วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ไพร่อุปถัมภ์

เรื่องไพร่ๆ อ่านเพลินๆ ยาวหน่อย ค่อยๆว่ากันไป (เรื่องสั้นไพร่อุปถัมภ์จากนาย hippie )
ตอนที่ 1 – บุญนิยม
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ ท่านเคยสำนึกในบุญคุณของไพร่อุปถัมภ์แบบพวกกระผมบ้างไหม
อำมาตย์: ไม่ ข้าไม่เคยสำนึกบุญคุณพวกเอ็ง ไพร่อุปถัมภ์มีหน้าที่ผลิตให้พวกข้ากิน เพราะพวกข้ามีบุญสะสมมาจากชาติที่แล้วและหลายๆชาติ
ไพร่อุปถัมภ์: แล้วพวกกระผมทำยังไงถึงจะหลุดจากวังวนนี้ล่ะขอรับ กระผมอยากมีบุญบ้าง
อำมาตย์: ก็ผลิตให้พวกข้ากินต่อไป มีเงินก็เอามาให้พวกข้า พวกข้าจะต่อบุญให้พวกเอ็งได้ แล้วชาติหน้าพวกเอ็งก็จะมีบุญอย่างพวกข้า ทำบุญกะพวกข้านี่ได้บุญเยอะกว่าไปช่วยเหลือไพร่อุปถัมภ์ด้วยกันนา
ไพร่อุปถัมภ์: อืม งั้นกระผมก็ต้องรอชาติหน้าสิขอรับ
อำมาตย์: ใช่แล้ว แป๊บเดียว แค่ชาติเดียว
ไพร่อุปถัมภ์: อืม ชาตินึงก็คือชั่วคนนึงใช่ไหมขอรับ
อำมาตย์: ใช่ ก็ทำนองนั้น เดี๋ยวเอ็งตายเอ็งก็มาเกิดใหม่ ชาติหน้าเอ็งก็สบายแล้ว
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ แต่ว่าปู่ของกระผมพ่อของกระผมก็ทำบุญไปเยอะนะขอรับ สามชั่วคนแล้วก็ยังไม่หลุดจากวังวนนี่เสียที ชาติหน้ากระผมก็ไม่รู้ว่าจะหลุดหรือเปล่า กระผมว่ากระผมขอกินมันชาตินี้นี่แหละขอรับ บุญมันหน้าตายังไงกระผมก็ไม่ค่อยรู้ ที่แน่ๆชาตินี้กระผมต้องกินต้องใช้ขอรับ ลูกก็ต้องไปโรงเรียน ต้องส่งเสียขอรับ
อำมาตย์: ไอ้เนรคุณ

ตอนที่ 2 – คนเนรคุณ
อำมาตย์: ไอ้เนรคุณ
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ กระผมเนรคุณตรงไหนขอรับ
อำมาตย์: พวกข้าดูแลประเทศมานานหลายชั่วคนเอ็งไม่สำนึกบุญคุณ รู้ไหมว่าการดูแลประเทศนี่มันยากลำบากแค่ไหน ไม่ตกเป็นขี้ข้าฝรั่งก็บุญแล้ว
ไพร่อุปถัมภ์: ปู่กระผมพ่อกระผมก็จ่ายภาษีนะขอรับ บรรพบุรุษกระผมก็โดนเกณฑ์แรงงานไปรบไปสร้างสถานที่ราชการ ถ้าการทำงานมันยากลำบากมากอย่างที่ท่านว่าท่านลาออกได้นะขอรับ ให้คนที่อยากทำเข้าไปทำแทนก็ได้ขอรับ
อำมาตย์: เอ็งนี่มันสามหาว เอ็งว่าข้าไม่เก่งงั้นเหรอ
ไพร่อุปถัมภ์: เปล่าขอรับ ก็เห็นท่านว่ามันยากลำบาก เผื่อท่านอยากจะหยุดพักให้สบายใจ แล้วท่านว่าเราไม่เป็นขี้ข้าฝรั่ง จริงเหรอขอรับ รถถัง อาวุธนี่ก็ทำเมืองฝรั่งนะขอรับ แต่งตัวก็แต่งแบบฝรั่งนะขอรับ ลูกกระผมก็ร้องอยากจะไปเรียนโรงเรียนฝรั่ง ใครพูดฝรั่งก็โก้หรูได้งานทำง่ายๆ
อำมาตย์: ไอ้เนรคุณ

ตอนที่ 3 – ภาษีบุญ
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ กระผมและบรรพบุรุษของกระผมรับใช้พวกท่านมานาน กระผมขอเป็นไทบ้างขอรับ
อำมาตย์: เหลวไหล เป็นไทอะไร ประเทศเราเลิกทาสไปร้อยปีแล้ว เอ็งไม่ต้องมาขอ
ไพร่อุปถัมภ์: กระผมหมายความว่ากระผมขอทำบุญน้อยลงน่ะขอรับ ขอให้กระผมได้เลี้ยงลูกเมียให้ลืมตาอ้าปากบ้างนะขอรับ
อำมาตย์: เอ็งมันคนเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ประเทศชาติ
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ ถ้ากระผมไม่เลี้ยงครอบครัวของกระผมใครมันจะเลี้ยงล่ะขอรับ ประเทศชาติไม่เห็นดูแลกระผมเลย เดี๋ยวนี้ยังดียังไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลแพงแต่ก็ไปได้ไม่กี่โรงพยาบาล แล้วก็ยังต้องส่งเสียลูกเรียนอยู่ ประเทศเราก็ไม่ได้ทำสงครามกะใคร กระผมทำบุญน้อยลงพวกท่านก็ซื้ออาวุธน้อยลงประเทศเราก็อยู่ได้นะขอรับ
อำมาตย์: อวดดี เอ็งรู้ได้ยังไง เราต้องเตรียมพร้อมกองทัพเรา เกิดสิงคโปร์มันมาบุกเรา ประเทศมันยิ่งเล็กๆอยู่ มันต้องการทรัพยากรบ้านเราแน่นอน
ไพร่อุปถัมภ์: ถึงมันมาบุกเราก็สู้ไม่ได้อยู่ดีขอรับ อาวุธมันเยอะกว่าเรามากแถมอาวุธมันทันสมัยกว่าด้วย เราก็ต้องไปขอความเป็นธรรมกะความช่วยเหลือจากประเทศอื่นอยู่ดี กระผมว่าอย่ากระนั้นเลย ปล่อยให้รถถังผุไปเถิดขอรับ กระผมไม่ค่อยจะมีเงิน กระผมขอลดภาษีแล้วก็ทำบุญน้อยลงนะขอรับ ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ลำบากจริงๆนะขอรับ
อำมาตย์: ข้าวยากหมากแพงอะไร เอ็งเอาอะไรมาพูด ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่อง
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านไม่ต้องทำมาหากินท่านก็ไม่รู้เรื่องนะขอรับ กระผมคนเดินดินต้องทำมาหากินถึงได้รู้
อำมาตย์: สามหาว เอ็งหาว่าข้าโง่กระนั้นหรือ
ไพร่อุปถัมภ์: เปล่าขอรับ กระผมแค่หมายความว่าท่านไม่ใช่คนเดินดินทำมาหากินแบบกระผม
อำมาตย์: ทำไมข้าจะไม่ทำมาหากิน ข้าก็มีธุรกิจส่วนตัวเหมือนกัน
ไพร่อุปถัมภ์: อ้าว ท่านมีธุรกิจส่วนตัวงั้นท่านก็มีกินมีใช้ไม่ต้องกินภาษีพวกกระผมสิขอรับ
อำมาตย์: ได้ยังไง นั่นมันธุรกิจส่วนตัว คนละเรื่องกัน
ไพร่อุปถัมภ์: เรื่องเดียวกันขอรับ ท่านพอกินพอใช้แล้วท่านจะมาขูดรีดเอากะพวกกระผมทำไมล่ะขอรับ ให้พวกกระผมได้ลืมตาอ้าปากกันบ้าง
อำมาตย์: ไอ้เนรคุณ เอ็งคิดดู ภาษีที่ให้มาพวกข้าก็เอาไปสร้างโรงเรียนสร้างมหาวิทยาลัยให้ลูกเอ็งได้เรียนยังไงเล่า เอ็งก็ได้เรียนถึงมีปัญญามาคิดมาถามข้าแบบนี้
ไพร่อุปถัมภ์: ภาษีนั่นมาจากพวกกระผมก็ต้องหมุนเวียนกลับมาหาพวกกระผมบ้างนะขอรับ แล้วกระผมและลูกกระผมไม่ได้เรียนกันฟรีๆ เวลาจะเข้าโรงเรียนรัฐดีๆก็ยังยากเลย ต้องใช้เส้น ใช่ว่าพวกกระผมจะเข้ากันได้ง่ายๆนะขอรับ ส่วนมากไม่ได้เรียนโรงเรียนดีๆกันขอรับ สุดท้ายก็ลูกหลานพวกท่านนั่นแหละเข้ากันได้ง่ายๆเพราะมีเส้นสาย
อำมาตย์: เส้นสายอะไรกัน ลูกพวกข้ามีบุญมากกว่าลูกพวกเอ็ง ก็บอกแล้วไงว่าพวกข้าสะสมบุญกันมาหลายชาติ พูดกี่รอบเอ็งถึงจะเข้าใจ
ไพร่อุปถัมภ์: ไหนท่านว่าชาติหน้าชั่วคนหน้าพวกกระผมจะได้ลืมตาอ้าปาก ถ้าลูกพวกท่านมีบุญมากกว่าลูกพวกกระผม ก็วนเวียนกันอยู่อย่างนี้สิ พวกกระผมเสียรู้พวกท่านเสียแล้ว
อำมาตย์: สามหาว นี่เป็นจารีตของประเทศเรา เอ็งมันไม่ใช่คนไทยถึงได้คิดแบบนี้
ไพร่อุปถัมภ์: ทำไมท่านไล่กันแบบนี้ล่ะขอรับ สรุปแล้วไม่ว่ากระผมทำอะไรถ้าไม่เชื่อฟังท่านนี่ไม่ใช่คนไทย กระผมไม่ฟังท่านแล้ว
อำมาตย์: โอหัง ไอ้เนรคุณ

