"นักเขียนต้องอ่านหนังสือมาก อ่านแล้วต้องเข้าใจมัน ต้องเข้าใจมิติของชีวิต เรียนรู้และเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ จินตนาการ หรือในเชิงวิชาการก็ตามแต่ ...บ้านเราปัจจุบันนี้จะก้าวกระโดด อยากจะเป็นนักเขียนซะเลย เพราะว่านักเขียนอาจจะมีรายได้ อาจจะมีอะไรต่างๆมากมายในระดับหนึ่ง นักเขียนในอีกลักษณะหนึ่งขายดีมาก วันนี้งานสัปดาห์หนังสือก็จะเห็นว่าบางกลุ่มขายดี แต่ถ้าเขียนแบบสาระแบบนี้ จำเป็นต้องอ่านมาก และเมื่ออ่านแล้วก็จะรู้ทันทีว่า มันมีแง่มุมในชีวิตเราไม่มากนักหรอกที่จะขยายออกมาเป็นเรื่อง มีภาษาจำกัด มีสถานการณ์จำกัด มีตัวละครจำกัดซะด้วยซ้ำ แต่ทำอย่างไรที่จะเขียนให้มันขยายออกไปให้กว้าง อันนั้นมันขึ้นอยู่กับความจริงใจของหัวใจเรา ถ้านักเขียนไม่จริงใจกับงานแห่งชีวิตกับหัวใจของเรา มันจะไม่สามารถออกมาได้ดี"
"งานของคุณจเด็จคืองานเอาตาย เป็นwork of lifeจริงๆ ถ้าไม่อย่างนั้นงานมันจะไม่ออกมาอย่างนี้ มันจะสะเปะสะปะมาก เพราะว่ามันมาจากหลายทิศทางมากสำหรับคุณจเด็ด จะควบคุมไม่ได้ ข้อสำคัญคือควบคุมตนเองให้ได้"
"ผมก็หวังว่าสักวันหนึ่งงานอย่างคุณจเด็จ งานอย่างคุณอุทิศ เหมะมูล ลับแลแก่งคอย อะไรพวกนี้ จะเป็นงานที่มีทั้งรูปแบบและเนื้อหาที่ทำให้คนเขียนหนังสือ หรือคนที่ปราถนาที่จะเขียนหนังสือได้รับอิทธิพลพวกนี้ไปบ้างไม่ใช่รับกันแบบฉาบฉวย เราจะเห็นว่าการเขียนหนังสือมันเต็มไปด้วยมิติที่ต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตเขียนลงไป แล้วใช้ทั้งสมองกายใจประสานลงไป อย่าไปเขียนแค่ปลายปากกาหรือแค่แป้นคอมพิวเตอร์มันคงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก"
- สกุล บุญยทัต
ปล. MUST SEE นาทีที่ 46 ฮ่าๆๆๆๆตัดต่อภาพได้ เจ็บๆๆ เจ็บมากกกก
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
+colour.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น