วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลา 15:34:16 น.
ไม่ว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/คน/ วัน และเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย จะเป็นจริงวันไหน
เงินเดือนของผู้บริหาร หรือ ซีอีโอ. ก็พุ่งห่างออกไป หลายเท่าตัว นักเศรษฐศาสตร์การเมืองเคยชี้ว่า ช่องว่างของรายได้ในสังคมไทย ห่างกันถึง 14-15 เท่าตัวหรือมากกว่านั้น ?
เอาเข้าจริง ซีอีโอ ค่าตอบแทนสูงลิบ เหล่านี้เองคือ ผู้กำหนด อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/คน/วัน หรือเงินเดือน 15,000 บาท สำหรับคนจบปริญญาตรี
ลองมาดู เงินเดือนและค่าตอบแทนของผู้บริหาร ประเทศไทยดูบ้างว่า สูงเพียงใด
จากการผลสำรวจข้อมูลจากบริษัท จดทะเบียนในกลุ่มหุ้น SET 50 ใน ปี 2547 ระบุว่า นับเฉลี่ย/คน/ปี แยกรายอุตสาหกรรมพบว่า บริษัท จดทะเบียนทั้งตลาดจ่ายเงินค่าตอบแทนผู้บริหารเฉลี่ย/คน/ปีละ 3.05 ล้านบาท เป็นค่าตอบแทนที่อยู่ในรูปของเงินเดือน, เงินโบนัส และเงินสมทบสำรองเลี้ยงชีพ
โดยกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เป็นอุตสาหกรรมที่จ่ายค่าตอบแทนให้แก่ ผู้บริหารสูงสุด เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมทุกกลุ่มในตลาดหุ้น หรือคิดเป็นอัตรา ค่าจ้างเฉลี่ย/คน/ปีละ 7.68 ล้านบาท
ถัดมาเป็นกลุ่มธุรกิจในกลุ่มพาณิชย์ อาทิ ซีพี-7-11, บิ๊กซี, โฮมโปร, แม็คโคร และโรบินสัน ซึ่งถือเป็นอีกกลุ่มที่จ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้บริหารระดับสูง เฉลี่ยคนละ 5.62 ล้านบาท
ขณะที่ส่วนของค่าตอบแทนในกลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์ ถือเป็นกลุ่มที่มีช่วง ค่าจ้างกว้างที่สุด โดยมีค่าตอบแทนเฉลี่ยต่อคนต่ำสุดที่ 1.87 แสนบาท และสูงสุดอยู่ที่ 35.81 ล้านบาท
โดยในหมวดคลังสินค้า และไซโล มีการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารโดยเฉลี่ย/คน/ปี น้อยที่สุด คือประมาณ 9.75 แสนบาท
แต่กระนั้น ถ้ามาโฟกัสเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ในปี 2548 ปรากฏว่า กลุ่มผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ รับค่าตอบแทนเฉลี่ยจากธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด 14 แห่ง ประมาณคนละ 9.31 ล้านบาท/ปี เพิ่มขึ้นจากปี 2547 ที่ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.68 ล้านบาท/คน/ปี
ธนาคารไทยพาณิชย์ มีค่าตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด เพราะจ่ายผลตอบแทน ผู้บริหาร 6 ราย รวม 94.33 ล้านบาท คิดเฉลี่ยที่อัตรา 15.72 ล้านบาท/คน/ปี
ตามมาด้วย ธนาคารกสิกรไทย จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้บริหาร 9 ราย คิดรวม 139.41 ล้านบาท คิดเฉลี่ยที่อัตรา 15.49 ล้านบาท/คน/ปี
ขณะที่ ธนาคารทิสโก้ จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้บริหาร 11 ราย รวมทั้งสิ้น 169.67 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 15.42 ล้านบาท/คน/ปี
ส่วน ธนาคารกรุงไทย จ่ายค่าตอบแทนให้ผู้บริหาร 17 ราย รวมทั้งสิ้น 178.21 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 10.49 ล้านบาท/คน/ปี