ตอนที่ 4 – ความปราณี
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านมีกินมีใช้แล้วท่านก็ควักกระเป๋าท่านบ้างสิขอรับ กระผมไม่ไหวจริงๆ น้ำมันก็แพง ข้าวปลาอาหารก็แพง ไหนจะต้องเก็บเงินเป็นค่าแป๊ะเจี๊ยะเอาลูกเข้าโรงเรียนอีก
อำมาตย์: อวดดี คนเห็นแก่ตัวแบบเอ็งนี่ต้องจับไปยิงเป้าเสียให้หมด
ไพร่อุปถัมภ์: ถ้าท่านยิงพวกกระผมหมดท่านก็ต้องควักกระเป๋าเอาเงินท่านซื้ออาวุธเองนะขอรับ แล้วท่านจะเกณฑ์ใครไปรบยามมีศึกล่ะขอรับ ท่านจะให้ลูกหลานพวกท่านไปรบแทนลูกหลานพวกกระผมไหม
อำมาตย์: บังอาจมาสั่งสอนข้า ข้าจะจับขังคุกเสียให้เข็ด อย่างนี้ต้องเชือดไก่ให้ลิงดูเสียแล้ว
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ การฆ่าสัตว์หรือเพื่อนมนุษย์มันผิดศีลนะขอรับ เป็นบาปนะท่าน
อำมาตย์: ข้าทำบุญมาเยอะแล้ว ทำบาปนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ การฆ่าสัตว์หรือเพื่อนมนุษย์เป็นบาปอย่างแรงไม่ใช่บาปนิดหน่อย
อำมาตย์: แล้วยังไง ข้าต้องทำเพื่อความสงบสุขของประเทศ คนอย่างแกจะก่อความเดือดร้อนให้บ้านเมือง
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ กระผมแค่ขอความปราณี ขอลดภาษีกะทำบุญน้อยลงเท่านั้น ท่านก็ซื้ออาวุธน้อยลงแค่นั้น กระผมไม่ได้ก่อความไม่สงบสุขอะไร ไม่มีอาวุธจะไปทำอะไรใครได้ขอรับ

ตอนที่ 5 – รถถังเอื้ออาทร
อำมาตย์ 1: ท่านเจ้าคุณ ข้ามีเรื่องจะปรึกษา ไอ้ไพร่อุปถัมภ์มันขอความปราณี เรียกร้องให้ลดภาษี มันว่าข้าวยากหมากแพง ขอทำบุญน้อยลง ท่านจะว่าอย่างไร
อำมาตย์ 2: ท่านจะไปฟังมันทำไม พวกมันขี้เกียจ มันก็อ้างโน่นอ้างนี่ตามประสา ข้าวยากหมากแพงยังไงพวกมันก็เอาตัวรอดได้ แพงนักพวกมันก็ปลูกผักเลี้ยงปลากินกันเองได้ มันพูดมากนักท่านก็สั่งยิงทิ้งเสีย
อำมาตย์ 1: ตอนแรกข้าก็คิดยังงั้น แต่ว่าพวกมันเยอะกว่าพวกเรานะท่าน อาวุธพวกเราก็ต้องหาซื้อจากเมืองฝรั่ง เราจะไปยิงมันหมดได้อย่างไร ยิ่งถ้าพวกมันตายกันเยอะแล้วใครจะทำนาหาข้าวให้พวกเรากินล่ะ พวกเราปลูกผักเลี้ยงปลากันเป็นที่ไหน ภาษีก็จะหดหาย จะเอาเงินที่ไหนมาซื้ออาวุธล่ะท่าน ท่านว่าพวกเราทำอย่างไรดี
อำมาตย์ 2: อืม ถ้างั้นก็ต้องหลอกพวกมันให้กลัว เอารถถังมาวิ่งให้มันเห็นบ้างเป็นครั้งคราว มันจะได้กลัวลนลาน
อำมาตย์ 1: เป็นความคิดที่เข้าท่า ท่านนี่เฉียบแหลมจริงๆ

ตอนที่ 6 – ไพร่รำพึง
ไพร่อุปถัมภ์ 1: เอ็งว่าพวกอำมาตย์จะปราณีพวกเราไหม ข้าวยากหมากแพงเหลือเกิน
ไพร่อุปถัมภ์ 2: ข้าว่าไม่ พวกอำมาตย์มีอำนาจมาก จะมาฟังพวกเราทำไม
ไพร่อุปถัมภ์ 3: อืม ก็จริง แต่พวกเราอุปถัมภ์พวกอำมาตย์มาหลายชั่วคนแล้ว ไม่มีพวกเราพวกอำมาตย์ก็ไม่มีกิน ทำนาปลูกผักเลี้ยงปลากันเป็นที่ไหน โรงไฟฟ้าโรงน้ำมันก็อยู่ตามหัวเมือง พวกเราแบ่งไฟแบ่งน้ำมันให้ใช้ ลูกหลานพวกเราเป็นทหารไปตายแทน ไหนจะกุลีท่าเรือขนส่งสินค้าไปขายฝรั่ง นั่นลูกหลานพวกเราทั้งนั้น เรียกทหารฝรั่งมาตั้งฐานทัพลูกสาวหลานสาวของพวกเราก็ช่วยบริการเอาใจทหารฝรั่ง พวกเราเสียสละเพื่อชาติมามาก
ไพร่อุปถัมภ์ 4: ก็จริง แต่พวกอำมาตย์ไม่สำนึกบุญคุณไพร่อุปถัมภ์ พวกเราจะทำอะไรได้
ไพร่อุปถัมภ์ 5: ก็ต้องทำให้สำนึก ต้องหาทางดัดสันดานพวกอำมาตย์ทั้งหลาย
[รถถังวิ่งไปวิ่งมาทั่วพระนคร เสียงปืนยิงขึ้นฟ้า บรรดาไพร่อุปถัมภ์แตกกระเจิงแยกย้ายกันกลับบ้าน]

ตอนที่ 7 – โลกาภิวัฒน์
ไพร่พาณิชย์: นี่เกิดเหตุวิบัติอะไร เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
ไพร่รับใช้: พวกไพร่อุปถัมภ์นอกเรือนมันว่ารถถังออกมาวิ่งทั่วพระนครขอรับ
ไพร่พาณิชย์: จริงหรือ [ควักโทรศัพท์มือถือออกมาโทรออก]
อำมาตย์: ฮัลโหล ว่าไง
ไพร่พาณิชย์: ฮัลโหล ท่านเจ้าคุณ เกิดเหตุอะไร ไพร่รับใช้ในเรือนข้าว่ารถถังวิ่งทั่วพระนคร
อำมาตย์: อ๋อ ท่านไพร่พาณิชย์ พวกข้าแค่อยากสั่งสอนพวกไพร่อุปภัมภ์เสียหน่อย มันไม่รู้หน้าที่ว่าต้องอุปถัมภ์รับใช้พวกเรา บังอาจขอลดภาษี อ้างว่าข้าวยากหมากแพง
ไพร่พาณิชย์: ยังไงท่านอย่ารุนแรงมาก พวกฝรั่งกะแขกที่ค้าขายด้วยกันจะเป็นกังวลไม่กล้าส่งเรือมาขนสินค้าหรือลงทุนสร้างโรงงานด้วยกัน โครงการร่วมทุนของพวกเราจะชะงัก นักท่องเที่ยวก็จะไม่กล้ามา ถ้ารีสอร์ทข้าไม่มีฝรั่งมาพักท่านก็จะขาดรายได้ไปด้วยนา
อำมาตย์: อย่ากังวล พวกข้าแค่ขู่พวกมันพอหอมปากหอมคอ วานท่านช่วยเป็นธุระจัดซื้อลูกกระสุนด้วยแล้วกัน ต้องสำรองไว้เผื่อจำเป็น
ไพร่พาณิชย์: ได้เลยท่าน ข้าจะสั่งกระสุนจากเมืองฝรั่งเตรียมไว้ เสร็จงานนี้ท่านอย่าลืมโครงการสัมปทานที่เราเคยคุยกันไว้
อำมาตย์: ไม่ต้องห่วง ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม

ตอนที่ 8 – ข่าวซุบซิบ
ไพร่รับใช้: ข้ามีข่าวมาบอกพวกเอ็ง
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ข่าวอะไร
ไพร่รับใช้: เอียงหูมา [กระซิบกระซาบ]
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ขอบใจมาก คอยจับตาดูนายเอ็งให้ดี แล้วข้าจะเอาของอร่อยจากบ้านนอกมาฝากเอ็งอีก
ไพร่รับใช้: ไม่เป็นไร เราคนบ้านเดียวกันต้องช่วยเหลือกัน ข้าไปล่ะ
ไพร่อุปถัมภ์ 2: ว่าไง ข่าวอะไร
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ไพร่พาณิชย์สั่งกระสุนจากเมืองฝรั่งมาเตรียมไว้ แต่กำชับอำมาตย์ว่าอย่ารุนแรงมาก กลัวฝรั่งกะแขกที่ลงทุนทำมาค้าขายด้วยจะหนีหาย
ไพร่อุปถัมภ์ 2: งั้นข้าว่าอย่างมากก็เชือดไก่ให้ลิงดู
ไพร่อุปถัมภ์ 1: แล้วใครจะอยากเป็นไก่ล่ะ
ไพร่อุปถัมภ์ 2: อืม ที่จริงทหารส่วนใหญ่ไม่ใช่อำมาตย์แต่เป็นไพร่สละชีพ เอ็งว่าพวกไพร่สละชีพจะปราณีไว้ชีวิตพี่น้องไพร่อุปถัมภ์ด้วยกันไหม หรือมันจะยิงเราตามคำสั่งอำมาตย์

ตอนที่ 9 – ไพร่สละชีพ
ไพร่อุปถัมภ์: ถ้าพวกข้าออกไปชุมนุมขอลดภาษี พวกเอ็งช่วยปราณีไว้ชีวิตพวกข้าได้ไหม
ไพร่สละชีพ: เอ็งอย่าหาเวรมาให้ข้า ข้าไม่อยากโดนอำมาตย์ลงโทษ
ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งแกล้งยิงพลาดได้ไหม ข้าขอร้องล่ะ
ไพร่สละชีพ: ได้ยังไง ถ้าอำมาตย์สั่งให้เอาตายแล้วพวกเอ็งไม่ตายข้าก็เดือดร้อน
ไพร่อุปถัมภ์: แล้วเมื่อไรพวกเราจะได้ลืมตาอ้าปากล่ะ พวกข้ามือเปล่าไม่มีอาวุธหรอก พวกเอ็งทำเป็นยิงพลาดแล้วกันนะ ยังไงเราก็ไพร่อุปภัมภ์ด้วยกัน
ไพร่สละชีพ: ข้าก็เห็นใจเอ็ง เอ็งมาสมัครเข้ากองทัพไหมล่ะ ได้สวัสดิการรักษาพยาบาล แล้วอำมาตย์ก็ให้พิเศษเวลาข้าช่วยธุรกิจส่วนตัวของท่าน ลูกข้าก็ได้อาศัยเส้นสายท่านเข้าโรงเรียนด้วย ถึงจะไม่ดีเท่าโรงเรียนลูกท่านก็ยังดีกว่าไม่มีเส้นเลย ประเทศเราไม่ได้ทำสงคราม ถ้าไม่โดนส่งไปเคลียร์พื้นที่ภาคใต้ก็ไม่ต้องสละชีพจริงๆหรอก
ไพร่อุปถัมภ์: ข้าไม่อยากมีกินเพราะทำร้ายคนชาติเดียวกัน

ตอนที่ 10 – หน้าที่พลเมือง
ไพร่สละชีพ: หน้าที่พวกข้าไม่ใช่ทำร้ายพวกเอ็ง พวกข้ามีหน้าที่ป้องกันประเทศ
ไพร่อุปถัมภ์: แล้วทำไมพวกเอ็งขับรถถังเข้ามายิงปืนในพระนครกันคึกคัก
ไพร่สละชีพ: พวกเอ็งก็อย่าชุมนุมสิ อย่าลืมว่าพวกเรามีหน้าที่สามอย่าง อุปถัมภ์ รับใช้และตายแทน เอ็งทำหน้าที่ของเอ็ง ข้าก็ทำหน้าที่ของข้า
ไพร่อุปถัมภ์: พวกข้าก็ทำหน้าที่อุปถัมภ์พวกเอ็งด้วยเงินเดือนกะสวัสดิการนี่ไงเล่า มาจากภาษีทั้งนั้น ข้ามาขอความปราณีจากเอ็งเพราะข้าวยากหมากแพงจริงๆ พ่อแม่พี่น้องเอ็งอยู่นอกกองทัพก็ลำบากเหมือนข้า เอ็งกลับไปเยี่ยมพ่อแม่บ้างจะได้เห็นว่าฝืดเคืองกันแค่ไหน
ไพร่สละชีพ: อืม งั้นถ้าพวกเอ็งได้ลดภาษี สวัสดิการข้าก็หดน่ะสิ
ไพร่อุปถัมภ์: ไม่หดหรอก แค่พวกอำมาตย์ยอมซื้ออาวุธน้อยลงก็หมดเรื่อง
ไพร่สละชีพ: แล้วพวกอำมาตย์จะยอมเหรอ
ไพร่อุปถัมภ์: ถ้ายอมง่ายๆพวกข้าก็ไม่คิดชุมนุมหรอก

ตอนที่ 11 – กรรมผ่อนส่ง
ไพร่สละชีพ 1: นี่ของฝากจากบ้านนอก แม่เอ็งฝากข้ามา
ไพร่สละชีพ 2: ขอบใจ แม่ข้าเป็นไงบ้าง
ไพร่สละชีพ 1: แม่เอ็งไม่ค่อยสบายเท่าไร เจ็บออดๆแอดๆ บางวันก็ไปขายของที่ตลาดไม่ไหว ฝากบอกให้เอ็งส่งเงินไปให้ด้วย น้องเอ็งต้องกินต้องใช้ ค่าเทอมน้องเอ็งก็แพงขึ้น
ไพร่สละชีพ 2: สิ้นเดือนข้าก็ส่งไปให้ทุกเดือนอยู่แล้วนะ นี่ยังไม่พออีกหรือ
ไพร่สละชีพ 1: แม่เอ็งฝากบอกมายังไงข้าก็บอกเอ็งไปยังงั้น ข้ารู้ เงินเดือนพวกเราแค่เลี้ยงลูกเมียก็เดือนชนเดือนแล้ว ข้าว่าเอ็งบอกให้น้องเอ็งหางานทำเถอะ เรียนไปก็ไม่รู้จบมาจะมีงานทำหรือเปล่า
ไพร่สละชีพ 2: ถ้าน้องข้าเรียนไม่จบจะไปทำอะไรได้ ก็ได้แค่ทำงานโรงงานหรือเป็นเสมียน หรือไม่ก็มาเข้ากองทัพแบบข้า
ไพร่สละชีพ 1: พวกเราทำเวรทำกรรมมาแต่ชาติก่อน ชาตินี้มีกินเท่านี้ก็บุญแล้ว
ไพร่สละชีพ 2: ข้าอยากส่งน้องเรียนจนจบมันจะได้มีอนาคต น้องข้ามันหัวดีกว่าข้า
ไพร่สละชีพ 1: เอ็งจะเอาเงินที่ไหนส่งล่ะ
ไพร่สละชีพ 2: อีกปีเดียวน้องข้าก็จะเรียนจบแล้ว ข้าจะยอมบากหน้าไปกู้เพื่อนฝูง ก็ผ่อนส่งรายเดือนเอานั่นแหละ

