วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

realize 13 going on 30

ก้อเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาคือช่วงนี้ไม่ค่อยอยากเขียนอะไรเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่าตัวเองเขียนได้ห่วยแตกมากขึ้นทุกวันๆ คล้ายๆกับคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายก้อยังอยากคุยอยากเขียน เมื่อคืนก่อนได้ดูหนังอีกเรื่องหนึ่ง จิงๆแล้วเรื่องนี้ก้อดูตั้งแต่มันเข้าโรงมาใหม่ๆแล้ว แต่ที่ได้กลับมาดูอีกก้อเพราะเหตุผลเดิมคืออยู่บ้านมันเลยมีตัวชง คือเรื่อง 13 going on 30 ถ้าพูดถึงความรู้สึกแต่เดิมที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก้อบอกได้เลยว่าชอบตั้งแต่แรกแล้ว โดยเฉพาะที่ผู้กำกับเอาเพลงVIENNA ของ Billy Joel มาใส่แทรกได้ตรงจังหวะมาก เรียกได้ว่าเพลงๆเดียวทำหน้าที่ทั้งใส่อารมณ์ให้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก้อสรุปความรู้สึกของตัวแสดงในเรื่อง พร้อมทั้งพาคนดูที่เคยมีความรู้สึกในทำนองเดียวกันนี้ให้คล้อยตามบรรยากาศที่กำลังหม่นหมองให้มหองมัวตามไป อีกจุดที่ชอบเรื่องนี้มาก่อนก้อคือความเปนหนังร่วมสมัยกับเราท่านทั้งหลาย บรรยากาศในยุคปี80มันทำให้อารมณ์ร่วมของคนที่เกิดในช่วงทศวรรษที่1980-90เกิดอารมณ์คึกคักคิดถึงวันวานเก่าก่อนได้ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ความเปนอเมริกันในหนังเรื่องนี้ก้อได้ฉายภาพให้เห็นตามแบบฉบับhollywoodเช่นเคย ไม่ว่าจะเปนภาพของหนุ่มหล่อในยุค80ที่จะต้องทำผมแสกกลางยาวๆและใส่เสื้อวอร์ม หรือการกระโดดขึ้ไปเต้นบนเตียงของเด็กสาว และที่พลาดไม่ได้คือแกีงค์ของสาวเปรี้ยวที่เริ๊ดที่สุดในhigh school มองกลับมาที่บ้านเรา ในช่วงปีพ.ศ.2530-2540 เราก้อจะมีภาพความทรงจำถึงบรรยากาศเก่าๆในยุค "แฟนฉัน" เก็บไว้เปนเสาหลักแห่งความทรงจำที่โดดเด่นหลักหนึ่งที่ทุกคนรับรู้ร่วมกัน และในเสาหลักที่ว่านั้นเชื่อว่าหลายคนจะต้องมีหลักบางหลักที่ถือได้ว่าเปนจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงชีวิต จุดเปลี่ยนที่หลายคนอาจภาคภูมิที่จะจดจำ หลายคนอาจต้องการลบเลือน และอีกไม่ใช่น้อยที่หลงลืมไป13 going on 30 เปนภาพยนต์อีกเรื่องหนึ่งที่จะนำผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจตรวจสอบเส้นทางในช่วงชีวิตที่ผ่านมาว่าเราหลงลืมอะไรไประหว่างเส้นทางอันยาวนานนี้หรือปล่าว หรืออาจเปนการย้อนกลับไปดูความหลัง ความทรงจำ ความผูกพัน ความใฝ่ฝัน ที่เราเคยมีร่วมกัน ทั้งกับคนในครอบครัว เพื่อนพ้องน้องพี่ ครูบาอาจารย์ ว่าจากวันนั้นถึงวันนี้เรายังคงเปนเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปรไปตามกาล ความฝันความตั้งใจที่เคยมีบัดนี้มันเปนไปตามที่เราท่านได้เคยวาดมันไว้ในวัยเยาว์หรือไม่ แล้วถ้าความฝันที่ว่าในวันนั้น วันนี้มันกลายเปนจริงขึ้นมาแต่มันไม่ได้เปนไปตามที่คิดไว้เลยคุณจะทำอย่างไร???ในครั้งนี้ ครั้งที่ผมดูหนังเรื่องนี้เปนรอบที่เท่าไหร่ก้อไม่ทราบได้เพราะดูแล้วดูอีกดูหลายรอบเหลือเกิน สิ่งหนึ่งที่เคยฉุดใจผมให้ล่วงไปแล้วครั้งคือเพลงประกอบภาพยนต์ที่ชื่อ Vienna ซึ่งเที่ยวนี้มันไม่ใช่เพียงแค่ฉุดแต่มันยังกระชากแล้วตบซ้ำ เพี้ย!!