วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แนวทัศนะของRoyalistหัวก้าวหน้ากลุ่มเล็กๆ

"การบังคับใช้ของกฎหมายนี้รุนแรงเกินไปโดยเฉพาะในแง่ของการฟ้องร้องที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้สามารถกล่าวโทษ ทั้งนี้ เขาเสนอแนะว่า อาจมีการตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่สั่งฟ้องโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงพิจารณาลดบทลงโทษให้ผ่อนคลายลงกว่าเดิมด้วย"
http://www.prachatai3.info/journal/2011/11/38077

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

royal pardon & amnesty


"ถาม (พระ) ราช (ทาน) อภัยโทษ (royal pardon) 


กับ นิรโทษกรรม (amnesty) เหมือน และต่างกัน อย่างไร 


ตอบ


ต่างกันที่ กรรมวิธี และผล


อภัยโทษ เป็นอำนาจของในหลวง


นิรโทษ เป็นอำนาจของรัฐสภา (ประชาชน)


ผลของอภัยโทษ คือ พ้นจากการถูกลงโทษ แต่ไม่พ้นผิด


ส่วน นิรโทษ เป็นการล้างให้หมด ทั้งความผิด และโทษ


ถือว่าไม่ได้กระทำผิดเลย"


--Charnvit Ks

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เก็บประเด็นว่าด้วยเรื่องสำเนียง

จุดประสงค์สำคัญคือการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ ส่วนการพูดติดสำเนียง (accent) นั้นมิได้ถือเป็นปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นธรรมชาติที่เมื่อภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาสากลมากกว่าภาษาประจำชาติ การพูดติดสำเนียงจึงถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งท่ามกลางกระแสค่านิยมการไม่เลือกปฏิบัติ (nondiscrimination) ด้วยแล้ว มาตรฐานในโลกตะวันตก (อย่างน้อยก็เป็นมารยาทในสังคม) คือ การพูดติดสำเนียงไม่เป็นปัญหา แต่การดูถูกคนที่พูดติดสำเนียงนั่นแหละเป็นปัญหา

 คนไทยเรายังยึดค่านิยมว่า "สำเนียงกลางเท่านั้นที่ถูกต้อง" อย่างแข็งขัน เราเห็นตลกล้อเลียนภาษาไทยสำเนียงอื่นบ่อยครั้ง และที่แน่ๆ เราจะไม่มีทางได้เห็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว หรือแม้แต่นักแสดงพูดด้วยสำเนียงอื่นนอกจากสำเนียงมาตรฐานเลย (ยกเว้นมุ่งให้เกิดความตลก)

ประธานาธิบดีหู จิ่น เทา ของจีนสอบตกการเป็นประธานาธิบดี ตั้งแต่อยู่ที่มุ้งเลยครับ เพราะท่านมิได้พูดภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียวในพิธีการที่ต้องเกี่ยวข้องกับต่างชาติ

จากมุมมองที่คนต่างประเทศ เขาไม่ได้เห็นว่าสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์พูดไปในการแถลงการณ์ร่วมนั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอายของประเทศไทยเลย "ความน่าอับอาย" นั้นเป็นสิ่งที่คนไทย "คิดไปเอง" โดยการเอาค่านิยมของตัวเองเป็นตัวตั้งครับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1321696966&grpid=&catid=02&subcatid=0207

ทำไม"คนคุณภาพ"ถึงชอบอธิบายสั้นๆเป็นคำด่า

สงสัยมานานแล้ว: ทำไมคนชั้นกลางในเมืองที่มีการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึงแหล่งทรัพยากรและได้รับการอบรมตามแบบกระฎุมพีในสถาบัน ถึงนิยมใช้คำสบท ดูหมิ่น ด่าทอ ผรุสวาท หยาบคาย กักขฬะ ป่าเถื่อน ในการให้ความคิดเห็นไม่เฉพาะในทางการเมืองแต่ในการดำรงชีวิตด้วย (โดยเฉพาะพนักงานในภาคธุรกิจ) เหมือนกับจะยกย่องให้เป็นความสามารถพิเศษชนิดหนึ่งที่ชนชั้นกลางในเมืองควรจะฝึกฝน ใครที่ด่าเก่งก็จะได้รับคำชมว่า เลิศ อัจฉริยะ ฉลาดสุดๆ เยี่ยมมากเลยคะน้องขาา ถูกใจมากๆเลยค๊าาา~ ทำไม?