ตอนที่ 12 – กลไกตลาด
ไพร่สละชีพ: ข้าร้อนเงิน เอ็งให้ข้ายืมเงินหน่อยได้ไหม แล้วข้าจะผ่อนใช้เอ็งทุกเดือน
ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งจะเอาไปทำอะไร เอาเท่าไรล่ะ
ไพร่สละชีพ: ข้าต้องจ่ายค่าเทอมกะค่าหนังสือให้น้อง ขอยืมซักสามหมื่นได้ไหม
ไพร่อุปถัมภ์: เอ็งเอาเพื่อนในกองทัพมาเซ็นค้ำประกันได้ไหมล่ะ แล้วข้าจะคิดดอกเบี้ยถูกๆ
ไพร่สละชีพ: ได้สิ เอ็งจะคิดเท่าไร
ไพร่อุปถัมภ์: ถ้าเอ็งยืมสามหมื่นก็ผ่อนเดือนละพันห้านานสามปี ตกลงไหม
ไพร่สละชีพ: ตกลง
ไพร่อุปถัมภ์: อืม ถ้าเอ็งสัญญาว่าจะไว้ชีวิตพวกข้าเวลาพวกข้าออกไปชุมนุม ข้าจะลดให้เหลือเดือนละพันสอง
ไพร่สละชีพ: ก็ได้ แต่ถ้าเอ็งโดนคนอื่นยิงก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน
ไพร่อุปถัมภ์: ถ้าข้าตายเอ็งก็ใช้หนี้กะเมียข้า เมียข้าจะทำสัญญากู้ยืมเอง ถ้าพวกเอ็งไว้ชีวิตพวกข้าแล้วพวกอำมาตย์ยอมลดภาษี วันหลังพวกข้าชุมนุมเรียกร้องให้ลดค่าเทอมก็ได้นะ คนเดือดร้อนเพราะค่าเทอมมีเยอะแยะ ข้าก็อยากเสียค่าเทอมถูกๆเหมือนกัน
ไพร่สละชีพ: เข้าท่าแฮะ งั้นข้าจะบอกพรรคพวกในกองทัพให้ไว้ชีวิตพวกเอ็ง

ตอนที่ 13 – รักสามเส้า
[พวกไพร่อุปถัมภ์ออกมาชุมนุมถือป้ายเดินขบวนกันที่ลานกลางพระนคร]
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ กระผมเป็นตัวเแทนชาวไพร่มาขอความปราณี ท่านกรุณาลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มบ้างเถิดขอรับ ข้าวยากหมากแพงแบบนี้พวกเราลำบากมาก กระผมขอเสนอให้ท่านลดงบซื้ออาวุธ เท่านั้นชาติเราก็ไปได้ขอรับ
อำมาตย์: ข้าก็บอกเอ็งแล้วว่าไม่ได้ เราต้องสะสมอาวุธเพื่อปกป้องประเทศ ยิ่งข้าวยากหมากแพงเศรษฐกิจไม่ดีรายได้เข้าคลังยิ่งลด เผลอๆพวกข้าต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยซ้ำ
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ กระผมก็เรียนท่านแล้วว่าไม่ต้องสะสมอาวุธมากก็ได้ เอาแค่รับศึกเล็กๆได้ก็พอขอรับ เวลามีศึกใหญ่เราก็ต้องขอความเป็นธรรมจากประเทศอื่นอยู่ดี ถ้าท่านไม่อยากลดงบซื้ออาวุธจริงๆ ท่านขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแทนได้ไหมขอรับ
ไพร่พาณิชย์: ได้ยังไง ทำยังงั้นธุรกิจข้าก็ทุนหายกำไรหด แล้วข้าจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างงานให้พวกเอ็งทำ งั้นข้าก็ต้องลดค่าแรงพวกเอ็ง
อำมาตย์: ไอ้ไพร่อุปภัมภ์ เอ็งนี่ไม่รักชาติเลย บอกให้ข้าลดอาวุธป้องกันประเทศได้ยังไง
ไพร่อุปถัมภ์: การเอารถถังเข้ามาในพระนครนี่เป็นการป้องกันประเทศตรงไหนขอรับ ประเทศเรามีรถถังมากจนออกมาวิ่งให้เปลืองน้ำมันเล่นๆ แสดงว่ามีรถถังมากเกินไปขอรับ
ไพร่พาณิชย์: ถ้าท่านอำมาตย์ซื้ออาวุธน้อยลงรายได้จากค่าคอมมิชชันของข้าก็ลดลง แบบนี้ยิ่งไม่สมควรขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่งั้นข้าต้องลดคนงาน พวกเอ็งจะตกงานกันนา
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านไพร่พาณิชย์ ถ้าท่านไม่ไหวจริงๆก็จ่ายค่าชดเชยก่อนไล่พวกเราออกให้สมน้ำสมเนื้อแล้วกัน ไม่งั้นพวกเราจะนัดหยุดงานประท้วง
อำมาตย์: ข้าตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ต้องปรึกษาสภาอำมาตย์ วันนี้พวกเอ็งแยกย้ายกันกลับบ้านกันไปก่อน
ไพร่อุปถัมภ์: ขอความกรุณาท่านตัดสินใจเร็วๆนะขอรับ

ตอนที่ 14 - สภาอำมาตย์
อำมาตย์ 1: ไอ้พวกไพร่มันชุมนุมเรียกร้องขอให้ลดภาษี พวกท่านเห็นว่าอย่างไร
อำมาตย์ 2: เราก็เคยสรุปกันแล้วว่าไม่จำเป็นต้องรับฟังพวกไพร่ วุ่นวายนักก็เอารถถังออกมายิงขู่อีก ก็เท่านั้น
อำมาตย์ 3: เอารถถังออกมาวิ่งในพระนครบ่อยๆมันก็ว่าพวกเรามีรถถังมากเกินความจำเป็น มันอ้างว่า ถ้าพวกเราซื้อรถถังน้อยลงก็ลดภาษีได้น่ะสิ
อำมาตย์ 4: อืม งั้นก็ต้องใช้ไม้อ่อน
อำมาตย์ 1: เอาไงล่ะท่าน
อำมาตย์ 4: พวกเราก็ต้องแจกของบรรเทาภาวะข้าวยากหมากแพงน่ะสิ ตอนแจกก็เรียกทีวีมาทำข่าวเยอะๆ ให้เห็นกันทั่วประเทศ มันจะได้เห็นว่าพวกเราเห็นอกเห็นใจมัน
อำมาตย์ 1: เยี่ยมไปเลยท่าน เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสจริงๆ
อำมาตย์ 2: ที่สำคัญ ท่านไปเรียกไอ้ผู้นำไพร่มาคุย เสนอเงินทองให้พอหอมปากหอมคอ มันจะได้เลิกเรียกพรรคพวกมาชุมนุมให้พวกเราเดือดร้อนอีก ถ้ามันหัวแข็งนักก็ปิดปากมันซะ
อำมาตย์ 3: มันไม่โง่มาให้เราเชือดง่ายๆหรอกท่าน มันหัวหมอขนาดนั้น
อำมาตย์ 4: โง่ไม่โง่เราก็ต้องทำ กลัวอะไร มันมือเปล่าแต่พวกเรามีอาวุธ
อำมาตย์ 1: ข้ากลัวว่าถ้าเราเชือดผู้นำพวกมัน พวกมันจะลุกฮือเป็นไฟลามทุ่งน่ะสิ
อำมาตย์ 4: มันไม่กล้าหรอก พวกมันหัวอ่อนอยู่ใต้อำนาจพวกเรามากี่ศตวรรษ พอผู้นำโดนเชือดมันก็กลัวลนลานแล้ว

ตอนที่ 15 - ผู้แทน
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ สภาอำมาตย์ตัดสินใจว่าอย่างไรขอรับ
อำมาตย์: พวกเราตัดสินใจไม่ลดภาษี ข้าถามอะไรเอ็งหน่อย เอ็งจะเอาเท่าไรถึงจะเลิกนำพวกไพร่ออกมาชุมนุมเรียกร้อง
ไพร่อุปถัมภ์: กระผมไม่เอาอะไรขอรับ ถ้าท่านยอมลดภาษีก็ไม่ชุมนุมกันแล้วขอรับ
อำมาตย์: ข้าก็บอกเอ็งแล้วว่าพวกเราจะไม่ลดภาษี แต่พวกเราจะแจกข้าวสารให้พวกเอ็งกันครัวเรือนละถัง ว่าไง พวกเอ็งจะเลิกชุมนุมไหม
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ กระผมก็ไม่ทราบว่าพี่น้องไพร่จะชุมนุมต่อหรือเปล่า ท่านลองแจกข้าวสารดูก่อนก็ได้ขอรับ
อำมาตย์: อ้าว เอ็งจะให้ข้าแจกข้าวสารแต่ไม่เลิกชุมนุมได้ยังไง แบบนี้ก็โกงกันนี่หว่า
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ สิทธิชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิส่วนบุคคลนะขอรับ กระผมบังคับพี่น้องไพร่ให้ชุมนุมหรือไม่ชุมนุมไม่ได้ขอรับ แล้วแต่พี่น้องจะตัดสินกันเอง
อำมาตย์: แล้วตัวเอ็งล่ะ ทำยังไงเอ็งถึงไม่เรียกพรรคพวกมาชุมนุมอีก เอ็งจะเอารางวัลอะไร
ไพร่อุปถัมภ์: เอาแบบนี้ไหมขอรับ ขอกระผมเข้าไปร้องเรียนในสภาอำมาตย์เวลาพวกกระผมเดือดร้อน ขอเข้าร่วมประชุมกะพวกท่านบ้างเป็นครั้งคราว เวลาพวกกระผมเดือดร้อนก็ไม่ต้องมาชุมนุมให้พวกท่านขับรถถังมาไล่ให้เปลืองกระสุนเปลืองน้ำมันอีก
อำมาตย์: สามหาว เอ็งไม่มีสิทธิในการบริหารจัดการประเทศ มันจะมากไปแล้ว ได้คืบจะเอาศอก
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านอย่าเข้าใจผิดขอรับ กระผมแค่ขอเข้าไปร้องเรียนในสภาอำมาตย์เป็นครั้งคราว อำนาจการตัดสินใจเป็นของพวกท่านขอรับ เวลาท่านอยากสั่งอะไรกะพวกกระผมก็สะดวก ไม่เปลืองกระสุนไม่เปลืองน้ำมันขอรับ