ซ้าย เพี้ย!!ขวา ให้ตื่นมานั่งตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเองแล้วถามว่า"เราคือใคร" คำถามนี้เพียงคำถามเดียวก้อเพียงพอที่จะทำให้น้ำใสๆมันซึมออกมาคลอตา ...ครอบครัว ...เพื่อน ...ครูอาจารย์ ...วันนี้เราคือใคร?? เราหลงลืมอะไรบางอย่างไประหว่างทางหรือไม่ หรือเราเองที่แกล้งทำเปนลืม...เวลานี้...เชื่อว่าปี4หลายคนก้อมักจะเกิดชั่ววูปแห่งอดีตที่มักจะปรากฏขึ้นมาสร้างความรู้สึกวิ๋วๆ ให้วูปๆ ตัวผมเองก้อไม่เคยคิดมาก่อนและแม้จะมีคำกล่าวและคำเตือนจากผองพี่ถึงช่วงชีวิตในมหาลัยช่วงสุดท้ายว่ามันแสนสับสน วกวน หม่นมัว เศร้าหมอง เคว้งคว้าง มองไปไม่เห็นทาง วันๆได้แต่นั่งคิดมาคิดไปถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา สุขบ้าง เศร้าบ้าง เฮฮา ปาร์ตี้ ว่ากันไป แต่ในอีกไม่กี่เดือนไม่กี่วันที่จะมาถึงนี้หลายอย่างในชีวิตจะเปลี่ยนไป ความกลัวจึงเข้าเกาะกุม ...บ่อยครั้งที่ไม่เข้าใจ บ่อยครั้งที่หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ แต่สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้อย่างน้อยอาจทำให้เราเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างท่ามกลางความเคว้งคว้าง ซึ่งสิ่งหนึ่งจะพาเรากลับไปทบทวนตัวเราในอดีตและในปัจจุบันขณะได้ดีที่สุดคงไม่พ้น Vienna : Slow down you crazy childYou're so ambitious for a juvenileBut then if you're so smart tell me whyAre you still so afraid?Where's the fire, what's the hurry about?You better cool it off before you burn it outYou got so much to do and onlySo many hours in a dayBut you know that when the truth is toldThat you can get what you wantOr you can just get oldYou're gonna kick off before you even get halfway throughWhen will you realize...Vienna waits for youSlow down you're doing fineYou can't be everything you want to beBefore your timeAlthough it's so romantic on the borderline tonight (tonight)Too bad but it's the life you leadYou're so ahead of yourselfThat you forgot what you needThough you can see when you're wrongYou know you can't always see when you're right(you're right)You got your passion you got your prideBut don't you know that only fools are satisfied?Dream on but don't imagine they'll all come trueWhen will you realizeVienna waits for youSlow down you crazy childTake the phone off the hook and disappear for a whileIt's alright you can afford to lose a day or twoWhen will you realize...Vienna waits for you.And you know that when the truth is toldThat you can get what you wantOr you can just get oldYou're gonna kick off before you even get halfway throughWhy don't you realize...Vienna waits for youWhen will you realize...Vienna waits for you.