นอกจากนั้นผลสำรวจของกองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ในปี 2552 ยังเปิดเผยถึง 8 อาชีพที่มีเงินเดือนเกิน 1 แสนบาทด้วย
โดยอาชีพที่มีรายได้เกิน 1 แสนบาท/เดือน ได้แก่ อาชีพนักบิน 2.41 แสนบาท, วิศวกรเหมืองแร่ และนักโลหะการ 2.35 แสนบาท, ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา และประชาสัมพันธ์ 1.53 แสนบาท, กรรมการ และผู้บริหารระดับสูง 1.38 แสนบาท, ผู้พิพากษา 1.21 แสนบาท, สถาปนิก 1.17 แสนบาท, ผู้บริหารองค์การนายจ้าง-ลูกจ้าง 1.06 แสนบาท และวิศวกรเคมี 1.05 แสนบาท
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าอาชีพผู้จัดการฝ่ายโฆษณา และประชาสัมพันธ์ กลับเป็นอาชีพที่มีรายได้สูงกว่ากรรมการ และผู้บริหารระดับสูง ทั้ง ๆ ที่ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา และประชา สัมพันธ์มีกำลังคนประมาณ 3,700 คน ส่วนกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงมีถึง 1.6 หมื่นคน
นอกจากนั้นผลสำรวจของกองวิจัยตลาดแรงงาน ยังแยกย่อยลงไปในรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้ในช่วง 60,000-100,000 บาท มี 12 อาชีพ ในจำนวนนี้อาชีพผู้จัดการฝ่ายจัดหา และจำหน่ายสินค้ามีระดับรายได้สูงสุดในบรรดาอาชีพระดับผู้จัดการด้วยกัน และพบว่าอาชีพนักคณิตศาสตร์มีรายได้สูงกว่าแพทย์
โดยผู้จัดการฝ่ายจัดหา และจำหน่ายสินค้ามีรายได้ 8.5 หมื่นบาท,นักคณิตศาสตร์ 7.3 หมื่นบาท, ผู้จัดการฝ่ายผลิต และปฏิบัติการด้านการบริการทางธุรกิจ 7 หมื่นบาท, แพทย์ 6.9 หมื่นบาท, ผู้จัดการฝ่ายผลิต และปฏิบัติการด้านผลิต 6.7 หมื่นบาท, ผู้จัดการทั่วไปด้านการผลิต 6.4 หมื่นบาท
ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และพัฒนา 6.4 หมื่นบาท, ผู้จัดการทั่วไปด้านการเกษตร 6.3 หมื่นบาท, ผู้จัดการทั่วไปด้านการก่อสร้าง 6.2 หมื่นบาท และข้าราชการอาวุโส 6.2 หมื่นบาท
ถามว่าตัวเลขเหล่านี้ส่งผลอย่างไร ต่อการบริหารประเทศของกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง หรือรัฐบาลใหม่ ?
คำตอบคืออาจไม่ส่งผลเท่าใดนัก
แต่ผลสำรวจตรงนี้ อาจเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบที่ทำให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง คงต้องไปคิดว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/คน/วัน และการให้เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ในสภาพค่าครองชีพปัจจุบัน
ไม่ได้มากหรือน้อยเกินไปเลย
ตรงข้ามอาจดูน้อยด้วยซ้ำ และดูยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่เมื่อเทียบกับเงินเดือนของซีอีโอ และอีกหลายอาชีพท็อปฮิตที่ต่างรับเงินเดือนกันอู้ฟู่
แต่สำหรับชนชั้นแรงงาน และพนักงานใหม่ในบัญชีจ้างของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำไมผู้ประกอบการหลายราย จึงต่างโอดครวญว่าอาจทำให้ต้นทุนประกอบการเพิ่มมากขึ้น
จนทำให้เขาอาจจะต้องเลิกจ้างแรงงานไทย โดยหันไปจ้างแรงงานนอกระบบ
ซึ่งไม่เป็นธรรมเลยจริง ๆ !
( เรื่อง ประชาชาติธุรกิจ )
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1312094289&grpid=01&catid=&subcatid=
วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
แด่สาวกสุขนิยม
ดูเค้าช่างมีความสุขกันจริงๆเลยเนอะ....
เค้าคงโชคดีที่ไม่ได้รับคำสาบให้มาเผชิญ/เห็นกับความจริงอันโหดร้ายของสังคมนี้(หรือบางทีเค้าอาจจะเห็นแต่ใจแข็งพอที่จะเมินมอง) เราต่างหากที่เป็นคนบาป ถูกสาบให้มาเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสังคมที่ไม่อาจทนยืนดูได้ด้วยความมึนชา
เค้าคงโชคดีที่ไม่ได้รับคำสาบให้มาเผชิญ/เห็นกับความจริงอันโหดร้ายของสังคมนี้(หรือบางทีเค้าอาจจะเห็นแต่ใจแข็งพอที่จะเมินมอง) เราต่างหากที่เป็นคนบาป ถูกสาบให้มาเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสังคมที่ไม่อาจทนยืนดูได้ด้วยความมึนชา
วิกาล สร้าง นิมิตต์

เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ฝนตกโปรยปราย ผมอยู่ในห้องที่ว่างเปล่ากับความเงียบ!สงัด คงไม่มีสิ่งใดจะเหมาะกับกาละและเทศะเช่นนี้มากไปกว่าการอ่านงานของ อนุสรณ์ ติปยานนท์
หลังอ่านจบ ผมพบว่ายังไงงานของอ.ต้น ก็ยังคงมีกลิ่นอายของมูราคามิเช่นเดิม ขนบในการเล่าเรื่องยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม(เดิมของอ.ต้น/มูราคามิ) และพลังในการเล่าเรื่องของอ.ต้น ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม
ในเชิงสุนทรีย์ ผมรู้สึกและนึกถึงค่ำคืนใน"หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว" แม้จะไม่ประทับใจนักตามที่หวังไว้ แต่ก็อย่างที่ใน "นิมิตต์วิกาล" ว่าไว้ "คุณไม่มีวันค้นเจอ หากคุณไม่มีมันอยู่ก่อนแล้ว" ผมแค่ต้องรอเวลา...
ข้อควรระวัง::เช่นเคยกับงานของอ.ต้นที่ผ่านมา ช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับการอ่านงาน ทุกครั้งที่ผมจะหยิบงานของอ.ต้นมาอ่าน ก็เมื่อเวลา อารามณ์ และสภาพแวดล้อมเหมาะสมลงตัว ซึ่งทุกครั้งก็มักจะเป็นยาม"วิกาล"ซึ่งน่าจะสร้าง"นิมิตต์"ได้ดีที่สุด
ข้อสังเกต วรรณกรรม/เรื่องสั้นในรอบปีที่ผ่านมานี้ สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมทางการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี ถือได้ว่า"วรรณกรรมยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องชี้วัดแรงสั่นสะเทือนทางสังคม" ที่ยังทรงประสิทธิภาพอยู่-(บ้าง)
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ความทรงจำ
เพราะในชีวิตจริง คำพูดคนเรามักลอยไปกับสายลม....
ขึ้นกับว่าใครจะเก็บถ้อยคำเหล่า นั้นไว้ในห้วงแห่งความทรงจำได้นานกว่ากัน
และนั่นน่าจะเป็นสิ่ง ซึ่งทรงคุณค่า มากกว่าเศษโลหะและพลาสติกเบื้องหน้า
ที่ไม่ นานคงเป็นได้เพียงสิ่งปฏิกูลที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
...อย่างน้อย วันนี้ผมก็ยังมีความทรงจำ
ขึ้นกับว่าใครจะเก็บถ้อยคำเหล่า นั้นไว้ในห้วงแห่งความทรงจำได้นานกว่ากัน
และนั่นน่าจะเป็นสิ่ง ซึ่งทรงคุณค่า มากกว่าเศษโลหะและพลาสติกเบื้องหน้า
ที่ไม่ นานคงเป็นได้เพียงสิ่งปฏิกูลที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
...อย่างน้อย วันนี้ผมก็ยังมีความทรงจำ
เรื่องของสนามหลวง-สนามราษฎร
Dan Pinyoyot M
เมื่อเช้าเดิน ผ่านสนามหลวง เห็นทหารกำลังสร้างรั้ว (ไม่เป็นรั้วแล้ว สร้างเองเลย)
สะเทือน ใจ:::ขณะที่กระแสเรียกร้องการปฏิรูปที่ดินรกร้างว่างเปล่าเริ่ม จะมีที่ทาง
สนามหลวงกลับเริ่มก่อรั้วรอบขอบชิด ปิดมิให้ผู้ใดได้กล่ำกลาย สงวนไว้ชื่นหูชื่อตา
สำหรับคนนั่งช่ำแอร์ในรถ ส่วนบุคคล ถามจริงๆเถอะ จริงๆแล้ว ท่านผู้ว่าฯจะเก็บไว้
ให้ใคร ใช้??
