*มีเพื่อนรักอยู่ 3 คน คือ ความหวัง ความรัก และ ความไว้วางใจความหวัง ได้บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า .... ถ้าหากฉันหายไป ....
เพียงพวกเธอใช้เวลาจุดไฟแห่งความหวังขึ้นมา ฉันก็จะกลับมา!!!!
ส่วนความรัก บอกกับเพื่อน ว่า .... ถ้าหากฉันหายไป .... เธออาจต้องใช้เวลานานเพื่อ "รอ" ฉันสักสักหน่อย แล้วฉันจะกลับมา!!!
ส่วนความไว้ใจ บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า หากฉันหายไป.......
ไม่ต้องรอฉันนะ เพราะพวกเธอจะไม่มีวันได้พบฉันอีกเลย!!!!!
แม้ ความหวัง ความมุ่งมั่นมานะ จะหมดหรือดับไป........ คุณยังอาจจุดประกายแห่งความมุ่งมั่นนั้นได้!!!! --- ขอเพียงคุณมีแรงดลใจ
หรือแม้คุณอกหักหรือผิดหวัง แต่ความรักก็ยังพร้อมจะเกิดขึ้นใหม่ และเจริญงอกงามต่อไปได้เสมอ
แต่ .... "ความไว้วางใจ" นั้น .... เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า หรือ ลูกน้อง
ถ้าหากคุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป......
คุณจะไม่พบมันอีกเลย ในความสัมพันธ์ระหว่างคุณ และเขา
------------------------------------
ทันทีที่อ่านจบ ความกลัวก็เข้าเกาะกุมจิตใจ
"มันเปนอย่างที่เขาว่าจริงหรือนี่!!"
ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริง อย่างน้อยๆความกลัวก็ได้เกิดขึ้นแล้วจริง
"ทำไงดีล่ะคราวนี้"
การสร้างความไว้วางใจไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆเหมือนการลงคะแนนไม่ไว้วางใจในสภา
ตรงกันข้าม กลับต้องใช้เวลาในการสะสมทีละเล็กทีละน้อย
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมชาวบ้านในถิ่นห่างไกลถึงยอมรับผู้แทนของเค้าไม่ว่าเค้าจะเปนคนดีหรือคนชั่วตามกรอบกฏหมายหรือตามจริยธรรมของคนชั้นกลาง
ทันทีที่วงจรแห่งความไว้วางใจพังลง กำแพงแห่งความไม่ไว้วางใจจะก่อรูปขึ้นมาทันที
มันหนา มันทึบ อยากที่จะมองข้ามเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจได้
ไม่ว่าคุณจะทุบ จะตี จะแทง จะเจาะ จะเซาะ อย่างไร ก็ยากที่จะทำให้มันทลายลงไปได้
คุณจะทุบมันด้วยเหตุผล ตีมันด้วยความอ้อนวอน หรือเจาะมันด้วยความสัมพันธ์อย่างไรก็ตามแต่
ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปได้
ใช่!! "ทำไงดีล่ะคราวนี้"
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติในชีวิต เราทุกคนมักจะมีสิ่งแรกให้คิดเสมอ ไม่ว่าจะเปนคนๆแรกที่คิดถึง สัตว์ตัวแรกที่จะคิดถึง สิ่งของชิ้นแรกที่จะคิดถึง
"....ใช่!! คาลิล ยิบรานไงล่ะ"
งานนี้ต้องคาลิลเท่านั้นที่จะช่วยเราได้ กำแพงนรกนั่นมันจะได้พังลง วงจรแห่งความสมบูรณ์พูลทรัพย์ เอ้ย!พูลสุขก้อจะกลับเข้ามาอีกครั้ง
"ไหนดูซิมันว่าไง..."
"Than said Almitra, Speak to us of Love.
And he raised his head looked upon the (idiot man). And with a great voice he said:
...When love beckons to you, follow him,
Though his ways are hard and steep.
And when his wings enfold you yield to him,
Though the sword hidden among his pinions may wound you.
And when he speaks to you believe him,
Though his voice may shatter your dreams as the north wind lays waste the garden."
"........But if your fear you would seek only love's peace and love's pleasure,
Than it is better for you that you cover your nakedness (!!!อื้มหืมมม) and pass out of love's threshing-floor,
Into the seasonless world where you shall laugh, but not all of your laughter, and weep, but not all of your tears."
"And....think not you can direct the course of love, for love, if it find you worthy, direct your course.
Love has no other desire but to fulfil itself."
โอ้.... Almustafa ข้าขอบขอบใจเจ้าเหลือหลายที่ช่วยทลายกำแพงแห่งความไม่ไว้วางใจลงในวันนี้
แต่...ข้าก็หาได้มั่นใจว่า มันจะสูญสิ้นไปไม่ผุดขึ้นมาใหม่เหมือนดั่งดอกเห็ด
แม้กระทั่งจิตใจของข้าเอง ข้าเองก้อยังไม่ไว้วางใจ แล้วข้าจะไว้วางใจคนอื่นได้อย่างไร
เจ้าจะให้ข้าตามเสียงเรียกของมันไปได้อย่างไร จะให้ข้าเชื่อมันได้อย่างไร
หรืออาจจะจริงอย่างที่เจ้าว่ามันไม่ใช่ความต้องการอะไรอื่นเลย นอกเสียจากการทำตนเองให้สมบูรณ์
นั่นคือทำให้วงจรมันสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่
เพราะฉะนั้น คำตอบของปัญหาทั้งหมดจึงอยู่ที่ว่า...
"ข้าทำตนเองให้สมบูรณ์แล้วหรือยัง โดยไม่ต้องคิดถึงสิ่งอื่นใด
เพราะ Yesterday is history, tomorrow is a mystery,
but today is a gift. That is why it is called the "present."**
-------------------------------------------------------------
*(อ้างในexpert2you.com/view_article.php?art_id=1431 - 15k)
**ขอบคุณบล็อคของวชิราที่หยิบยกขึ้นมาพูดเคาะกะโหลกอีกครั้งหนึ่ง
+colour.jpg)
1 ความคิดเห็น:
รู้สึกเหมือนที่บอก...
ขอให้อีกฟากตราชั่งไม่ใช่กูละกัน
คิดดูแล้วขอครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายดีกว่าถ้าต้องยืนคนละฝัjงกับคนของเราอ่ะ
แสดงความคิดเห็น