ตอนที่ 16 - ประชาไม่นิยม
อำมาตย์: ท่านไพร่พาณิชย์ ข้ามีเรื่องต้องรบกวนท่านนิดหน่อย
ไพร่พาณิชย์: ท่านอำมาตย์มีอะไรให้ข้ารับใช้ ท่านว่ามาเลยไม่ต้องเกรงใจ
อำมาตย์: ขอรบกวนท่านบริจาคข้าวสารซักหนึ่งพันถังได้ไหม
ไพร่พาณิชย์: ได้สิท่าน ข้าจะให้ไพร่รับใช้เอาไปส่งให้ถึงเรือนท่านเลย
อำมาตย์: ขอบใจมากท่านไพร่พาณิชย์ ท่านช่วยสั่งไพร่รับใช้ให้ขนไปที่ลานหน้าพระนครได้ไหม วันเสาร์หน้าท่านจะสะดวกไหม
ไพร่พาณิชย์: ไม่มีปัญหา ว่าแต่ว่าท่านจะให้ข้าส่งข้าวสารไปที่ลานหน้าพระนครทำไม
อำมาตย์: ข้าจะแจกข้าวสารให้ไอ้พวกไพร่อุปถัมภ์ มันจะได้เห็นว่าพวกเรามีเมตตาปราณี ไม่ใจไม้ไส้ระกำ ไม่งั้นพวกมันจะพากันมาชุมนุมเรียกร้องโน่นนี่กันใหญ่โต
ไพร่พาณิชย์: เข้าใจแล้วท่าน แต่ที่ผ่านมาพวกมันชุมนุมกันหลายพันคน ท่านเอาข้าวสารไปแค่หนึ่งพันถังจะพอเหรอ ข้าส่งข้าวสารไปซักห้าพันถังก็ได้นะท่าน
อำมาตย์: ไม่ต้องแจกมันหมดหรอกท่าน เปลืองเปล่าๆ หนึ่งพันถังก็พอแล้ว พวกเราไปแจกข้าวก็เอากรมข่าวไปทำข่าวด้วย ออกข่าวหนังสือพิมพ์กะข่าวทีวีให้ทั่ว แค่นี้พวกไพร่อุปถัมภ์ที่ไม่ได้รับแจกหรือไพร่ตามหัวเมืองก็เห็นว่าเรามีเมตตาปราณีแล้ว ท่านเก็บข้าวสารไว้งานหน้าเถอะ ถ้าข้าจำเป็นต้องแจกอีกข้าก็จะรบกวนท่านอีก
ไพร่พาณิชย์: ข้าเข้าใจแล้ว ถ้ายังงั้นข้าจะเอาฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทข้าไปช่วยทำข่าวด้วยอีกแรง จะได้เอาข่าวไปคั่นเวลาโฆษณาสินค้า
อำมาตย์: ขอบใจมากท่านไพร่พาณิชย์ ประมูลส่งออกข้าวงานหน้าข้าจะไม่ลืมน้ำใจท่าน

ตอนที่ 17 – ได้คืบเอาศอก
[ไพร่อุปถัมภ์เข้าแถวรับแจกข้าวสารจากอำมาตย์แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน]
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ข้าวสารแค่นี้จะยังชีพไปได้ซักกี่วัน อำมาตย์ช่างงกเหลือเกิน มีเรือกสวนไร่นาไม่รู้กี่หมื่นกี่พันไร่เหลือกินเหลือใช้ แจกข้าวแค่นี้ ภาษีก็ไม่ยอมลด เอ็งว่าพวกเราทำยังไงกันต่อดี
ไพร่อุปถัมภ์ 2: ข้าว่าอำมาตย์ก็กลัวพวกเราเหมือนกัน ไม่งั้นไม่ออกมาแจกข้าวหรอก
ไพร่อุปถัมภ์ 1: เราจะเรียกร้องต่อไปดีไหม แต่มันจะเหมือนได้คืบเอาศอกน่ะสิ เดี๋ยวอำมาตย์จะโมโหอีก
ไพร่อุปถัมภ์ 2: ได้คืบอะไรกัน ข้าวถังเดียว แค่กระผีกเดียวเอง เอ็งจะไปกลัวอำมาตย์โมโหทำไม พวกเราสิที่น่าจะโมโห อำมาตย์นั่นแหละได้คืบจะเอาศอก ให้กินภาษีอยู่สบายๆยังไม่รู้จักพอ ยังมาวางอำนาจขูดรีดภาษีอีก ข้าวยากหมากแพงแบบนี้พวกเราลำบากอำมาตย์จะเอาตัวรอดไม่ยอมลดภาษีมันก็เกินไป
ไพร่อุปถัมภ์ 1: งั้นพวกเราก็ต้องชุมนุมกันอีก
ไพร่อุปถัมภ์ 2: ใช่ จะประท้วงไม่ยอมจ่ายภาษีก็ทำไม่ได้ เพราะเงินเดือนพวกเราสรรพากรก็หักภาษีไปแล้ว

ตอนที่ 18 – วิธีลบบาป
[ไพร่อุปถัมภ์มาชุมนุมที่ลานหน้าพระนครเรียกร้องให้ลดภาษี]
อำมาตย์ 1: ท่านเจ้าคุณ ไอ้พวกไพร่อุปถัมภ์มันมาชุมนุมกันที่ลานกลางพระนครกันมืดฟ้ามัวดิน เราจะทำอย่างไรดี
อำมาตย์ 2: ก็เอารถถังออกไปยิงปืนขึ้นฟ้าขู่มันแบบเดิม ถ้ามันยังไม่แยกย้ายกันกลับบ้านก็เชือดไก่ให้ลิงดูซะ
อำมาตย์ 1: ถ้าเราเอามันตายมันจะว่าเราเป็นคนบาปนะท่าน ข้ากลัวว่าทีนี้พวกมันจะดื้อไม่ยอมจ่ายภาษีบุญกะพวกเราอีกต่อไป แล้วจะพากันมาชุมนุมอีกน่ะสิ
อำมาตย์ 2: อย่ากังวล หลังจากที่ท่านเชือดพวกมันพอหอมปากหอมคอพวกข้าจะออกไปห้ามทัพ แบบนี้พวกมันก็จะสำนึกบุญคุณแล้วก็จ่ายภาษีกันต่อไป ส่วนท่านก็อยู่เงียบๆไป อย่าออกงาน อีกหน่อยพวกมันก็ลืมท่าน
อำมาตย์ 1: ข้ากลัวว่าพวกมันจะโกรธแค้นจนมาเผาเรือนหรือทำร้ายลูกเมียข้าน่ะสิ
อำมาตย์ 2: ไม่ต้องกลัว เอาไพร่สละชีพไปคุ้มกันเรือนท่านเยอะๆ หรือท่านจะพาลูกเมียหลบไปอยู่เมืองนอก ข้าจะเป็นธุระหาที่อยู่ให้ ให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา
อำมาตย์ 1: ได้ยินแบบนี้ข้าก็สบายใจ งั้นก็ดูสถานการณ์ก่อน ถ้าพวกมันไม่โกรธแค้นมากข้าก็ขออยู่ประเทศเรานี่แหละ ลูกข้าจะได้ไม่ต้องย้ายโรงเรียนกันวุ่นวาย

