วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Handle Me with Care



พอดีพี่ตุนพูดถึงหนังเรื่องกอด เคยจำได้ว่าเคยเขียนไว้ในฮิห้า ...เลยขอยกมาลงอีกครั้งหนึ่ง
--------------------

ความจริงก้อตั้งใจไว้ว่าจาไม่เขียนอาไรเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วนะ เพราะว่าเมื่อวานเขียนไปตั้งเยอะพอจะsaveมันก้อดันlockout ช่วงนี้เลยไม่มีอารมณ์จาเขียนจาพิมพ์มากขึ้นกว่าเดิมอีก แต่พอได้ดูหนังเรื่อง "กอด" หรือในชื่อภาษาอังกฤษ "handle me with care" จบปึ๊ปก้อรู้สึกคันไม้คันมือคันหัวอยากเขียนอยากคิด
จริงๆแล้วหนังเรื่องนี้ฉายตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ผมพึ่งมาดูเอาตอนปลายปี สาเหตุหนึ่งที่มองข้ามหนังเรื่องนี้มาโดยตลอดเพราะอคติส่วนตัวที่คิดว่า "เอาอีกแล้น ยกพวกเอเอฟมาเล่นหนังอีกแล้น" เลยไม่คิดจะสนใจ แล้วเมื่อมาผสมโรงกับโปสเตอร์หนังที่ดูไม่เวิร์คเอาคนสามแขนมากอดซะกลมกับน้องกระแต ทำให้พอคาดคะเนได้เลยว่าหนังเรื่องนี้ต้องออกมาแนวโจ๊ะทึ่มทึมแน่นอน เพราะหนังที่กระแตรับเล่นตลอดช่วงปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า บทของเธอนั้นออกแนวโจ๊ะทึ่มทึมทั้งนั้น แต่จะด้วยความบังเอิญหรือความเรื่อยเปื่อยในชีวิตช่วงปิดเทอม หนังเรื่องนี้ก้อวนเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง เลยตัดสินใจลองดูซักนิดก่อนคิดวิจารณ์??
วาบแรกที่เห็นบอกได้เลยว่า ภาพสวย กำกับภาพได้สวยมาก เปนภาพชนบทที่ดูไม่สวยเว่อร์ แต่ก้อสะท้อนความเปนชนบทจิงๆ จากนั้นผมก้อตกลงและปลงใจยอมดูหนังเรื่องนี้ด้วยความยินดี เพราะหวังจะดูฉากและเทคนิคการถ่ายโดยไม่คิดถึงเนื้อเรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่จากภาพชนบทที่สวยงามไม่สวยเว่อร์เหมือนหนังบางเรื่องที่ต้องการจะฉายภาพของบางพื้นที่ในภาคเหนือที่เกินจริง หนังเรื่องนี้ก้อดึงผู้ชมให้เข้าร่วมไปกับการเดินทางของชายหนุ่ม ผู้ที่่ต้องการจะตัดส่วนเกินในชีวิต กับหญิงสาว ที่ออกเดินทางตามหาคนรักที่ขาดหายไป แต่ระหว่างการเดินทางของคนทั้งสอง พวกเค้ากลับได้เรียนรู้ถึงการดำรงอยู่ของการมีบางสิ่งที่เกินและบางอย่างที่ขาด
ขวาน(ตุ้ยAF)เปนชายหนุ่มที่มีแขนเปนส่วนเกินตั้งแต่เกิด แม่ของเขาบอกเสมอว่า แขนที่เกินมานั้นเปนสิ่งพิเศษ เปนสเปเชี่ยวที่คนธรรมดาไม่มี เมื่อแม่สิ้นไปเขาก้อได้ค้นพบความจริงว่าที่แท้แล้วแขนของเขานีั้นมีเส้นเลือดโยงเข้าสู่หัวใจ การตัดแขนออกอาจทำให้เขาตายได้ ถัดมาเขาก้อพบว่าสาเหตุหนึ่งที่ตนเองต้องถูกแฟนทิ้งก้อเพราะแฟนของเขารับไม่ได้กับความต่างจากคนทั่วไป เพราะฉะนั้นแขนที่เกินจึงไม่ใช่สิ่งพิเศษอีกต่อไป ตรงกันข้ามมันกลับกลายเปนเหมือนเชื้อร้ายค่อยๆทำลายจิตใจให้เศร้าหมองลงทุกวัน จนเมื่อลุงที่เคยตัดเสื้อให้ขวานตาย ขวานจึงตัดสินใจที่จะออกเดินทางไปกรุงเทพ เพื่อตัดส่วนที่เขาคิดว่าเปนสาเหตุของชีวิตที่ดูแปลกประหลาดในสายตาของคนทั่วไปท้ิงเสีย ระหว่างทางขวานก้อได้พบกับนา(กระแต)สาวไร่ชาที่จะออกเดินทางไปกรุงเทพเพื่อตามหาผัวแต่กลับเกือบถูกข่มขืน โชคยังดีที่ขวานเข้าไปช่วยได้ทัน(ไม่งันคงได้เห็นน้องกระแตหือๆแน่เลย) ด้วยความที่นาเปนหญิงสาวที่มีรูปร่างสะอวดสะอง ถ้าพูดแบบนิวัติ กองเพียร ก้อคงประมาณ"โนมนางเนื้อแน่งน้อยนวลเอย" ช่างเย้ายวนรัญจวนใจให้หลงใหลใฝ่ฝัน จนชายหนุ่มหลายคนที่พบเธอไม่อาจต้านทานแรงปราถนาอันอัดดั้นของตนได้ นาจึงตกเปนเหยื่อสาวที่ไม่ว่าจะไปที่ใดก้อจะมีคนหมายปองจ้องปล้ำเธออยู่เสมอ
เมื่อขวานและนาค้นพบว่าเขาทั้งสองมีจุดหมายปลายทางเดียวกันคือกรุงเทพ การเดินทางของคนสองคนเพื่อตามหาส่วนที่ขาดและตัดส่วนที่เกินจึงได้เริ่มต้นขึ้น
หากได้ดูแล้วจะสังเกตได้ว่าเปนหนังที่ชวนตั้งคำถามมากกว่าที่จะนำเสนอหรือตอบโจทย์ของหนังโดยตรง คำถามที่ตั้งก้อไม่พ้นคำถามคลาสสิคที่ว่า "อะไรคือความสุขของชีวิต" "ชีวิตที่มีความสุขแท้แล้วเปนเช่นไร" และอีกคำถามที่สื่อออกมาอยู่ตลอดเวลาคือคำถามเรื่องการดำรงอยู่(existence)ซึ่งเปนคำถามที่เกิดแก่ปุถุชนทั่วไปเปนธรรมดาว่าอะไรคือคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ของคนตัวเล็กๆคนหนึ่งบนโลก โดยเฉพาะคนที่เปนคนพิเศษไม่เหมือนใคร รวมถึงคนที่คิดว่าตนเองนั้นไม่มีเหมือนใครอื่น
ด้วยความเปน road movie เนื้อเรื่องของหนังจึงเปนการผ่านพบเหตุการณ์รายล้อมต่างๆที่ต่างออกไปจากสภาพชีวิตเดิมในหมู่บ้าน แม้ว่าในระหว่างเรื่องตัวละครอาจไม่ได้แสดงบทบาทของการสำรวจปริมณฑลแห่งความสับสนในชีวิตมนุษย์แต่สิ่งที่ผู้กำกับสื่อสารออกมากลับเปนการเชื้อเชิญให้ผู้ที่ได้ชมเริ่มตั้งคำถามและตรวจสอบถึงมุมต่างๆในชีวิต ชีวิตที่ถือตน(pride)ชีวิตที่ยึดติด ชีวิตที่เชื่อมั่น ชีวิตที่โดดเดี่ยว ชีวิตที่สับสน ชีวิตที่ค้นหา และสุดท้าย ชีวิตที่มีเพียงกันและกัน
เหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาเปนบททดสอบในระหว่างการเดินทางของขวานและนาจึงเปนการย้อนกลับมาตรวจสอบชีวิตของพวกเขาอีกครั้ง เพื่อให้ค้นพบกับคำว่าความสุข หรือแม้กระทั่งความรักที่เขาและเธอต้องการ

Socrates, the father of ancient philosophy, once stated, "An unexamined life is not worth living." In order to make one life becomes worth to live, this famous statement strongly addresses that one must exanimate himself first and then others in the society to find the meaning and happiness of life.

ไม่มีความคิดเห็น: