คณะกรรมการจัดเรตติ้งกำลังส่งสัญญาณแก่สังคมว่า อย่าทะลึ่งสร้างสรรค์อะไรที่กูไม่ชอบ ใช่ไหม?
คณะกรรมการให้เหตุผลในการ "แบน" หนังเรื่องนี้ว่า ขัดต่อศีลธรรมอันดี ผมจึงนึกเลยไปถึงเรื่องของ "ศีลธรรม" ซึ่งถูกใช้เป็นความชอบธรรมของอำนาจทุกชนิดในสังคมไทยอย่างหน้าด้านๆ มากขึ้นในเวลานี้
เรามักเอาสองด้านนี้มาปะปนกันอยู่เสมอ โดยลืมไปว่ารัฐและสังคมปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่กำกับศีลธรรมด้านที่หนึ่งแทนศาสนามากแล้ว เช่น มีตำรวจไล่จับผู้ร้ายเป็นต้น (ตำรวจโบราณคือผู้ผดุงอำนาจรัฐหรือผู้ปกครอง ตำรวจสมัยปัจจุบันคือผู้ผดุงสังคม) แต่ในรัฐและสังคมที่อ่อนแอ เมื่อกลไกของรัฐก็ตาม ระบบการกล่อมเกลาทางสังคม (socialization) ก็ตาม ทำงานอย่างห่วยแตก ก็มักจะยกเอาศีลธรรมเข้ามาพร่ำบ่นแทน (และมักไม่ได้ผลมากไปกว่าทำให้ผู้พูดกลายเป็นคนมีศีลธรรมขึ้นมา)
การที่รัฐใช้อำนาจ "แบน" หนังที่รัฐเชื่อว่า ขืนปล่อยให้ดู เราจะเสียผู้เสียคนกันไปหมด ก็เป็นส่วนหนึ่งของการกำกับควบคุมพลเมือง กูจะบังคับให้มึงมีศีลธรรมด้วยการปิดตา
อำนาจอันล้นเกินของรัฐซึ่งสังคมไทยก็มักยินดียกให้นี้ เมื่อเป็นรัฐที่อ่อนแอด้วยกลไกสับปะรังเค ย่อมไม่บังเกิดผลอะไรแน่นอนอยู่แล้ว แต่ที่เป็นอันตรายมากกว่าก็คือ ทำให้เราละเลยที่จะหันกลับไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม จะโดยการฟื้นฟูบทบาทหน้าที่ของสถาบันและองค์กรเดิมๆ หรือคิดสร้างองค์กรและกระบวนการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับยุคสมัยขึ้นมาทำหน้าที่ก็ตาม ทั้งหมดนี้เราไม่ทำเลย แต่ยกอำนาจให้รัฐไปทำแบบห่วยแตกไปเรื่อยๆ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1292835559&grpid=&catid=02&subcatid=0207
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
+colour.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น