PlaTong Tato ให้ฝรั่งมาถ่ายรูป
Dan Pinyoyot M วันนี้ปัญหาคนไร้บ้าน ก็ยังแก้ไม่ตก กระจัดกระจาย ไร้การเหลียวแล
ในวันที่ฝนตกบ่อยครั้งที่เห็นพวกเขาไปซุกตัวกอด เขาหลับอยู่บันไดสะพานปิ่น น้องหมาต้องหมุดเข้าไปที่ช่องเล็ก ระหว่างเก้าอี้ปูน
Dan Pinyoyot M
พวกคุณนอนในห้องแิอร์ คนบางคนห่างจากสะพานปิ่น-สนามหลวงแค่กิโลกว่ายังไม่รู้ร้อนรู้ หนาวถึงความทุกข์ยากที่ไร้การเหลียวแล แล้วสร้างภาพโรแมนติคชวนฝัน ในชนบท ซึ่งชนชั้นกลางก็เพ้่อเจ้่อตามไปด้วย ถึงขนาดลงทุนไปทำนา แล้วเป็นไงล่ะ วันนี้มันยังทำอยู่มั๊ย ผมไม่เข้าใจพวกนามสกุลรักเริกบ้าบอคอ แตกอะไรพวกนี้จริงๆ คือถ้ามันไม่ดี ก็คือ ไม่ดี ถ้ามัยังลำบาก ก็บอกกันมาเลยว่าลำบาก ให้ทุกคนเร่งสร้างเร่งบากบั่นทำงาน อย่างมาสร้างภาพเพื่อเอาความชอบธรรมในการปกครองว่าประเทศนี้สงบ สุขร่มเย็น ฝนตกหนาวจะตายห่า หลังคาก็ไม่มีคุ้ม ห้องน้ำก็ไม่มีให้เข้า กู้จะขี้ข้างถนนตรงสนามหญ้านี่แหละ ก็เพราะพวกมึงไม่มีที่ให้ขี ้ สุดท้ายคุณๆก็รับกลิ่นขี้ไม่ได้ ก็เลยเอารั้วมาตีไว้ กั้นไม่ให้พวกจรจัดมาขี้เรี้ยราด
Mikami Hana-bi มิกะมิ รักในใจ
PlaTong Tato เวลาน้องข้ามไปฝั่งท่าพระจันทร์ทีไร น้องก็เห็นปัญหาแบบนี้โดนตลอด ไม่ว่าจะเป็นเด็กขอทาน คนจรจัดไรบ้านอยู่ คนสติไม่สมประกอบเดินผ่านไปผ่านมาซึ่งเราเองก็ไม่ รู้ว่าวันดีคืนดีเขาจะครั่งขึ้นมาตอนไหน รถเข็นแม่ค้า แผงลอย ต่างๆ นกพิราบที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค น้องเองเป็นแค่เสียงส่วนเล็ กที่ได้แต่หวังในใจไม่ว่าใครก็ช่างที่เข้ามาดูแล เขาจะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ แต่ก็เหมือนหวังลมๆแล้งๆ ที่น้องได้สต่คิดไปเอง
Dan Pinyoyot M ที่น่าเคืองคือการแปะป้ายการ์ตูนโฆษณา สีเขียวสลับขาวพร้อมข้อความPropaganda ว่า "ครอบครัว" "ท้องฟ้าสดใส" "สนุกสนาน" "มิตรภาพ" "อยู่เย็นเป็นสุข" "ร่าเริง" ผมถามจริงๆเถอะ ที่พูดมามันของใคร ใครร่าเริง ใครสนุก ท้องฟ้าใครสดใส ให้ชนชั้นกลาง(สลิ่ม)มายืนตอนกลางวันกลางแดดมั๊ย?? มึงจะสดใสมั๊ย?? หรือมึงต้องพกร่มกับครีมกันแดดอีก5กระปุก
Mikami Hana-bi ฝีมือและลายเส้น คล้ายว่าผู้วาดจะนามว่า หม่อมโต จิราธร
Dan Pinyoyot M เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะ จะอย่าหลอกชาวบ้านเค้าอีกเล ย คุณอานันท์ ปัณฯก็เหมือนกัน เรื่องปฏิรูปที่ดินอ่ะ เลิกหลอกชาวบ้านเค้าเถอะ สงสารเค้า ชาวบ้านที่คลืตี้ก็มีแต่คนมาบอก เป็นร้อยๆรอบว่าจะมาช่วย ผ่านมากี่ปีก็เงียบกริป