ก้อเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาคือช่วงนี้ไม่ค่อยอยากเขียนอะไรเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่าตัวเองเขียนได้ห่วยแตกมากขึ้นทุกวันๆ คล้ายๆกับคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่สุดท้ายก้อยังอยากคุยอยากเขียน เมื่อคืนก่อนได้ดูหนังอีกเรื่องหนึ่ง จิงๆแล้วเรื่องนี้ก้อดูตั้งแต่มันเข้าโรงมาใหม่ๆแล้ว แต่ที่ได้กลับมาดูอีกก้อเพราะเหตุผลเดิมคืออยู่บ้านมันเลยมีตัวชง คือเรื่อง 13 going on 30 ถ้าพูดถึงความรู้สึกแต่เดิมที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก้อบอกได้เลยว่าชอบตั้งแต่แรกแล้ว โดยเฉพาะที่ผู้กำกับเอาเพลงVIENNA ของ Billy Joel มาใส่แทรกได้ตรงจังหวะมาก เรียกได้ว่าเพลงๆเดียวทำหน้าที่ทั้งใส่อารมณ์ให้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก้อสรุปความรู้สึกของตัวแสดงในเรื่อง พร้อมทั้งพาคนดูที่เคยมีความรู้สึกในทำนองเดียวกันนี้ให้คล้อยตามบรรยากาศที่กำลังหม่นหมองให้มหองมัวตามไป อีกจุดที่ชอบเรื่องนี้มาก่อนก้อคือความเปนหนังร่วมสมัยกับเราท่านทั้งหลาย บรรยากาศในยุคปี80มันทำให้อารมณ์ร่วมของคนที่เกิดในช่วงทศวรรษที่1980-90เกิดอารมณ์คึกคักคิดถึงวันวานเก่าก่อนได้ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ความเปนอเมริกันในหนังเรื่องนี้ก้อได้ฉายภาพให้เห็นตามแบบฉบับhollywoodเช่นเคย ไม่ว่าจะเปนภาพของหนุ่มหล่อในยุค80ที่จะต้องทำผมแสกกลางยาวๆและใส่เสื้อวอร์ม หรือการกระโดดขึ้ไปเต้นบนเตียงของเด็กสาว และที่พลาดไม่ได้คือแกีงค์ของสาวเปรี้ยวที่เริ๊ดที่สุดในhigh school มองกลับมาที่บ้านเรา ในช่วงปีพ.ศ.2530-2540 เราก้อจะมีภาพความทรงจำถึงบรรยากาศเก่าๆในยุค "แฟนฉัน" เก็บไว้เปนเสาหลักแห่งความทรงจำที่โดดเด่นหลักหนึ่งที่ทุกคนรับรู้ร่วมกัน และในเสาหลักที่ว่านั้นเชื่อว่าหลายคนจะต้องมีหลักบางหลักที่ถือได้ว่าเปนจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงชีวิต จุดเปลี่ยนที่หลายคนอาจภาคภูมิที่จะจดจำ หลายคนอาจต้องการลบเลือน และอีกไม่ใช่น้อยที่หลงลืมไป13 going on 30 เปนภาพยนต์อีกเรื่องหนึ่งที่จะนำผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจตรวจสอบเส้นทางในช่วงชีวิตที่ผ่านมาว่าเราหลงลืมอะไรไประหว่างเส้นทางอันยาวนานนี้หรือปล่าว หรืออาจเปนการย้อนกลับไปดูความหลัง ความทรงจำ ความผูกพัน ความใฝ่ฝัน ที่เราเคยมีร่วมกัน ทั้งกับคนในครอบครัว เพื่อนพ้องน้องพี่ ครูบาอาจารย์ ว่าจากวันนั้นถึงวันนี้เรายังคงเปนเช่นเดิมไม่แปรเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปรไปตามกาล ความฝันความตั้งใจที่เคยมีบัดนี้มันเปนไปตามที่เราท่านได้เคยวาดมันไว้ในวัยเยาว์หรือไม่ แล้วถ้าความฝันที่ว่าในวันนั้น วันนี้มันกลายเปนจริงขึ้นมาแต่มันไม่ได้เปนไปตามที่คิดไว้เลยคุณจะทำอย่างไร???ในครั้งนี้ ครั้งที่ผมดูหนังเรื่องนี้เปนรอบที่เท่าไหร่ก้อไม่ทราบได้เพราะดูแล้วดูอีกดูหลายรอบเหลือเกิน สิ่งหนึ่งที่เคยฉุดใจผมให้ล่วงไปแล้วครั้งคือเพลงประกอบภาพยนต์ที่ชื่อ Vienna ซึ่งเที่ยวนี้มันไม่ใช่เพียงแค่ฉุดแต่มันยังกระชากแล้วตบซ้ำ เพี้ย!!