ตอนที่ 19 – แตกหัก
[ไพร่อุปถัมภ์มาชุมนุมที่ลานหน้าพระนครเรียกร้องให้ลดภาษี]
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ท่านอำมาตย์ สภาอำมาตย์ตัดสินใจว่าอย่างไร พวกท่านจะลดภาษีให้พวกเราหรือไม่
อำมาตย์ 1: ข้าก็บอกพวกเอ็งไปแล้วว่าลดไม่ได้ ข้าก็เห็นใจพวกเอ็งถึงได้แจกข้าวสารไปแแล้วไงเล่า พวกเอ็งนี่ไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย
ไพร่อุปถัมภ์ 1: พวกท่านสิไม่ยอมเข้าใจอะไร พวกเราลำบากกันถ้วนหน้าพวกท่านยังอยู่สุขสบายเหลือกินเหลือใช้ ข้าวที่ท่านมาแจกกินไม่กี่วันก็หมดแล้ว ถ้าท่านไม่ยอมลดภาษีท่านก็ต้องแจกข้าวพวกเรามากกว่านั้น
อำมาตย์ 1: พวกเอ็งได้คืบจะเอาศอก ข้าจะเตือนพวกเอ็งไว้ว่าอย่าสามหาวมาก เกิดเป็นไพร่ต้องเจียมตัว อย่ามาตีเสมอพวกข้า พวกข้าอยู่สุขสบายก็เป็นเพราะบุญวาสนา แข่งเรือแข่งพายน่ะแข่งได้แต่แข่งบุญแข่งวาสนาน่ะแข่งไม่ได้
ไพร่อุปถัมภ์ 1: พวกท่านอย่ากดขี่กันให้มากนัก ถ้าพวกเราอดอยากมากๆความอดทนก็มีวันสิ้นสุดเหมือนกัน
อำมาตย์ 1: ไอ้ไพร่สามหาว พวกข้าก็ชักจะทนไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าพวกเอ็งแข็งข้อเป็นกบฎพวกข้าก็จำเป็นต้องใช้กำลังกวาดล้าง จำใส่กะลาหัวของเอ็งเอาไว้

ตอนที่ 20 – ผู้บัญชาการ
อำมาตย์: พรุ่งนี้ย่ำรุ่งพวกเอ็งจัดการเอารถถังไปสลายชุมนุมที่ลานหน้าพระนครด้วย
ไพร่สละชีพ: ขอรับ
อำมาตย์: ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่มันก่อน ถ้าพวกไพร่มันดื้อพวกเอ็งก็ล้อมปราบมันเลย
ไพร่สละชีพ: ขอรับ
อำมาตย์: อย่าให้มันตายหมด เอาแค่สั่งสอนพวกมันหอมปากหอมคอ
ไพร่สละชีพ: ขอรับ
อำมาตย์: แล้วเอ็งคอยดูสัญญาณ ท่านเจ้าคุณใหญ่จะนำทัพมาสมทบ พอท่านมาพวกเอ็งก็หยุดยิงแล้วถอยออกมา ที่เหลือปล่อยให้ท่านเจ้าคุณจัดการ เข้าใจไหม
ไพร่สละชีพ: ขอรับ
อำมาตย์: เอาล่ะ เอ็งไปได้แล้ว
ไพร่สละชีพ: ขอรับ

ตอนที่ 21 – กวาดล้าง
[รถถังเคลื่อนขบวนมาที่ลานชุมนุม]
ไพร่สละชีพ: พี่น้องไพร่ทั้งหลาย ข้าขอประกาศให้ท่านแยกย้ายกันกลับบ้านโดยสงบ มิฉะนั้นพวกท่านจะเข้าข่ายเป็นกบฏแล้วพวกข้าจำเป็นต้องใช้กำลังสลายชุมนุม
ไพร่อุปถัมภ์: พวกข้าไม่ได้เป็นกบฏ พวกข้าออกมาเรียกร้องขอลดภาษีอย่างสงบ พวกเราไม่มีอาวุธ พวกเอ็งจะใช้อาวุธทำไม พวกเราไม่ได้ออกมาล้มล้างบ้านเมือง พวกเราแค่ขอความเห็นใจ พ่อแม่พวกเอ็งอยู่นอกกองทัพก็ลำบากเหมือนพวกข้า
ไพร่สละชีพ: ข้าต้องทำตามหน้าที่ ข้ามีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของแผ่นดิน
ไพร่อุปถัมภ์: พวกเอ็งมันวัวลืมตีน เข้าไปอยู่ในกองทัพแล้วลืมกำพืดไพร่ เอ็งปล่อยให้พ่อแม่พี่น้องเอ็งลำบากยากเข็ญนอกกองทัพได้ยังไง พวกเอ็งเอาแต่รับใช้อำมาตย์เอาตัวรอดไปวันๆ เอ็งจะทำร้ายพี่น้องไพร่ด้วยกันทำไม
ไพร่สละชีพ: ข้าต้องทำตามหน้าที่ ข้าขอประกาศเตือนเป็นครั้งสุดท้าย
ไพร่อุปถัมภ์: หน้าที่ไพร่มีสามอย่าง อุปถัมภ์ รับใช้ และตายแทน พวกเอ็งจะให้พวกข้าทำหน้าที่ครบทั้งสามอย่างก็แล้วแต่พวกเอ็ง
[รถถังยิงปืนขึ้นฟ้า ไพร่อุปถัมภ์ไม่วิ่งหนี พากันวิ่งกรูล้อมรอบรถถัง]

ตอนที่ 22 – วีรบุรุษ
ไพร่สละชีพ 1: ทำไงดีล่ะทีนี้ เราต้องยิงพวกมันจริงๆหรือนี่
ไพร่สละชีพ 2: ก็ต้องยิงสิวะ เรารับคำสั่งมาว่ายังงั้น ถือซะว่าพวกมันเป็นกบฎต่อบ้านเมือง
ไพร่สละชีพ 1: เอาก็เอาวะ
[รถถังยิงปืนใส่ไพร่อุปถัมภ์ ไพร่อุปถัมภ์ล้มเจ็บระเนระนาด]
ไพร่สละชีพ 2: เฮ้ย พอได้แล้ว ข้าได้สัญญาณจากท่านเจ้าคุณใหญ่แล้ว ท่านสั่งให้หยุดยิง
อำมาตย์: [ประกาศเสียงดัง] ข้าขอประกาศให้พวกเอ็งหยุดยิงเดี๋ยวนี้ คนไทยด้วยกันต้องสามัคคีกัน มายิงกันได้ยังไง ใครมันสั่งให้พวกเอ็งยิงไพร่ด้วยกันแบบนั้น พวกเอ็งถอยออกไป
ไพร่สละชีพ 1: ขอรับ
อำมาตย์: [ประกาศเสียงดัง] หมอและพยาบาลมาแล้ว พวกเอ็งที่เจ็บอยู่อดทนอีกหน่อย

ตอนที่ 23 – ซาบซึ้ง
[หมอและพยาบาลช่วยกันทำแผลให้ไพร่อุปถัมภ์ที่บาดเจ็บที่ลานหน้าพระนคร]
อำมาตย์: พวกเอ็งที่ทำแผลเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านได้
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านเจ้าคุณใหญ่ กระผมซาบซึ้งในน้ำใจท่านจริงๆ ถ้าท่านไม่มาห้ามทัพไว้ป่านนี้พวกเราล้มตายกันเป็นเบือ
อำมาตย์: เราคนไทยด้วยกัน ต้องปรองดองสามัคคีกัน แล้วพวกเอ็งไปปาระเบิดใส่รถถังกันทำไม
ไพร่อุปถัมภ์: พวกกระผมไม่ได้ปาระเบิด พวกเรามามือเปล่าไม่มีอาวุธ เราแค่ต้องการให้รถถังไม่เคลื่อนทัพเท่านั้น
อำมาตย์: จริงหรือ ข้าได้ยินเสียงระเบิดมาแต่ไกล ถ้าพวกเอ็งไม่ได้ปาระเบิดแล้วใครมันปา
ไพร่อุปถัมภ์: กระผมไม่ทราบขอรับ ท่านต้องไปไต่สวนพวกไพร่สละชีพเอา ขอความกรุณาท่านให้ความเป็นธรรมกะพวกเราด้วยขอรับ พี่น้องเราเสียชีวิตไปเท่าไรยังนับกันไม่เสร็จ พวกไพร่สละชีพไม่มีใครเป็นอะไรท่านจะมาโทษพวกเราได้อย่างไร
อำมาตย์: ข้าก็ไม่ได้ว่าพวกเอ็งผิด ข้าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ก็ต้องไต่ถามกันตามประสา เอางี้ พวกเอ็งกลับบ้านไปรักษาตัวกันก่อน ข้าจะไปไต่สวนกะพวกไพร่สละชีพเอาเอง
ไพร่อุปถัมภ์: ขอรับ