Mikami Hana-bi ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ใคร หรือวิธีแก้ว่ะ ปัญหามันคือไม่มีใครเห็นว่าเป็นปัญหา
Dan Pinyoyot M ผมบ่นเพ้อไปเท่้านั้นแหละ แค่เพ้อ รู้ๆกันอยู่ว่าในทางการปกครองควรทำอะไร ขออภัยที่รบกวน ผมจะลบโพสต์แล้วนะ อนาถตัวเองที่ไปอนาถชาวบ้านและคนไร้บ้าน ผมผิดเองที่อยู่กับพวกเขามากไปหน่อย ผมผิดเองที่บ้าไม่ไปเดินเซ็ นทรัลเวิล์ด
Mikami Hana-bi มุมมองแบบที่สะท้อนเห็นถึงภาระ ของชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม มันอาจเป็นภาพที่กว้างไป พูดอย่างหยาบ ๆ คือ ถ้ามองรัฐเป็นบริษัท นโยบายเป็นโปรโมชั่น คนจรที่เรากำลังเป็นห่่วงนี ้เค้าไม่ถือว่าเป็น Target Group ว่ะ
Mikami Hana-bi กรุณาอย่า่ลบ กูชอบ อิอิ
Dan Pinyoyot M ปัญหามันคือไม่มีชนชั้นกลางเห็นว่าเป็นปัญหา ขณะที่ชนชั้นล่างก็ไม่มีพลังและไม่มีช่องทาง
PlaTong Tato
เพราะพวกเขาไม่ใช่ชนชั้นแบบ พวกเราที่เดินยำ่เท้ามองเห็นปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เพียงเพราะเราเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา นามสกุลไก่กาไม่ไฮโช แต่เราก็ถือว่าโชคดีกว่าคนที่นอนข้างถนน ขอทานเหล่านั้นหลายเท่านักอ ย่างน้อยเราก็มีที่ให้กลับบ้าน ให้นอน มีความรู้...เอา ไปใช้แลกเงินมาซื้อข้าว และหลายๆอย่าง กับอีกพวกคนอีกระดับเขาคงจะไม่ เข้าใจ ไช้แต่จิตนาการไปสะส่วนใหญ่แต่ลงมือทำไม่เป็นเขาคงติดน ิสัยเพ้อเจ้อเลยลืมไปว่าความจริงกับความฝันมันต่างกันแค่ไหน
Mikami Hana-bi ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเค้าไม่ได้จะใส่ใจกับอะไรที่อยู่นอกเขตวงของกลุ่ม )
Mikami Hana-bi เป็นปากเป็นเสียงเท่าที่เป็นได้
PlaTong Tato แต่คนกลุ่มชั้นล่างเหล่านี้ก็มีจำนวนเยอะ กว่าและมีแนวโม้มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าคงไม่ค่อยสนใจเท่าไร หรอกค่ะ แต่น้องว่าเค้ากลัวว่าจะอายฝรั่งหรืออายชาวต่างชาติมาก กว่าที่เห็นสนามหลวงเลอะเทอะ ถ้าเขากลัวขายหน้าขนาดนั้นเขาควร จะหันมาสนใจแล้วจัดระเบียบเป็นจริงเป็นจังเป็นแบบแผน ไม่ใช่เอาแต่พูดโน่นนี่นั่นแต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสัก อย่างค่ะ
Dan Pinyoyot M เขาควรจะเลิกบอกชาวบ้านเสียทีว่า "เขาทำให้ประเทศนี้ร่มเย็นเป็นสุข"
