สังคมไทยปัจจุบันมีหลายต่อหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่การเมืองในรัฐสภาและอำนาจในการกำหนดนโยบายสาธารณะดูเหมือนจะไกลเกินกว่าที่คนธรรมดาจะมีอำนาจในการต่อรองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่ทุกวันนี้หลายภาคส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา พ่อค้าแม่ขาย เกษตรกรชาวสวน ลูกจ้างแรงงาน ข้าราชการนักธุรกิจ ฯลฯ ต่างเริ่มตระหนักและตื่นตัวต่อสิทธิในการกำหนดวิถีชีวิตของตน การถกเถียงพูดคุยกันในประเด็นการเมืองหรือเรื่องสาธารณะจึงมีเพิ่มมากขึ้น
ที่ผ่านมาการการถกเถียงพูดคุยมักจะให้ความสำคัญกับการพูดมากกว่าการรับฟัง กล่าวคือคนพูด ก็ไม่สนใจที่จะพูดให้คนรับฟัง ส่วนคนฟังก็ไม่ได้รับฟังเพื่อจะเข้าใจอะไร แต่เพื่อหาเรื่องประท้วง และจะได้เป็นฝ่ายพูดบ้างเท่านั้นเอง การถกเถียงพูดคุยในลักษณะนี้จึงเป็นการพูดคุยแบบทางเดียวหรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่าโมโนล็อค (Monologue) ซึ่งมักจะนำมาสู่ความขัดแย้งเพราะความไม่เข้าใจกันในที่สุด การเรียนรู้ที่จะพูดคุยถกเถียงแบบไดอะล็อค (Dialogue) หรืออาจเรียกว่า“การสนทนา” ที่ผู้พูดและผู้ฟังพร้อมที่จะรับฟังและพูดคุยแบบเปิดจิตเปิดใจให้กว้าง และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความเชื่อหรือสิ่งที่เคยได้รับรู้มากับคู่สนทนาในทุกช่วงขณะของการพูดคุย อาจช่วยทำให้ความขัดแย้งจากการพูดคุยลดน้อยลง และนำไปสู่ความเข้าใจระหว่างกันที่เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรคำนึงเป็นเบื้องต้นในทุกครั้งที่สนทนาคือการพยายามทำความเข้าใจกับความคิดของคู่สนทนาก่อนที่จะหาเหตุผลมาหักล้างเพื่อเอาชนะทางความคิด เพราะถึงที่สุดแล้วคงไม่เกิดประโยชน์อันใด หากเราจะมุ่งเอาชนะทางความคิดโดยหาสารพัดเหตุผลมาหักล้างคู่สนทนาเฉพาะหน้า แต่กลับพ่ายแพ้ในการรักษาความสัมพันธ์และการสร้างความเข้าอกเข้าใจระหว่างกัน.
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558
หนึ่งปีผ่านไป...
ไม่น่่าเชื่อว่าไม่ได้เขียนอะไรในนี้มาหนึ่งปีเต็มแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าลืมสนิทไปเลยว่าเคยมีบล็อคนี้กับเขาด้วย ที่กลับมาดูตอนนี้ได้ก็เพราะตุนๆ
ตุนๆหายไปแล้วตุนๆ็กลับมา การกลับมาครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา ก่อนการกลับมาครั้งนี้ก็เหมือนกับที่ผ่านๆมา
วัฏจักรของตุนๆไม่ต่างจากชีวิตที่ซ้ำซากของแดมๆ เราต่างผลิตซ้ำความยอกย้อน วนเวียน วกวน ซ้ำๆภายในชีวิต จิตใจ และร่างกาย
ถึงแม้จะซ้ำซากแต่ก็เชื่อได้ว่ามันคงมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลง แม้จะเล็กน้อยจนมองไม่เห็น หรือส่งผลต่อความคิดและวิถีทางของชีวิตในช่วงเวลสั้นๆ แต่อย่างน้อยก็นับว่าเปลี่ยนแปลง
การกลับมาเขียนอีกครั้งก็คงจะไม่ต่างจากเดิม ช่วงแรกๆก็อาจจะหยิบของเก่าที่มีมาแก้ไขใหม่ หายไปเป็นปีมีของที่อยู่ในลังพอสมควร ก็คงจะเอามันมาปัดฝุ่นแล้วแขวนผนังในห้องนี้
จนทำความสะอาดของในลังเสร็จเมื่อไหร่ ตั้งใจไว้ในวินาทีนี้ว่า คงจะมีเวล่ำเวลาเอาของใหม่มาแปะผนังในห้องนี้บ้าง
ขอบคุณตุนๆอีกครั้งที่ทำให้ฉันกลับมาในห้องนี้
ตุนๆหายไปแล้วตุนๆ็กลับมา การกลับมาครั้งนี้ก็เหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา ก่อนการกลับมาครั้งนี้ก็เหมือนกับที่ผ่านๆมา
วัฏจักรของตุนๆไม่ต่างจากชีวิตที่ซ้ำซากของแดมๆ เราต่างผลิตซ้ำความยอกย้อน วนเวียน วกวน ซ้ำๆภายในชีวิต จิตใจ และร่างกาย
ถึงแม้จะซ้ำซากแต่ก็เชื่อได้ว่ามันคงมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลง แม้จะเล็กน้อยจนมองไม่เห็น หรือส่งผลต่อความคิดและวิถีทางของชีวิตในช่วงเวลสั้นๆ แต่อย่างน้อยก็นับว่าเปลี่ยนแปลง
การกลับมาเขียนอีกครั้งก็คงจะไม่ต่างจากเดิม ช่วงแรกๆก็อาจจะหยิบของเก่าที่มีมาแก้ไขใหม่ หายไปเป็นปีมีของที่อยู่ในลังพอสมควร ก็คงจะเอามันมาปัดฝุ่นแล้วแขวนผนังในห้องนี้
จนทำความสะอาดของในลังเสร็จเมื่อไหร่ ตั้งใจไว้ในวินาทีนี้ว่า คงจะมีเวล่ำเวลาเอาของใหม่มาแปะผนังในห้องนี้บ้าง
ขอบคุณตุนๆอีกครั้งที่ทำให้ฉันกลับมาในห้องนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
+colour.jpg)