งความไว้วางใจพังลง กำแพงแห่งความไม่ไว้วางใจจะก่อรูปขึ้นมาทันที
มันหนา มันทึบ อยากที่จะมองข้ามเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจได้
ไม่ว่าคุณจะทุบ จะตี จะแทง จะเจาะ จะเซาะ อย่างไร ก็ยากที่จะทำให้มันทลายลงไปได้
คุณจะทุบมันด้วยเหตุผล ตีมันด้วยความอ้อนวอน หรือเจาะมันด้วยความสัมพันธ์อย่างไรก็ตามแต่
ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้

ใช่!! "ทำไงดีล่ะคราวนี้"

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติในชีวิต เราทุกคนมักจะมีสิ่งแรกให้คิดเสมอ ไม่ว่าจะเปนคนๆแรกที่คิดถึง สัตว์ตัวแรกที่จะคิดถึง สิ่งของชิ้นแรกที่จะคิดถึง
"....ใช่!! คาลิล ยิบรานไงล่ะ"
งานนี้ต้องคาลิลเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ กำแพงนรกนั่นมันจะได้พังลง วงจรแห่งความสมบูรณ์พูลทรัพย์ เอ้ย!พูลสุขก้อจะกลับเข้ามาอีกครั้ง
"ไหนดูซิมันว่าไง..."

"Than said Almitra, Speak to us of Love.
And he raised his head looked upon the (idiot man). And with a great voice he said:

...When love beckons to you, follow him,

Though his ways are hard and steep.

And when his wings enfold you yield to him,

Though the sword hidden among his pinions may wound you.

And when he speaks to you believe him,

Though his voice may shatter your dreams as the north wind lays waste the garden."


"........But if your fear you would seek only love's peace and love's pleasure,

Than it is better for you that you cover your nakedness (!!!อื้มหืมมม) and pass out of love's threshing-floor,

Into the seasonless world where you shall laugh, but not all of your laughter, and weep, but not all of your tears."

"And....think not you can direct the course of love, for love, if it find you worthy, direct your course.
Love has no other desire but to fulfil itself."


โอ้.... Almustafa ข้าขอบขอบใจเจ้าเหลือหลายที่ช่วยทลายกำแพงแห่งความไม่ไว้วางใจลงในวันนี้
แต่...ข้าก็หาได้มั่นใจว่า มันจะสูญสิ้นไปไม่ผุดขึ้นมาใหม่เหมือนดั่งดอกเห็ด
แม้กระทั่งจิตใจของข้าเอง ข้าเองก้อยังไม่ไว้วางใจ แล้วข้าจะไว้วางใจคนอื่นได้อย่างไร
เจ้าจะให้ข้าตามเสียงเรียกของมันไปได้อย่างไร จะให้ข้าเชื่อมันได้อย่างไร

หรืออาจจะจริงอย่างที่เจ้าว่ามันไม่ใช่ความต้องการอะไรอื่นเลย นอกเสียจากการทำตนเองให้สมบูรณ์
นั่นคือทำให้วงจรมันสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่

เพราะฉะนั้น คำตอบของปัญหาทั้งหมดจึงอยู่ที่ว่า...
"ข้าทำตนเองให้สมบูรณ์แล้วหรือยัง โดยไม่ต้องคิดถึงสิ่งอื่นใด
เพราะ Yesterday is history, tomorrow is a mystery,
but today is a gift. That is why it is called the "present."**





-------------------------------------------------------------
*(อ้างในexpert2you.com/view_article.php?art_id=1431 - 15k)
**ขอบคุณบล็อคของวชิราที่หยิบยกขึ้นมาพูดเคาะกะโหลกอีกครั้งหนึ่ง