เขาไม่ควรทำตัวเหมือนสตาลิน เหมือนฮิตเลอร์ ที่Propagandaชาวบ้านเขาไปทั่ว จนให้เขางมงายว่ามันเป็นเรื่องจริง ถ้าดูหนังเรื่อง The way back จะมีฉากหนึ่งที่พวกที่เดินทางกำลังอยู่กลางทะเลทรายแล้วไม่ได้ กืนน้ำเลย จนได้ยินเสียงนกร้อง เสียงนกร้องก็เหมือนเสียงท้องร้อง มันไม่มีทางหลอกเราได้ เมื่อมันได้ยินเสียงท้องร้อง มันจึงทิ้งทุกสิ่งแล้่ววิ่งไปหาแหล่งน้ำโดยไม่คิดถึงชีวิต เพราะคนมันท้องหิว เราเคยเห็นคนวิ่งแบบนี้กันมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว
ผมจำต้องลบ มันเป็นข้อความตัดพ้อต่อสังคมมากเกินไป เหมือนคนไม่เข้าใจระบบ โครงสร้างของประเทศนี้ที่มีHierarchyสูง และปฏิบัติการทางโครงสร้างที่มันกระทำต่อคนในรัฐ (พวกเราด้วย) ซึ่งเป็นเรื่องที่มันเป็นอยู่แล้ว แค่เฮิร์ตๆ เวลาเห็นอะไรใหม่ๆแต่ละอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ เท่านั้นเองจริงๆ แค่ดีใจที่มีคนมีคนรับฟังเท่านี้ก็พอใจแล้ว
เมื่อเช้าเดิน ผ่านสนามหลวง เห็นทหารกำลังสร้างรั้ว (ไม่เป็นรั้วแล้ว สร้างเองเลย)
สะเทือน ใจ:::ขณะที่กระแสเรียกร้องการปฏิรูปที่ดินรกร้างว่างเปล่าเริ่ม จะมีที่ทาง
สนามหลวงกลับเริ่มก่อรั้วรอบขอบชิด ปิดมิให้ผู้ใดได้กล่ำกลาย สงวนไว้ชื่นหูชื่อตา
สำหรับคนนั่งช่ำแอร์ในรถ ส่วนบุคคล ถามจริงๆเถอะ จริงๆแล้ว ท่านผู้ว่าฯจะเก็บไว้
ให้ใคร ใช้??
PlaTong Tato ให้ฝรั่งมาถ่ายรูป
Dan Pinyoyot M วันนี้ปัญหาคนไร้บ้าน ก็ยังแก้ไม่ตก กระจัดกระจาย ไร้การเหลียวแล
ในวันที่ฝนตกบ่อยครั้งที่เห็นพวกเขาไปซุกตัวกอด เขาหลับอยู่บันไดสะพานปิ่น น้องหมาต้องหมุดเข้าไปที่ช่องเล็ก ระหว่างเก้าอี้ปูน
Dan Pinyoyot M
พวกคุณนอนในห้องแิอร์ คนบางคนห่างจากสะพานปิ่น-สนามหลวงแค่กิโลกว่ายังไม่รู้ร้อนรู้ หนาวถึงความทุกข์ยากที่ไร้การเหลียวแล แล้วสร้างภาพโรแมนติคชวนฝัน ในชนบท ซึ่งชนชั้นกลางก็เพ้่อเจ้่อตามไปด้วย ถึงขนาดลงทุนไปทำนา แล้วเป็นไงล่ะ วันนี้มันยังทำอยู่มั๊ย ผมไม่เข้าใจพวกนามสกุลรักเริกบ้าบอคอ แตกอะไรพวกนี้จริงๆ คือถ้ามันไม่ดี ก็คือ ไม่ดี ถ้ามัยังลำบาก ก็บอกกันมาเลยว่าลำบาก ให้ทุกคนเร่งสร้างเร่งบากบั่นทำงาน อย่างมาสร้างภาพเพื่อเอาความชอบธรรมในการปกครองว่าประเทศนี้สงบ สุขร่มเย็น ฝนตกหนาวจะตายห่า หลังคาก็ไม่มีคุ้ม ห้องน้ำก็ไม่มีให้เข้า กู้จะขี้ข้างถนนตรงสนามหญ้านี่แหละ ก็เพราะพวกมึงไม่มีที่ให้ขี ้ สุดท้ายคุณๆก็รับกลิ่นขี้ไม่ได้ ก็เลยเอารั้วมาตีไว้ กั้นไม่ให้พวกจรจัดมาขี้เรี้ยราด
Mikami Hana-bi มิกะมิ รักในใจ
PlaTong Tato เวลาน้องข้ามไปฝั่งท่าพระจันทร์ทีไร น้องก็เห็นปัญหาแบบนี้โดนตลอด ไม่ว่าจะเป็นเด็กขอทาน คนจรจัดไรบ้านอยู่ คนสติไม่สมประกอบเดินผ่านไปผ่านมาซึ่งเราเองก็ไม่ รู้ว่าวันดีคืนดีเขาจะครั่งขึ้นมาตอนไหน รถเข็นแม่ค้า แผงลอย ต่างๆ นกพิราบที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค น้องเองเป็นแค่เสียงส่วนเล็ กที่ได้แต่หวังในใจไม่ว่าใครก็ช่างที่เข้ามาดูแล เขาจะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ แต่ก็เหมือนหวังลมๆแล้งๆ ที่น้องได้สต่คิดไปเอง
Dan Pinyoyot M ที่น่าเคืองคือการแปะป้ายการ์ตูนโฆษณา สีเขียวสลับขาวพร้อมข้อความPropaganda ว่า "ครอบครัว" "ท้องฟ้าสดใส" "สนุกสนาน" "มิตรภาพ" "อยู่เย็นเป็นสุข" "ร่าเริง" ผมถามจริงๆเถอะ ที่พูดมามันของใคร ใครร่าเริง ใครสนุก ท้องฟ้าใครสดใส ให้ชนชั้นกลาง(สลิ่ม)มายืนตอนกลางวันกลางแดดมั๊ย?? มึงจะสดใสมั๊ย?? หรือมึงต้องพกร่มกับครีมกันแดดอีก5กระปุก
Mikami Hana-bi ฝีมือและลายเส้น คล้ายว่าผู้วาดจะนามว่า หม่อมโต จิราธร
Dan Pinyoyot M เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะ จะอย่าหลอกชาวบ้านเค้าอีกเล ย คุณอานันท์ ปัณฯก็เหมือนกัน เรื่องปฏิรูปที่ดินอ่ะ เลิกหลอกชาวบ้านเค้าเถอะ สงสารเค้า ชาวบ้านที่คลืตี้ก็มีแต่คนมาบอก เป็นร้อยๆรอบว่าจะมาช่วย ผ่านมากี่ปีก็เงียบกริป
Mikami Hana-bi ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ใคร หรือวิธีแก้ว่ะ ปัญหามันคือไม่มีใครเห็นว่าเป็นปัญหา
Dan Pinyoyot M ผมบ่นเพ้อไปเท่้านั้นแหละ แค่เพ้อ รู้ๆกันอยู่ว่าในทางการปกครองควรทำอะไร ขออภัยที่รบกวน ผมจะลบโพสต์แล้วนะ อนาถตัวเองที่ไปอนาถชาวบ้านและคนไร้บ้าน ผมผิดเองที่อยู่กับพวกเขามากไปหน่อย ผมผิดเองที่บ้าไม่ไปเดินเซ็ นทรัลเวิล์ด
Mikami Hana-bi มุมมองแบบที่สะท้อนเห็นถึงภาระ ของชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม มันอาจเป็นภาพที่กว้างไป พูดอย่างหยาบ ๆ คือ ถ้ามองรัฐเป็นบริษัท นโยบายเป็นโปรโมชั่น คนจรที่เรากำลังเป็นห่่วงนี ้เค้าไม่ถือว่าเป็น Target Group ว่ะ
Mikami Hana-bi กรุณาอย่า่ลบ กูชอบ อิอิ
Dan Pinyoyot M ปัญหามันคือไม่มีชนชั้นกลางเห็นว่าเป็นปัญหา ขณะที่ชนชั้นล่างก็ไม่มีพลังและไม่มีช่องทาง
PlaTong Tato
เพราะพวกเขาไม่ใช่ชนชั้นแบบ พวกเราที่เดินยำ่เท้ามองเห็นปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เพียงเพราะเราเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา นามสกุลไก่กาไม่ไฮโช แต่เราก็ถือว่าโชคดีกว่าคนที่นอนข้างถนน ขอทานเหล่านั้นหลายเท่านักอ ย่างน้อยเราก็มีที่ให้กลับบ้าน ให้นอน มีความรู้...เอา ไปใช้แลกเงินมาซื้อข้าว และหลายๆอย่าง กับอีกพวกคนอีกระดับเขาคงจะไม่ เข้าใจ ไช้แต่จิตนาการไปสะส่วนใหญ่แต่ลงมือทำไม่เป็นเขาคงติดน ิสัยเพ้อเจ้อเลยลืมไปว่าความจริงกับความฝันมันต่างกันแค่ไหน
Mikami Hana-bi ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเค้าไม่ได้จะใส่ใจกับอะไรที่อยู่นอกเขตวงของกลุ่ม )
Mikami Hana-bi เป็นปากเป็นเสียงเท่าที่เป็นได้
PlaTong Tato แต่คนกลุ่มชั้นล่างเหล่านี้ก็มีจำนวนเยอะ กว่าและมีแนวโม้มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าคงไม่ค่อยสนใจเท่าไร หรอกค่ะ แต่น้องว่าเค้ากลัวว่าจะอายฝรั่งหรืออายชาวต่างชาติมาก กว่าที่เห็นสนามหลวงเลอะเทอะ ถ้าเขากลัวขายหน้าขนาดนั้นเขาควร จะหันมาสนใจแล้วจัดระเบียบเป็นจริงเป็นจังเป็นแบบแผน ไม่ใช่เอาแต่พูดโน่นนี่นั่นแต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสัก อย่างค่ะ
Dan Pinyoyot M เขาควรจะเลิกบอกชาวบ้านเสียทีว่า "เขาทำให้ประเทศนี้ร่มเย็นเป็นสุข"
เขาไม่ควรทำตัวเหมือนสตาลิน เหมือนฮิตเลอร์ ที่Propagandaชาวบ้านเขาไปทั่ว จนให้เขางมงายว่ามันเป็นเรื่องจริง ถ้าดูหนังเรื่อง The way back จะมีฉากหนึ่งที่พวกที่เดินทางกำลังอยู่กลางทะเลทรายแล้วไม่ได้ กืนน้ำเลย จนได้ยินเสียงนกร้อง เสียงนกร้องก็เหมือนเสียงท้องร้อง มันไม่มีทางหลอกเราได้ เมื่อมันได้ยินเสียงท้องร้อง มันจึงทิ้งทุกสิ่งแล้่ววิ่งไปหาแหล่งน้ำโดยไม่คิดถึงชีวิต เพราะคนมันท้องหิว เราเคยเห็นคนวิ่งแบบนี้กันมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว
ผมจำต้องลบ มันเป็นข้อความตัดพ้อต่อสังคมมากเกินไป เหมือนคนไม่เข้าใจระบบ โครงสร้างของประเทศนี้ที่มีHierarchyสูง และปฏิบัติการทางโครงสร้างที่มันกระทำต่อคนในรัฐ (พวกเราด้วย) ซึ่งเป็นเรื่องที่มันเป็นอยู่แล้ว แค่เฮิร์ตๆ เวลาเห็นอะไรใหม่ๆแต่ละอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ เท่านั้นเองจริงๆ แค่ดีใจที่มีคนมีคนรับฟังเท่านี้ก็พอใจแล้ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
+colour.jpg)