ตอนที่ 24 - สมานฉันท์
อำมาตย์: ข้าไต่สวนไพร่สละชีพแล้ว มันว่าพวกเอ็งไปยั่วยุมันก่อน วิ่งกรูเข้าหามันก็กลัวพวกเอ็งทำร้าย มันก็เลยยิงป้องกันตัว
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ พวกเราไม่มีอาวุธมีแต่เนื้อหนังหุ้มกระดูก จะไปทำอะไรรถถังได้
อำมาตย์: เอาล่ะ เอาเป็นว่าพวกเอ็งที่ล้มเจ็บก็ไปรักษาพยาบาลฟรี ข้าจะเป็นธุระให้
ไพร่อุปถัมภ์: แล้วพี่น้องไพร่ที่ล้มตายไปล่ะขอรับ
อำมาตย์: ข้าจะเป็นธุระจัดงานศพและออกค่าฌาปณกิจศพให้
ไพร่อุปถัมภ์: ท่านขอรับ แล้วเรื่องลดภาษีท่านจะว่าอย่างไร
อำมาตย์: เอ็งต้องเห็นใจข้าบ้าง ข้ามาขัดตาทัพช่วยเหลือพวกเอ็งนี่ข้าก็โดนพรรคพวกเขม่นแล้ว เรื่องที่แล้วมาให้มันแล้วไป ถ้าพวกเอ็งมาชุมนุมอีกก็จะบาดเจ็บล้มตายกันอีกนา
ไพร่อุปถัมภ์: แบบนี้พี่น้องไพร่ที่ล้มตายไปก็ตายฟรีนะขอรับ
อำมาตย์: เอ็งจะให้ข้าทำยังไง ข้าก็เห็นใจพวกเอ็ง แต่ข้าคนเดียวเปลี่ยนแปลงสภาอำมาตย์ไม่ได้หรอก
ไพร่อุปถัมภ์: กระผมคิดว่าพวกอำมาตย์เกรงใจท่านนะขอรับ ท่านมาห้ามทัพได้ก็แสดงว่าท่านน่าจะขอร้องให้สภาอำมาตย์ลดภาษีได้นะขอรับ

ตอนที่ 25 - ระส่ำระสาย
ไพร่อุปถัมภ์ 1: เอ็งเจรจากะอำมาตย์ได้ความว่ายังไง
ไพร่อุปถัมภ์ 2: อำมาตย์ก็ว่าจะทำศพให้พี่น้องไพร่ที่ตายไป แต่ลดภาษีไม่ได้เพราะสภาอำมาตย์ไม่เล่นด้วย
ไพร่อุปถัมภ์ 3: งั้นพวกเราจะทำยังไงต่อไป จะชุมนุมกันอีกหรือเปล่า
ไพร่อุปถัมภ์ 4: ข้าว่าอย่าดีกว่า ข้าชักกลัวแล้ว พวกไพร่สละชีพมันกล้ายิงพวกเราจริงๆแบบนี้ข้าก็ห่วงลูกเมียข้า ข้าตายไปใครจะหาเลี้ยงลูก ลูกข้ายังเล็กทั้งสองคน
ไพร่อุปถัมภ์ 5: ไอ้ขี้ขลาด แค่นี้เอ็งก็ปอดแหกแล้ว แบบนี้พี่น้องไพร่ที่ตายไปก็ตายฟรีสิวะ
ไพร่อุปถัมภ์ 6: นั่นน่ะสิ ข้าเห็นด้วย พวกเราต้องสู้ต่อไป
ไพร่อุปถัมภ์ 4: พวกเอ็งยังโสดกันก็ไม่มีห่วง ข้าขอโทษที่ทำงานกะพวกเอ็งได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง ข้าเห็นพวกเราที่ล้มตายไปแล้วข้านึกถึงหัวอกลูกเมียที่บ้าน ถ้าไม่มีข้าหาเลี้ยงจะยิ่งลำบากไปกว่านี้ ข้ายอมจ่ายภาษีเท่าเดิม จะอดมื้อกินมื้อก็ยังดีกว่าตายไปแล้วทิ้งภาระไว้ให้เมีย
ไพร่อุปถัมภ์ 1: เออ ข้าเข้าใจเอ็ง ไม่เป็นไร
ไพร่อุปถัมภ์ 2: มีคนล้มตายไปแบบนี้ข้าว่าพี่น้องไพร่คงไม่ยอมมาชุมนุมกันมากเท่าแต่ก่อนแล้ว เราจะทำยังไงกันดี
ไพร่อุปถัมภ์ 3: เอ็งอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ลองไปซาวเสียงดูก่อนว่าพี่น้องไพร่จะมาชุมนุมกันได้ซักกี่คน

ตอนที่ 26 - ระดมพล
ไพร่อุปถัมภ์ 1: พี่น้องไพร่จากหมู่บ้านข้ายืนยันว่าจะมาชุมนุมกันอีก หมู่บ้านเอ็งล่ะว่ายังไงกันบ้าง
ไพร่อุปถัมภ์ 2: หมู่บ้านข้าก็ว่าจะมา พวกที่กลัวอำมาตย์จะยิงทิ้งอีกก็มีบ้าง ข้าคงรวบรวมกำลังได้ไม่เท่าคราวที่แล้ว
ไพร่อุปถัมภ์ 3: ไม่เป็นไร พวกเราชุมนุมด้วยความสมัครใจ ใครไม่อยากมาก็บังคับกันไม่ได้ เอ็งก็พยายามหว่านล้อมแล้วกันว่าถ้าไม่ไปชุมนุมอีกพี่น้องไพร่ที่ตายไปก็ตายฟรี ลูกหลานไพร่เกิดมาก็จะไม่ได้ลืมตาอ้าปาก ต้องอุปถัมภ์รับใช้และตายแทนกันต่อไปอีกหลายชั่วคน
ไพร่อุปถัมภ์ 4: ข้าว่าพวกเราต้องเปลี่ยนกลยุทธ เอ็งก็เห็นแล้วว่าพวกไพร่สละชีพมันกล้ายิงพวกเราจริงๆ เราจะไม่เอาอะไรติดไม้ติดมือไปบ้างหรือ
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ไอ้อะไรที่เอ็งว่าน่ะมันอะไร
ไพร่อุปถัมภ์ 4: ก็อาวุธไง ระเบิดเล็กๆน้อยๆ ของพอทำเองได้ ไหนจะปืนผาหน้าไม้ที่พวกเราพอมีอยู่บ้าง
ไพร่อุปถัมภ์ 2: อย่าเลย ถ้าพวกเราเอาอาวุธติดตัวไปจะกลายเป็นว่าพวกเราก่อการกบฎ ไม่ใช่ชุมนุมด้วยความสงบแบบคราวที่แล้ว ทีนี้พวกอำมาตย์ก็จะสั่งยิงพวกเราได้อย่างชอบธรรม
ไพร่อุปถัมภ์ 4: ชอบธรรมไม่ชอบธรรมพวกมันก็ยิงพวกเราอยู่ดี เราจะไม่คิดหาวิธีป้องกันตัวเองเลยหรือ แบบนี้ก็ต้องมีคนตายฟรีแบบคราวที่แล้วอีก
ไพร่อุปถัมภ์ 3: อืม พวกไพร่สละชีพมันคงไม่กล้ายิงญาติพี่น้องตัวเอง ข้าว่าเราไปชักชวนญาติพี่น้องมันที่บ้านนอกมาชุมนุมกับพวกเราดีกว่า โล่ห์มนุษย์นี่แหละเข้าท่าที่สุด

ตอนที่ 27 - สามัคคีชุมนุม
ไพร่อุปถัมภ์ 1: พวกเราที่หัวเมืองรายงานมาว่ารวบรวมกำลังคนได้เป็นแสนแล้ว เอ็งว่าเราจะเคลื่อนพลมาพระนครกันยังไงดี
ไพร่อุปถัมภ์ 2: ก็ต้องค่อยๆแยกย้ายกันเดินทางเข้ามาพระนคร ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่นักอำมาตย์จะปรักปรำพวกเราว่าก่อการกบฎ จะหาเหตุห้ามไม่ให้พวกเราชุมนุมกันอีก
ไพร่อุปถัมภ์ 1: เอางั้นก็ได้ แต่ว่าจะให้พี่น้องไพร่ที่ไม่มีญาติพี่น้องในพระนครไปพักที่ไหนกัน
ไพร่อุปถัมภ์ 2: อืม จะให้มากางเต๊นท์นอนตามสวนสาธารณะก็ไม่ได้ มันจะประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวอำมาตย์จะรู้ตัวว่าคราวนี้พวกเราจะชุมนุมกันมืดฟ้ามัวดิน
ไพร่อุปถัมภ์ 3: ก็ต้องอาศัยใบบุญวัดทั้งในทั้งรอบๆพระนครนี่แหละ เอ็งส่งข่าวไปด้วยว่าให้พี่น้องกลุ่มนี้มาทีหลัง ให้พวกที่มีที่พักในพระนครทยอยมากันก่อน
ไพร่อุปถัมภ์ 1: ตกลง ข้าจะไปติดต่อเจ้าอาวาสวัดแถวๆนี้ไว้แต่เนิ่นๆ
ไพร่อุปถัมภ์ 2: เออ มีพีน้องไพร่ผู้หญิงอาสามาด้วยบ้างไหม
ไพร่อุปถัมภ์ 1: มีสิ ก็พวกแม่ม่ายผัวตายเพราะโดนไพร่สละชีพยิงคราวที่แล้ว บางคนก็จะเอาลูกมาด้วย แล้วก็มีพวกผู้หญิงที่จะมากับพี่น้องกับลูกหลาน
ไพร่อุปถัมภ์ 2:อืม ข้าไม่อยากให้พาเด็กมาด้วยเลย เกิดไพร่สละชีพมันยิงโดนเด็กจะเป็นบาปกรรมเปล่าๆ
ไพร่อุปถัมภ์ 3: ถ้าเอ็งห้ามพวกแม่ม่ายผัวตายไม่ให้เอาลูกมาด้วยก็จะเป็นการพรากลูกพรากแม่ พวกเราไม่ได้ชุมนุมกันวันสองวันเสร็จ อาจจะนานเป็นเดือน
ไพร่อุปถัมภ์ 4: ข้าว่ามีเด็กกะผู้หญิงมาชุมนุมด้วยนั่นแหละดี พวกไพร่สละชีพมันจะได้ไม่กล้ายิงเพราะกลัวโดนตราหน้าว่ายิงผู้หญิงและเด็ก ที่สำคัญพวกเราไม่ได้บังคับขู่เข็ญใครให้มาชุมนุม มากันด้วยความสมัครใจทั้งนั้น
ไพร่อุปถัมภ์ 2: เอางั้นก็ได้ แต่ยังไงพวกเอ็งก็ต้องเตือนพี่น้องที่หัวเมืองด้วยว่าพวกไพร่สละชีพมันอาจจะยิงพวกเราอยู่ดี พวกนี้มันเหี้ยมโหดไม่คิดถึงหัวอกไพร่ด้วยกัน ให้ทำใจล่วงหน้าว่าอาจเลือดตกยางออกแบบคราวที่แล้วอีก

ตอนที่ 28 - จิ้งจกเปลี่ยนสี
อำมาตย์ 1: สายข้ารายงานมาว่าพวกไพร่อุปถัมภ์มันเตรียมตัวชุมนุมกันอีกแล้ว มันเริ่มเดินทางเข้าพระนครกัน ได้ข่าวว่าไปขออาศัยอยู่ที่วัดรอบๆพระนคร
อำมาตย์ 2: ข้าสั่งไพร่สละชีพยิงสั่งสอนก็แล้ว พวกมันยังไม่เข็ดอีกหรือนี่ คราวนี้มันมาจะมากันซักกี่คน คงปอดแหกมากันน้อยกว่าคราวที่แล้ว ท่านอย่ากังวล
อำมาตย์ 1: ข้าอดกังวลไม่ได้ ที่มาขออาศัยใบบุญวัดรอบๆพระนครนี่ก็หลายพันแล้ว
อำมาตย์ 3: ถ้าหลักพันก็ไม่ต้องห่วง พูดไม่รู้เรื่องนักก็สั่งไพร่สละชีพยิงสั่งสอนอีก แล้วข้าจะออกไปห้ามทัพอีกครั้ง ข้าเอาหมอพยาบาลไปรักษาพวกมันที่บาดเจ็บซะหน่อยพวกมันก็ซาบซึ้งแล้ว
อำมาตย์ 1: มันจะไม่แค่นั้นน่ะสิท่าน สายข้ารายงานว่าพวกมันมีกำลังมาสมทบทุกวัน นอกจากวัดรอบพระนคร ยังมีวัดตามหัวเมืองรอบนอกที่ไปเช้าเย็นกลับพระนครได้สบาย งานนี้ข้าว่าอาจเป็นหมื่นคน
อำมาตย์ 3: อืม งั้นพวกเราก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธ
อำมาตย์ 1: ประกาศห้ามไม่ให้ไพร่หัวเมืองเดินทางมาพระนครดีไหม
อำมาตย์ 2: จะประกาศก็ต้องบอกว่าการเข้ามาในเขตพระนครเป็นอันตรายกับความมั่นคงของบ้านเมือง พวกมันติดอาวุธกันหรือเปล่า ถ้ามันติดอาวุธข้าก็ประกาศได้ว่าพวกมันเป็นกบฎต้องห้ามเดินทางเข้าพระนคร
อำมาตย์ 1: เท่าที่รู้พวกมันไม่มีอาวุธ หรือว่าจะแกล้งยัดอาวุธ ให้สายข้าพกอาวุธแล้วแฝงตัวไปตามวัด แล้วข้าก็ส่งคนไปตรวจจับ ดีไหม
อำมาตย์ 4: ไม่ดี พวกมันจะรู้ตัว แล้วทำแบบนั้นก็เสียสายลับ ให้มันคอยส่งข่าวแบบนี้ดีกว่า
อำมาตย์ 3: เอางี้ พวกเราก็ต้องเตรียมกองกำลังไพร่ มันมากันเยอะแบบนี้จะให้ไพร่สละชีพดาหน้าออกไปยิงกราดก็ไม่ดี พวกเราจะกลายเป็นคนบาป
อำมาตย์ 4: แล้วเราจะไปเกณฑ์ไพร่ที่ไหน ไพร่ตามหัวเมืองก็เป็นพวกมันกันหมด
อำมาตย์ 3: ก็ไพร่ในเมืองนี่ไง ให้ไพร่สละชีพถอดเครื่องแบบแล้วใส่เสื้อสีอื่นซะก็หมดเรื่อง
อำมาตย์ 4: ไพร่อุปถัมภ์มันไม่โง่นะท่าน ถึงเปลี่ยนสีมันก็รู้ว่าเป็นไพร่สละชีพ
อำมาตย์ 3: ก็ต้องขอแรงไพร่พาณิชย์ให้ชักชวนหรือว่าจ้างผู้หญิงและคนชรามาสมทบ ให้จูงลูกจูงหลานมาด้วยยิ่งดี กองกำลังไพร่ในเมืองจะได้ไม่เหมือนไพร่สละชีพ พวกท่านจะให้ไพร่ในเมืองใส่เสื้อสีอะไรก็ว่ามา ข้าจะโทรไปบอกไพร่พาณิชย์เอง

ตอนที่ 29 - ไพร่พระนคร
อำมาตย์: ท่านไพร่พาณิชย์ ข้ามีเรื่องจะไหว้วานท่าน
ไพร่พาณิชย์: ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้
อำมาตย์: พวกไพร่อุปถัมภ์กำลังเตรียมตัวชุมนุมใหญ่ ข้าจะให้ไพร่สละชีพนอกเครื่องแบบคอยรับมือ ต้องรบกวนท่านจัดหาชุดลำลองให้ไพร่สละชีพ
ไพร่พาณิชย์: ท่านอยากได้เสื้อสีอะไร ข้ามี 3 สีให้เลือก สีชาด สีคราม แล้วก็สีขมิ้น
อำมาตย์: สีอะไรราคาถูกที่สุดก็เอาสีนั้นล่ะ ท่านจัดมา 2 หมื่นตัวภายใน 2 อาทิตย์แล้วกัน
ไพร่พาณิชย์: งั้นก็สีขมิ้น แล้วกางเกงล่ะท่าน
อำมาตย์: ให้ไพร่สละชีพหากางเกงกันเอง ไม่งั้นจะดูเหมือนเครื่องแบบเกินไป
ไพร่พาณิชย์: ข้าเข้าใจแล้ว ท่านมีอะไรให้ข้ารับใช้อีกว่ามาเลยไม่ต้องเกรงใจ
อำมาตย์: ข้าอยากจะขอยืมไพร่รับใช้ของท่านไปร่วมรับมือกะพวกไพร่อุปถัมภ์ โดยเฉพาะพวกผู้หญิง ไม่งั้นพวกไพร่อุปถัมภ์มันจะรู้ว่าข้าส่งไพร่สละชีพไปล้อมปราบ
ไพร่พาณิชย์: ด้วยความยินดี ข้าก็ระอาพวกไพร่อุปถัมภ์เต็มทน เอาแต่เรียกร้องให้ลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคลกะภาษีมูลค่าเพิ่ม จะให้ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อผลักภาระให้พวกข้า ไม่ยอมเข้าใจเลยว่าพวกข้านี่แหละที่เรียกทุนฝรั่งเข้ามาเปิดโรงงานให้พวกมันได้ค่าจ้าง
อำมาตย์:ได้ยินแบบนี้ข้าก็เบาใจ ขอบใจท่านมาก
ไพร่พาณิชย์: ข้าจะแจ้งข่าวนี้ในที่ประชุมสภาไพร่พาณิชย์ ข้าว่ามีคนอยากร่วมมือกับท่านอีกหลายคน

———- โปรดติดตามตอนต่อไป ———-

ไม่มีความคิดเห็น: