หากมีใครตั้งคำถามข้างต้นขึ้นมากลางวงสนทนาดูจะเป็นเรื่องผิดแผกแปลกประหลาดในสายตาของคนทั่วไป เพราะความดี เป็นสิ่งที่ประชาชนไทยทุกคนล้วนได้รับการอบรม บ่มเพาะ สอนสั่งกันมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ ใครที่ริจะตั้งคำถามต่อความดี ย่อมเสี่ยงต่อการถูกมองเป็นผู้มีปัญหาและอาจสร้างปัญหาต่อสังคม อย่างไรก็ตามหากเราได้ลองตั้งคำถามต่อความดี ลึกลงไปอีกนิดหนึ่งว่า ๑.)ใช่หรือไม่ที่ความดีดำรงอยู่อย่างอิสระ เพราะความดีเป็นสิ่งที่ดีโดยตัวมันเองไม่ขึ้นต่อสิ่งใดหรือสถานที่ใด? ๒.)ใช่หรือไม่ว่าความดีเป็นสิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะความดีเป็นสิ่งดีโดยตัวมันเองไม่ขึ้นต่อกาลเวลา? ๓.)ความดีของศาสนาหนึ่งเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรกับความดีของอีกศาสนาหนึ่ง? ๔.)สรุปแล้วความดีมันเป็นสิ่งสากลหรือไม่ หรือพูดให้ถึงที่สุด คุณธรรมความดีมันมีหรือไม่?
เราอาจเริ่มจากการตั้งคำถามต่อพฤติกรรมที่เราได้พบเห็นทั่วไปในชีวิตประจำวันเช่นการพูดความจริง และการโกหก ในทางศาสนาทุกคนล้วนทราบว่าการโกหกนั้นคือการละเมิดหลักการทางศีลธรรม
...แน่ละ หากยึกเกณฑ์ทางศาสนาเป็นหลักย่อมต้องตามมาด้วยข้อยกเว้นที่ไม่ได้มีการบัญญัติไว้
แต่แน่ใจแล้วหรือว่าการโกหกนั้นจะเป็นความชั่วเสมอไป เป็นไปได้หรือไม่ที่การโกหกก็เป็นความดีได้เช่นเดียวกัน? ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งเอาปืนมาฝากให้ท่านช่วยดูแลเก็บไว้(จะด้วยเหตุใดก็ตามแต่) แล้วอยู่มาวันหนึ่งท่านเห็นผู้หญิงคนหนึ่งดูเหมือนวิ่งหนีอะไรบางอย่างผ่านมาทางบ้านท่านแล้วเข้าไปซุกตัวหลบอยู่หลังบ้านท่าน ทันใดนั้นเพื่อนบ้านที่ฝากปืนกับท่านไว้ก็วิ่งมาขอปืนคืนด้วยอารมณ์โมโหเดือดดาล ท่านจึงคืนปืนให้กับเจ้าของ จากนั้นเพื่อนบ้านท่านก็ถามท่านว่า เห็นผู้หญิงวิ่งหนีมาทางนี้ไหม ท่านก็บอกออกไปตามความสัจจริงว่า หลบอยู่หลังบ้านท่าน สุดท้ายแล้วเสียงปืนก็ดังเปรี้ยง! และผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิต
จากตัวอย่างข้างต้นทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า เอาเข้าจริงแล้วเราควรจะพูดเฉพาะในสิ่งที่คู่สนทนาของเราควรจะรู้ในขณะนั้นๆมากกว่าไหม? เพราะไม่ว่าจะเป็น คนโมโห หรือ เด็กเล็ก ก็ไม่ควรจะรับรู้ความจริงทุกอย่าง หากแต่จะได้รู้เฉพาะในสิ่งที่“ควร”รู้เท่านั้น เพราะฉะนั้นการโกหกในแง่หนึ่ง จึงเป็นการให้ในสิ่งที่เขาควรจะได้รับต่อให้เป็นเรื่องโกหกก็ตาม
คำถามที่ตามมาคือ เช่นนี้แล้วการพูดโกหกจะยังถือเป็นความชั่ว(ละเมิดศีล)อยู่หรือไม่? และการพูดความจริงจะยังคงถือเป็นความดีเสมอไปหรือไม่? หากพิจารณาตาม“ตรรกะ”(อย่างเคร่งครัด) อาจกล่าวได้ว่า การพูดโกหกก็ไม่แน่ว่าจะเป็นความชั่วเท่านั้นและ การพูดความจริงไม่แน่ว่าจะใช่ความดีถ่ายเดียวเสมอไป สถานะของความดี ความชั่ว ในเรื่องการโกหกจึงเป็นสิ่งที่คลุมเคลืออยากจะชี้เฉพาะลงไปได้ ไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่สวมเสื้อคลุมความดีแฝงเร้นอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา ที่รอให้เราเข้าไปตรวจสอบตั้งคำถาม ส่วนใครจะสรุปว่าการโหกเป็นความดีหรือไม่ดีอย่างไร คงต้องแล้วแต่วิจารณญานของท่านเอง
สำหรับในตอนต่อไป เราจะมาตั้งคำถามต่อยอดจากเรื่องนี้กันว่า แท้ที่จริงแล้วคนเราควรได้รับรู้ในทุกสิ่งที่เป็นสิทธิ์ของเขาหรือไม่ หรือควรมีใครกำหนดให้เขารู้เฉพาะในสิ่งที่เขาควรจะรู้เท่านั้น??
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
"ชาญวิทย์" ฟันธง ไพ่ชาตินิยมของพันธมิตร ...ลำบาก !!!ใช้สงครามตัดสินไม่มีใครเล่นด้วย มันเสียหายมหาศาล
ถ้าคุณไปเปิดหนังสือ “แผนที่ภูมิศาสตร์ไทย” ของ ทองใบ แตงน้อย ที่ให้เด็กม.4 ม.5 เรียน หนังสือเล่มนี้ได้สร้างอคติให้กับคนไทยได้อย่างวิเศษสุด เพราะทำให้มองอะไรด้านเดียว เขียนแผนที่ตั้งแต่สมัยสุโขทัย-อยุธยาว่ามีอาณาเขตเท่าไร ทั้งที่ในยุคนั้นยังไม่มีแผนที่ ไม่มีเขตแดน ยังเป็นอาณาจักรอยู่ การทำแผนที่ของไทย เริ่มครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 5 ที่รัฐบาลสยามจ้าง James McCarthy ทำ แผนที่ เมื่อปี ค.ศ.1888/พ.ศ.2431 ก่อนหน้านั้นสยามไม่มีแผนที่ มีแต่แผนการเดินทัพ ซึ่งไม่ได้บอกเขตแดนอะไรเลย บอกแค่ว่าหงสาวดีมาเจอกับอยุธยาแถวๆนี้แหล่ะ แต่หนังสือของทองใบ กลับบอกว่าสุโขทัย-อยุธยามีเท่าไร แล้วเขียนแค่ว่าไทยเสียดินแดนไปเท่าไร โดยไม่ได้บอกว่าเคยได้มาเท่าไร ทำให้คนไทยคิดว่า ไอ้นี่ก็ของเราๆ
@ สมัยนั้นไทยยังไม่มีรัฐ ไม่มีชาติ เพราะไม่มีอาณาเขตแน่นอน?
แผนที่ซึ่งรัฐบาลสยามให้ทำครั้งแรก หรือแผนที่ McCarthy ตอน นั้นยังไปกินลาวและเขมรอยู่ แต่ค่อยๆหดลงไปเรื่อยๆ แต่เวลาทองใบ แดงน้อยเขียนหนังสือกลับบอกว่ามี ซึ่งหมายความว่า ตำราเรียนนั้นไม่ใช่ประวัติศาสตร์ แต่เป็น"อประวัติศาสตร์" เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก อ.ธงชัย วินิจจะกูล เป็นคนแรกที่ชี้ประเด็นนี้ ถ้าไม่แก้ตำราเรียนของทองใบ แตงน้อย ก็ยากมากที่จะแก้ไขอคติของคน คนไทยก็จะบอกว่าไอ้นี่ก็ของเรา ทั้งที่ความจริงมันเป็นของเขา ลาวเป็นของใคร ก็ต้องของคนลาว แต่คนไทยเอามาหนหนึ่ง แล้วหลุดมือไป ถามว่าตอนนี้จะไปเอากลับมาได้ไหม ไม่ได้แล้ว..เพราะมันเกิดชาตินิยมในลาว หรือเราจะไปเอาเสียมเรียบ พระตะบอง ศรีโสภณคืนจากกัมพูชาได้หรือเปล่า..ก็ไม่ได้
@ คิดว่าเกมปั่นกระแสหนนี้จะจบลงอย่างไร
มันก็คงเดินไปจนสุดของมัน ธนูออกจากแล่ง ถ้าไม่หมดแรงเอง ก็คงไปชนอะไรเข้าสักอย่าง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296128582&grpid=01&catid=&subcatid=
@ สมัยนั้นไทยยังไม่มีรัฐ ไม่มีชาติ เพราะไม่มีอาณาเขตแน่นอน?
แผนที่ซึ่งรัฐบาลสยามให้ทำครั้งแรก หรือแผนที่ McCarthy ตอน นั้นยังไปกินลาวและเขมรอยู่ แต่ค่อยๆหดลงไปเรื่อยๆ แต่เวลาทองใบ แดงน้อยเขียนหนังสือกลับบอกว่ามี ซึ่งหมายความว่า ตำราเรียนนั้นไม่ใช่ประวัติศาสตร์ แต่เป็น"อประวัติศาสตร์" เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก อ.ธงชัย วินิจจะกูล เป็นคนแรกที่ชี้ประเด็นนี้ ถ้าไม่แก้ตำราเรียนของทองใบ แตงน้อย ก็ยากมากที่จะแก้ไขอคติของคน คนไทยก็จะบอกว่าไอ้นี่ก็ของเรา ทั้งที่ความจริงมันเป็นของเขา ลาวเป็นของใคร ก็ต้องของคนลาว แต่คนไทยเอามาหนหนึ่ง แล้วหลุดมือไป ถามว่าตอนนี้จะไปเอากลับมาได้ไหม ไม่ได้แล้ว..เพราะมันเกิดชาตินิยมในลาว หรือเราจะไปเอาเสียมเรียบ พระตะบอง ศรีโสภณคืนจากกัมพูชาได้หรือเปล่า..ก็ไม่ได้
@ คิดว่าเกมปั่นกระแสหนนี้จะจบลงอย่างไร
มันก็คงเดินไปจนสุดของมัน ธนูออกจากแล่ง ถ้าไม่หมดแรงเอง ก็คงไปชนอะไรเข้าสักอย่าง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296128582&grpid=01&catid=&subcatid=
Amazing Thailand
ไม่น่าเชื่อเนอะว่ามันจะเกิดในประเทศนี้ในทศวรรษนี้
1.ไม่น่าเชื่อทศวรรษนี้แม่งยังคุยกันเรื่องใช้ปืนยึดอำนาจรัฐ
2.ไม่น่าเชื่อทศวรรษนี้แม่งยังมานั่งทะเลาะกันเรื่องดินแดน-ชาติพันธุ์
3.ไม่น่าเชื่อทศวรรษนี้แม่งยังต้องระแวงว่าสุดท้ายแล้วกูจะถูกปกครองด้วยระบอบอะไร เท่าที่เห็นนิทานเรื่องนี้ดูจะอีกยาวอย่างที่ต๋อว่าจริง
ที่น่ากลัวคือ...ดูเหมือนคนจำนวนไม่น้อยจะ(แกล้ง)ไม่รู้ตัวว่ามีอำนาจทางการเมืองชนิดหนึ่งกำลังใช้พวกเขาให้ร่วมกัน "วางระเบิดเวลาลูกใหญ่แก่ประเทศไทยในอนาคต ...เพื่อแลกกับผลทางการเมืองระยะสั้นในปัจจุบัน*"
(*ธงชัย วินิจจะกุล)
1.ไม่น่าเชื่อทศวรรษนี้แม่งยังคุยกันเรื่องใช้ปืนยึดอำนาจรัฐ
2.ไม่น่าเชื่อทศวรรษนี้แม่งยังมานั่งทะเลาะกันเรื่องดินแดน-ชาติพันธุ์
3.ไม่น่าเชื่อทศวรรษนี้แม่งยังต้องระแวงว่าสุดท้ายแล้วกูจะถูกปกครองด้วยระบอบอะไร เท่าที่เห็นนิทานเรื่องนี้ดูจะอีกยาวอย่างที่ต๋อว่าจริง
ที่น่ากลัวคือ...ดูเหมือนคนจำนวนไม่น้อยจะ(แกล้ง)ไม่รู้ตัวว่ามีอำนาจทางการเมืองชนิดหนึ่งกำลังใช้พวกเขาให้ร่วมกัน "วางระเบิดเวลาลูกใหญ่แก่ประเทศไทยในอนาคต ...เพื่อแลกกับผลทางการเมืองระยะสั้นในปัจจุบัน*"
(*ธงชัย วินิจจะกุล)
ครั้งแรกของจุดร่วมที่แท้จริง
อาจกล่าวได้ว่าในเดือนนี้เป็นครั้งแรกในรอบ5ปีหลังรัฐประหาร ที่ทั้งสองฝ่าย[พธม.(เหลือง)และ นปช.(แดง)]ดูเริ่มจะมีจุดร่วมเดียวกันบ้างคือ "ไม่เอารัฐบาลอภิสิทธิ์" !!!!
นี่ซิ...คือจุดร่วมของทั้งสองฝ่ายจริง เพราะที่ผ่านมาหลายคนรวมถึงอ.เกษียร อาจคิดว่ามีบางสิ่งบางสถาบันเป็นจุดร่วมของคนทั้งชาติและทั้งสองฝ่าย แต่เปล่าเลย ทั้งงานศพน้องโบว์ หรือผ้าพันคอ และฯลฯ มันชัดอยู่แล้วว่าจุดร่วมที่หลายคนว่านั้น เอาเข้าจริงมันไม่มีหรอก/แล้ว โดยเฉพาะสำหรับผู้ชุมนุมฝ่ายนปช.
...ในแง่หนึ่งการปะทะกันของสองฝ่ายเบาบางลงแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่าแนวรบด้านอื่นจะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่???
ลองคิดเล่นๆ เป็นไปได้ไหมหากวาทกรรม "สามัคคี" ที่กรอกหูเช้ายันค่ำจากภาครัฐและโดยเฉพาะกอ.รมน.เพื่อกดปราบลดการชุมนุม อาจย้อนกลับมาเป็นพลังสามัคคีของภาคประชาชน/ทั้งสองฝ่าย(ชั่วคราว) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลพี่มากแทน
นั่นก็คือการfusion of power ระหว่างพลังบนท้องถนนทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร[คือนายทุนทั้งเก่าใหม่+ชนชั้นกลางในเมือง+เพิ่มแรงงานนอกระบบและเกษตรกร]
เว้นก็แต่พี่มากแกชิ่งยุบสภาก่อน ซึ่งทุกคนก็คงคิดเช่นกันว่าไพ่น่าจะออกแนวนั้นอยู่แล้ว
รอดูเพียงแค่ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่28-30 มกราฯนี้ ว่าไพ่พันธมิตรจะออกอะไร ท่าเทหมดน่าตักแล้ว (ซึ่งครั้งนี้ก็น่าจะหมดหน้าตักจริง หลังเตะถ่วงมาจากรอบการชุมนุมที่รัฐสภาเมื่อปีที่แล้ว) ยังแต้มไม่ขึ้น ขาดพลังผู้ร่วมชุมนุม ดูท่างานนี้คงต้องม้วนเสื่อกลับไปตั้งหลักใหม่หาแนวร่วมอีกรอบหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็ใช้ไม้เด็ดสวมผ้าพันคอสีฟ้าเข้าสู้รัฐบาลเทพไม่ประทานแล้วแทน!!!!
นี่ซิ...คือจุดร่วมของทั้งสองฝ่ายจริง เพราะที่ผ่านมาหลายคนรวมถึงอ.เกษียร อาจคิดว่ามีบางสิ่งบางสถาบันเป็นจุดร่วมของคนทั้งชาติและทั้งสองฝ่าย แต่เปล่าเลย ทั้งงานศพน้องโบว์ หรือผ้าพันคอ และฯลฯ มันชัดอยู่แล้วว่าจุดร่วมที่หลายคนว่านั้น เอาเข้าจริงมันไม่มีหรอก/แล้ว โดยเฉพาะสำหรับผู้ชุมนุมฝ่ายนปช.
...ในแง่หนึ่งการปะทะกันของสองฝ่ายเบาบางลงแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่าแนวรบด้านอื่นจะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่???
ลองคิดเล่นๆ เป็นไปได้ไหมหากวาทกรรม "สามัคคี" ที่กรอกหูเช้ายันค่ำจากภาครัฐและโดยเฉพาะกอ.รมน.เพื่อกดปราบลดการชุมนุม อาจย้อนกลับมาเป็นพลังสามัคคีของภาคประชาชน/ทั้งสองฝ่าย(ชั่วคราว) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลพี่มากแทน
นั่นก็คือการfusion of power ระหว่างพลังบนท้องถนนทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร[คือนายทุนทั้งเก่าใหม่+ชนชั้นกลางในเมือง+เพิ่มแรงงานนอกระบบและเกษตรกร]
เว้นก็แต่พี่มากแกชิ่งยุบสภาก่อน ซึ่งทุกคนก็คงคิดเช่นกันว่าไพ่น่าจะออกแนวนั้นอยู่แล้ว
รอดูเพียงแค่ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่28-30 มกราฯนี้ ว่าไพ่พันธมิตรจะออกอะไร ท่าเทหมดน่าตักแล้ว (ซึ่งครั้งนี้ก็น่าจะหมดหน้าตักจริง หลังเตะถ่วงมาจากรอบการชุมนุมที่รัฐสภาเมื่อปีที่แล้ว) ยังแต้มไม่ขึ้น ขาดพลังผู้ร่วมชุมนุม ดูท่างานนี้คงต้องม้วนเสื่อกลับไปตั้งหลักใหม่หาแนวร่วมอีกรอบหนึ่ง ไม่เช่นนั้นก็ใช้ไม้เด็ดสวมผ้าพันคอสีฟ้าเข้าสู้รัฐบาลเทพไม่ประทานแล้วแทน!!!!
วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554
กวีตีนแดง: เพียงเฒ่านี้
กี่ยุคสมัยย่ำเวียนวนเข้าปล้นทรัพย์
คนคิดต่างถูกจับไปยิงเป้า
ต้องตอบสนองความใคร่ใต้ร่มเงา
อำนาจอันมัวเมาเพียงเฒ่านี้
แล้วร่างอำนาจนอกระบบขึ้นกลบเกลื่อน
ล้วนข้อมูลบิดเบือนขึ้นป้ายสี
การเติบโตของประชาธิปไตยมันไม่ดี
กระทบกระเทือนความมั่งมีอันยาวนาน
http://www.prachatai3.info/journal/2011/01/32810
คนคิดต่างถูกจับไปยิงเป้า
ต้องตอบสนองความใคร่ใต้ร่มเงา
อำนาจอันมัวเมาเพียงเฒ่านี้
แล้วร่างอำนาจนอกระบบขึ้นกลบเกลื่อน
ล้วนข้อมูลบิดเบือนขึ้นป้ายสี
การเติบโตของประชาธิปไตยมันไม่ดี
กระทบกระเทือนความมั่งมีอันยาวนาน
http://www.prachatai3.info/journal/2011/01/32810
วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554
ถามเกษียร กลับ
แล้วเราจะตอบคำถามคนอีก10กว่าล้านคนเรื่อง ผ้าพันคอ หนังสือตอบCNN รวมถึงเรื่องงานศพอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องข้างต้นนี้วางตำแหน่งและวางความสัมพันธ์ของตัวเองลงในที่ที่มันจะเอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์กันด้วยเหตุผล?? ตรงนี้น่าจะเป็นเงื่อนไขที่ต้องปลดและตอบให้ได้ก่อน?[มั๊ง]
...ถ้ายังจำได้ครั้งหนึ่งอ.เกษียรเคยบอกว่าอย่าดึงสถาบันหลักของชาติมาเป็นเครื่องมือทำลายคู่ขัดแย้งในทางการเมือง(มองว่าสถาบันหลักอยู่เหนือปัญหาทางการเมือง) + ครั้งนี้อ.ประจักษ์ เสนอทางออกให้มีการอภิปรายในพื้นที่สาธารณะ ว่าเราจะวางตำแหน่งและวางความสัมพันธ์ของศูนย์อำนาจนอกการเลือกตั้งอย่างไร(มองว่าสถาบันหลักเข้ามาอยู่ในปัญหาทางการเมืองแล้ว)
คำถามคือ
1.ในมุมของอ.เกษียร(เหนือการเมือง) จะตอบเรื่องผ้าพันคอ หนังสือตอบCNN รวมถึงเรื่องงานศพอย่างไร เพราะมันเป็นเงื่อนสำคัญที่ทำให้การจุดร่วมของทั้งสองฝ่ายมันไม่มี มันจึงไม่มีการยอมกัน
2.ในข้อเสนอของอ.ประจักษ์, มันจะเกิดได้อย่างไรถ้าสถาบันหลัก(ศูนย์อำนาจนอกการเลือกตั้ง) ยังไม่วางตำแหน่งและวางความสัมพันธ์ของตัวเองลงในที่ที่มันจะเอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์กันด้วยเหตุผลก่อน! ก็คือวางตัวเองให้เหนือการเมืองจริง?? (อย่างน้อยไม่ให้เห็นผ่านสื่อก็ยังดี) คำถามนี้น่าจะต้องตอบและแก้ให้เกิดผลก่อนที่ไปพูดถึงเรื่องการวางความสัมพันธ์อื่นๆ เช่นสถาบันองคมนตรี กองทัพ ตุลาการ พรรคการเมือง รัฐสภา และขบวนการมวลชน (พูดง่ายๆก็คือจะให้หางขยับได้อย่างไรถ้าหัวไม่กระดิก)
...ถ้ายังจำได้ครั้งหนึ่งอ.เกษียรเคยบอกว่าอย่าดึงสถาบันหลักของชาติมาเป็นเครื่องมือทำลายคู่ขัดแย้งในทางการเมือง(มองว่าสถาบันหลักอยู่เหนือปัญหาทางการเมือง) + ครั้งนี้อ.ประจักษ์ เสนอทางออกให้มีการอภิปรายในพื้นที่สาธารณะ ว่าเราจะวางตำแหน่งและวางความสัมพันธ์ของศูนย์อำนาจนอกการเลือกตั้งอย่างไร(มองว่าสถาบันหลักเข้ามาอยู่ในปัญหาทางการเมืองแล้ว)
คำถามคือ
1.ในมุมของอ.เกษียร(เหนือการเมือง) จะตอบเรื่องผ้าพันคอ หนังสือตอบCNN รวมถึงเรื่องงานศพอย่างไร เพราะมันเป็นเงื่อนสำคัญที่ทำให้การจุดร่วมของทั้งสองฝ่ายมันไม่มี มันจึงไม่มีการยอมกัน
2.ในข้อเสนอของอ.ประจักษ์, มันจะเกิดได้อย่างไรถ้าสถาบันหลัก(ศูนย์อำนาจนอกการเลือกตั้ง) ยังไม่วางตำแหน่งและวางความสัมพันธ์ของตัวเองลงในที่ที่มันจะเอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์กันด้วยเหตุผลก่อน! ก็คือวางตัวเองให้เหนือการเมืองจริง?? (อย่างน้อยไม่ให้เห็นผ่านสื่อก็ยังดี) คำถามนี้น่าจะต้องตอบและแก้ให้เกิดผลก่อนที่ไปพูดถึงเรื่องการวางความสัมพันธ์อื่นๆ เช่นสถาบันองคมนตรี กองทัพ ตุลาการ พรรคการเมือง รัฐสภา และขบวนการมวลชน (พูดง่ายๆก็คือจะให้หางขยับได้อย่างไรถ้าหัวไม่กระดิก)
อ่านแล้วตกใจ!!! หาไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้วเรา
รับมือกับอาการช็อก
อาการงันหรือช็อก แสดงว่า เลือดไหลเวียนในร่างกายและไปหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ เช่น สมอง หัวใจ ทำให้ได้รับออกซิเจนน้อย
ในคนที่มีอาการช็อกรุนแรง คนเจ็บจะมีอาการก้าวร้าว อ้าปากพะงาบหายใจ แล้วมีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น และหมดสติ
ในที่สุดหัวใจจะหยุดเต้น ตัวเย็น ซีด ถ้าช็อกรุนแรงริมฝีปากจะเขียว ผิวดูเป็นสีเทาหรือตัวเขียว อาจมีเหงื่อไหลโทรม
ต้นเหตุของอาการช็อก มีเช่น
0 แผลไฟไหม้ : ถ้าถูกไฟลวกอย่างรุนแรงอาจช็อกได้ เพราะของเหลวในร่างกายได้ระเหยออกทางบาดแผล
0 หัวใจผิดปกติ : การเป็นโรคหัวใจเรื้อรัง เช่น หัวใจล้มเหลว ทำให้เกิดอาการช็อกได้
0 สูญเสียเลือด : หากเสียเลือดมากเนื่องจากบาดแผล คนเราจะช็อกได้เช่นกัน
0 สูญเสียของเหลว : เราอาจช็อกถ้าสูญเสียเหงื่อมากเกินไป อาเจียนอย่างรุนแรง หรือท้องร่วง
0 ได้รับสารพิษ : สารพิษหลายชนิดทำให้เลือดไม่ไหลเวียน ซึ่งทำให้ช็อก
ระหว่างคอยรถพยาบาล...
0 ดูแลให้ตัวเองอยู่ในท่วงท่าที่สบายเท่าที่ทำได้ นั่งในท่าตัวอักษรดับเบิลยู ในภาษาอังกฤษคือ เอนหลัง 70 องศา ชันเข่าขึ้น เอาหลังพิงพนักเตียงหรือกำแพงโดยมีหมอนหนุน หัวใจจะสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้นในท่านี้
0 ถ้ารู้สึกปวดหรือมีอาการปวดเค้น กินยาบรรเทาปวดไปพลางก่อน.
http://thaipost.net/x-cite/110111/32635
อาการงันหรือช็อก แสดงว่า เลือดไหลเวียนในร่างกายและไปหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ เช่น สมอง หัวใจ ทำให้ได้รับออกซิเจนน้อย
ในคนที่มีอาการช็อกรุนแรง คนเจ็บจะมีอาการก้าวร้าว อ้าปากพะงาบหายใจ แล้วมีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น และหมดสติ
ในที่สุดหัวใจจะหยุดเต้น ตัวเย็น ซีด ถ้าช็อกรุนแรงริมฝีปากจะเขียว ผิวดูเป็นสีเทาหรือตัวเขียว อาจมีเหงื่อไหลโทรม
ต้นเหตุของอาการช็อก มีเช่น
0 แผลไฟไหม้ : ถ้าถูกไฟลวกอย่างรุนแรงอาจช็อกได้ เพราะของเหลวในร่างกายได้ระเหยออกทางบาดแผล
0 หัวใจผิดปกติ : การเป็นโรคหัวใจเรื้อรัง เช่น หัวใจล้มเหลว ทำให้เกิดอาการช็อกได้
0 สูญเสียเลือด : หากเสียเลือดมากเนื่องจากบาดแผล คนเราจะช็อกได้เช่นกัน
0 สูญเสียของเหลว : เราอาจช็อกถ้าสูญเสียเหงื่อมากเกินไป อาเจียนอย่างรุนแรง หรือท้องร่วง
0 ได้รับสารพิษ : สารพิษหลายชนิดทำให้เลือดไม่ไหลเวียน ซึ่งทำให้ช็อก
ระหว่างคอยรถพยาบาล...
0 ดูแลให้ตัวเองอยู่ในท่วงท่าที่สบายเท่าที่ทำได้ นั่งในท่าตัวอักษรดับเบิลยู ในภาษาอังกฤษคือ เอนหลัง 70 องศา ชันเข่าขึ้น เอาหลังพิงพนักเตียงหรือกำแพงโดยมีหมอนหนุน หัวใจจะสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้นในท่านี้
0 ถ้ารู้สึกปวดหรือมีอาการปวดเค้น กินยาบรรเทาปวดไปพลางก่อน.
http://thaipost.net/x-cite/110111/32635
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
+colour.jpg)