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

HERO


John McClane : Do you know what you get for being a hero? 'Nothing'. You get shot at. You get a little pat on the back, blah blah blah, attaboy. You get divorced. Your wife can't remember your last name. Your kids don't want to talk to you. You get to eat a lot of meals by yourself. Trust me kid, nobody wants to be that guy. 


Matt Farrell : Then why you doing this? 


John McClane : Because there's nobody else to do it right now, that's why. Believe me if there were somebody else to do it, I would let them do it, but there's not. So we're doing it. 

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เรารักทหาร

น่าจะมีคนเก็บข้อมูลกลุ่มคนรักทหาร :::
1.ช่วงอายุเท่าไหร่
2.พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใด
3.ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอะไร
4.มีความรู้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยในระดับใด
5.กลุ่มคนที่ผ่านตุลา16หรือ19คิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่
6.กลุ่มคนที่ผ่านพฤษภา35 คิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่
7.หรือเคยผ่านประสบการณ์ทางการเมืองหรือเคยเข้าร่วมทางการเมืองหรือไม่
8.เคยมีลูกหลานเกณฑ์ทหารบ้างหรือไม่สัดส่วนเท่าใดและพื้นที่ใด
9.มีความรู้เรื่องการจัดสรรงบประมาณประจำปีในสัดส่วนของกองทัพหรือไม่
10.มีความรู้เรื่องอัตรานายพลและสวัสดิการแก่นายทหารชั้นผู้ใหญ่หรือไม่
ฯลฯ
...อยากรู้ว่าน้ำหนักมันเทไปทางกลุ่มไหน

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คีย์บอร์ดไทยพิมพ์ไม่ค่อยติด ยังดีที่จอคอมฯยังพอติด

กูเกิลนั้นให้บริการทั่วโลกและเนื่องจากเป็นบริการหลักที่ผู้ใช้จำนวนมาก รัฐบาลหลายชาติจึงร้องขอ (หรือสั่ง) ไปยังกูเกิลให้ปิดข้อมูลหรือส่งข้อมูลของผู้ใช้ให้กับรัฐบาลอยู่เนืองๆ กูเกิลก็มักทำตามคำร้องขอเหล่านั้น แต่เพื่อความโปร่งใสก็จะทำรายงานสรุปตัวเลขการร้องขอออกมาเป็นรอบๆ และตอนนี้ก็ถึงรอบของการเปิดเผยข้อมูลในครึ่งปีแรกของปี 2011
ที่น่าสนใจคือรัฐบาลไทยได้ส่งคำสั่งไปยังกูเกิลสองครั้ง เพื่อให้ถอดวิดีโอหมิ่นฯ จำนวน 225 ชิ้น ทางกูเกิลได้ตอบรับคำร้องขอของรัฐบาลไทยด้วยการปิดไม่ให้วิดีโอเหล่านั้นเข้าถึงได้จากประเทศไทยเป็นสัดส่วนร้อยละ 90 ของวิดีโอทั้งหมด
ตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่าตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 2010 โดยปลายปี 2010 นั้นรัฐบาลไทยได้ส่งคำร้องขอไปหนึ่งครั้งเพื่อขอให้ถอนวิดีโอออกจาก YouTube จำนวน 43 ชิ้น และวิดีโอทั้งหมดถูกปิดไม่ให้เข้าจากประเทศไทย
จนถึงวันนี้ ยังไม่มีรายงานว่ารัฐบาลไทยร้องขอข้อมูลผู้ใช้ (User Data Requests) ไปยังกูเกิล
จากการสำรวจตัวเลขในแถบอาเซียนด้วยกันแล้ว ประเทศไทยมีจำนวนเนื้อหาที่ร้องขอให้กูเกิลถอนออกจากเว็บสูงสุด และสูงกว่าจีนที่ร้องขอให้กูเกิลถอนเนื้อหา 121 ชิ้นออกจากระบบจากคำร้องขอสามครั้ง และกูเกิลไม่ทำตามหนึ่งครั้ง

http://www.blognone.com/news/27240/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2011-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89-youtube-%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AF-225-%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

น้ำท่วมสื่อ

น้ำท่วมครั้งนี้ "เนชั่น" เยอะเกินไปจนน่าเกลียดมากจริงๆ แต่นั่นก็ยังไม่แย่เท่าเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล หลังจากนี้วงการสื่อคงต้องตั้งคำถามต่อจรรยาบรรณสื่อในเรื่องความรับผิดชอบต่อการนำเสนอข้อมูล(ไม่ใช่เฉพาในส่วนข้อมูลรัฐ เอกชนก็มั่วเยอะ) ปีนี้หยุ่นและทีมงานตกต่ำจริงๆ


อีกด้านหนึ่ง Thai PBS ก็ได้รับคำชมอย่างล้นเหลือทั้งจากแดงรากหญ้ายันคนชั้นกลางและสลิ่ม
กล่าวได้ว่ารางวัลผู้บริหารประจำปีนี้ยกให้ เทพชัย หย่อง และทีมงานได้เลยโดยไม่ต้องรอสิ้นปี!


ปล.มาตรฐาน Emotional journalism ของวิก3ยังไม่ตกเพียงแต่มีคู่แข่งเด็นขึ้นมาเท่านั้นเอง

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กัลยกร นาคสมภพ

กัลยกร นาคสมภพ
บุตรสาวคนเล็กในพี่น้อง 3 คนของ ดร. นิพนธ์ นาคสมภพ ผู้อำนวยการช่อง ASTV 3 และ สุนันทา นาคสมภพ อดีตนักแสดง



ที่มา Thai E-News

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รายชื่อหนังสือจัดซื้อปีนี้ (เพิ่มเติมลำดับที่ 11 - 27)

รายชื่อหนังสือจัดซื้อสำหรับงานหนังสือปีนี้ (และเพิ่มเติมลำดับที่ 11 - 27)

1.สามัญชนเปลี่ยนโลก. สนพ.ของเรา. โดย ภัควดี

2.JUSTICE : WHAT'S THE RIGHT THING TO DO ?. Michael J. Sandel (เขียน) สฤณี (แปล) สนพ.Openworlds

3.MODERN ART : A VERY SHORT INTRODUCTION. David Cottington (เขียน) อณัญญา (แปล) สนพ.Openworlds

4.AN EDIBLE HISTORY OF HUMANITY. Tom Standage (เขียน) โตมร (แปล) สนพ.Openworlds

5.THE TIME MACHINE. สนพ.สมมติ

6.LOOKING BACKWARD. สนพ.สมมติ

7.NEVER LET ME GO. สนพ.Earnest Publishing

8.สามัคคีเพศ. รวมเรื่องสั้น สนพ.สมมติ

9.ใต้เตียงนักดนตรี. สนพ.Openbooks

10.ก็ไพร่นี่คะ 2. สนพ.อ่าน

11.ตามล่าคว้าฝันที่ เลอ กอร์ดง เบลอ สนพ.มติชน

12.เบี้ยไล่ขุน โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ สนพ.มติชน

13.ฮาวายประเทศ โดย จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ สนพ.SALMON BOOKS

14.พิพิธภัณฑ์แห่งฉัน โดย จักรพันธุ์ ขวัญมงคล สนพ.SALMON BOOKS

15.บันทึกการเดินทางของนายวิชัย มาตกุล สนพ.SALMON BOOKS

16.หอสมุดแห่งบาเบล โดย Jorge Luis Borges. คำนิยมโดยธเนศ วงศ์ยานนาวา สนพ.บุคไวรัส

17.กรุงเทพฯ(ไม่)มีคนเสื้อแดง โดย ปืนลั่นแสกหน้า สนพ.อ่าน

18.หนังโรคจิต โดย นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ สนพ.postbooks

19.เหมือนบอดใบ้ไพร่ฟ้ามาสุดทาง โดย อานนท์ นําภา

20.คู่มือเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้า โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ สนพ.สารคดี

21.เพื่อนสามคน โดย โตมร ศุขปรีชา สนพ.Springbooks

22.ญี่ปุ่นได้อีก โดย อรรถ บุนนาค สนพ.อมรินทร์

23.ไฮปาเฌีย แห่ง อเล็กซานเดรีย สนพ.คบไฟ ลดเหลือ 50 บาท

24.อินเดีย จาริกด้านใน 1 โดย ประมวล เพ็งจันทร์ สนพ.สุขภาพใจ

25.Old Bangkok See, Eat, Do โดย ชมพูนุท ดีประวัติ สนพ.วงกลม

26.1cm โดย คิมอึนจู สนพ.วงกลม


วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แนวทางที่ควรยึดมั่น

ชอบคำแนะนำดีๆที่คุณปาล์ม Watcharapong Jiso เพื่อนสิงห์แดง๕๗ ได้แบ่งปันมาก ตอนนี้เวลาจะทำอะไรก็นึกถึงคำพูดของพี่หมอนรเทพตลอด แม้จะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว(ศิษย์ธเนศย่อมตระหนักว่าข้อนี้สำคัญ) แต่ผมก็เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณหมอพูดทุกประการ และรู้สึกว่ามันคือแนวทางที่ควรกระทำในโลกกว้างแห่งความเป็นจริงที่ต้องปฏิสัมพันธ์ มากกว่าโลกแคบทางวิชาการที่ยากจะปฏิสัมพันธ์ด้วยแนวทางวิชาการดิบๆให้ผู้คนเข้าใจได้โดยปราศจากอคติ แม้กระทั่งตัวเราเองเองก็เถอะ แม้คุณปาล์มอาจจะไม่รู้ว่ามันเป็นคำอธิบายคำแนะนำที่มีค่ามากและกระทุ้งความคิดกับสติมากแค่ไหน แต่ก็อยากจะขอบคุณคุณปาล์มที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ และเป็นบทพิสูจน์ว่า คนที่แชร์อะไรสร้างสรรค์และสันติก็มีเช่นกัน เนื้อความดังนี้

"พี่หมอ นรเทพ เป็นคนชลบุรี จบแพทย์ฯจุฬาฯ รับราชการเป็นหมอที่ระนองมาหลายปีแล้ว ได้ให้ข้อคิดการทำงานดีๆ แก่ผม (และน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน) ว่า

"ตอนนี้งานการก้าวหน้าขึ้นนะ เรียนรู้เยอะๆ เป็นประสบการณ์ การทำงานอยากให้เป็นมิตรกับทุกฝ่าย พยายามแก้ข้อขัดแย้งแบบ win -win โดยอาศัยกฎหมายเป็นหลัก ทุกส่วนงานเป็นฟันเฟืองในการทำงาน เลือกสิ่งที่ดีของแต่ละคนมาช่วยเราทำงาน องค์กรเรา แต่ข้อเสียของเขาถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ปล่อยเขา แต่อย่าให้มีผลกระทบกับส่วนรวม

ในสังคมการสร้าง connection ก็ดี พยามเลือกคบสิ่งที่ดีๆของเขา ที่เป็นผลประโยชน์ต่อสังคม

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรครอบครัวเราก็สำคัญ ถ้าครอบครัวมีความสุขก็เป็นแรงผลักดันให้ทำงาน

การมีเจ้านาย บางครั้งเราปรับตัวเจ้านายลำบาก แต่ทำอย่างไรให้เรา(จะ)ปรับตัว(เราให้)เข้ากับเจ้านาย

คำนึงถึงพื้นฐานความถูกต้อง แต่บางเรื่องผลประโยชน์การต่อรองก็มีความสำคัญ

เรียนรู้ประสบการณ์เยอะๆ ปัญหาคือสิ่งที่มาให้เราเรียนรู้ คิดในแง่บวก

หวังว่าในอนาคตจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดดีๆ เพิ่มขึ้นอีกคน"

· 27 ตุลาคมเวลา 14:21 น. บริเวณ Chonburi, Thailand