ซ้าย เพี้ย!!ขวา ให้ตื่นมานั่งตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเองแล้วถามว่า"เราคือใคร" คำถามนี้เพียงคำถามเดียวก้อเพียงพอที่จะทำให้น้ำใสๆมันซึมออกมาคลอตา ...ครอบครัว ...เพื่อน ...ครูอาจารย์ ...วันนี้เราคือใคร?? เราหลงลืมอะไรบางอย่างไประหว่างทางหรือไม่ หรือเราเองที่แกล้งทำเปนลืม...เวลานี้...เชื่อว่าปี4หลายคนก้อมักจะเกิดชั่ววูปแห่งอดีตที่มักจะปรากฏขึ้นมาสร้างความรู้สึกวิ๋วๆ ให้วูปๆ ตัวผมเองก้อไม่เคยคิดมาก่อนและแม้จะมีคำกล่าวและคำเตือนจากผองพี่ถึงช่วงชีวิตในมหาลัยช่วงสุดท้ายว่ามันแสนสับสน วกวน หม่นมัว เศร้าหมอง เคว้งคว้าง มองไปไม่เห็นทาง วันๆได้แต่นั่งคิดมาคิดไปถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา สุขบ้าง เศร้าบ้าง เฮฮา ปาร์ตี้ ว่ากันไป แต่ในอีกไม่กี่เดือนไม่กี่วันที่จะมาถึงนี้หลายอย่างในชีวิตจะเปลี่ยนไป ความกลัวจึงเข้าเกาะกุม ...บ่อยครั้งที่ไม่เข้าใจ บ่อยครั้งที่หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ แต่สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้อย่างน้อยอาจทำให้เราเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างท่ามกลางความเคว้งคว้าง ซึ่งสิ่งหนึ่งจะพาเรากลับไปทบทวนตัวเราในอดีตและในปัจจุบันขณะได้ดีที่สุดคงไม่พ้น Vienna : (ฟังเพลงนี้ได้ที่imeemด้านบน)Slow down you crazy childYou're so ambitious for a juvenileBut then if you're so smart tell me whyAre you still so afraid?Where's the fire, what's the hurry about?You better cool it off before you burn it outYou got so much to do and onlySo many hours in a dayBut you know that when the truth is toldThat you can get what you wantOr you can just get oldYou're gonna kick off before you even get halfway throughWhen will you realize...Vienna waits for youSlow down you're doing fineYou can't be everything you want to beBefore your timeAlthough it's so romantic on the borderline tonight (tonight)Too bad but it's the life you leadYou're so ahead of yourselfThat you forgot what you needThough you can see when you're wrongYou know you can't always see when you're right(you're right)You got your passion you got your prideBut don't you know that only fools are satisfied?Dream on but don't imagine they'll all come trueWhen will you realizeVienna waits for youSlow down you crazy childTake the phone off the hook and disappear for a whileIt's alright you can afford to lose a day or twoWhen will you realize...Vienna waits for you.And you know that when the truth is toldThat you can get what you wantOr you can just get oldYou're gonna kick off before you even get halfway throughWhy don't you realize...Vienna waits for youWhen will you realize...Vienna waits for you.