วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ย้ำเตือนความทรงจำด้วยการ อ่านแล้วอ่านอีกๆ

สุนทรพจน์ของสตีฟ จ็อบส์ ที่ให้บัณฑิตจบใหม่ของมหาวิทยาลัย Stanford ในวันรับปริญญาปี 2005 ใน "วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน" แปลโดยสฤณี อาชวานันทกุล (2552)

".......ตอนผมอายุสิบเจ็ด ผมอ่านคำคมประโยคหนึ่งที่ว่าไว้ทำนองนี้ ′ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนกับเป็นวันสุดท้ายของคุณแล้วล่ะก็ วันหนึ่งคุณจะพบว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้อง′ ผมรู้สึกประทับใจกับประโยคนี้มาก ตั้งแต่นั้นมากว่าสามสิบสามปี ผมมองหน้าตัวเองในกระจกทุกวัน แล้วถามตัวเองว่า ′ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของผม ผมจะอยากทำสิ่งที่ผมกำลังจะทำวันนี้หรือเปล่า?′

"แล้วเมื่อไหร่ที่คำตอบคือ ′ไม่′ ติดกันหลายวัน ผมจะรู้ตัวว่าผมต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่างแล้ว

"ความสำนึกว่าผมจะต้องตายในไม่ช้าเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดที่ผมรู้จัก ที่ผมใช้ในการตัดสินใจสำคัญๆ ของชีวิต เพราะเกือบทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความคาดหวัง ความภูมิใจ ความกลัวการหน้าแตก และความผิดพลาดทั้งหลาย ล้วนไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับความตาย

"มรณานุสติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ผมรู้ ที่จะหลุดพ้นจากบ่วงความคิดที่ว่า เรามีอะไรต้องเสีย เราทุกคนเปล่าเปลือยอยู่แล้วครับ ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะไม่ทำตามสิ่งที่ใจเราต้องการ

"เวลาของน้องๆ มีจำกัด ดังนั้นอย่าทำให้มันเปล่าประโยชน์ด้วยการใช้ชีวิตของคนอื่น อย่าตกเป็นทาสของกฎเกณฑ์-นั่นคือการใช้ชีวิตตามความคิดของคนอื่น อย่าปล่อยให้เสียงของทัศนคติคนอื่นดังกลบเสียงของหัวใจของเราเอง และที่สำคัญที่สุดคือจงมีความกล้าที่จะเดินตามสิ่งที่หัวใจและสัญชาตญาณเรียกร้อง เพราะสองสิ่งนี้รู้อยู่แล้วว่าน้องๆ อยากเป็นอะไร ทุกอย่าง ที่เหลือเป็นเรื่องรองลงมาทั้งนั้น......"

“จ่ายครบ จบแน่” ธุรกิจผลิตปัญญาชน ?

"ทุกวันนี้บางหลักสูตรในบางมหาวิทยาลัย ผลิตดุษฎีบัณฑิตปีละ20-30คน ผมไม่รู้เค้าทำได้ยังไง มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้"

ทุกวันนี้มีการผลิตบัณฑิตในหลายๆแบบ ถึงที่สุดแล้วต่อให้พ่อแม่ส่งลูกหลานเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยไหนก็ตาม ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รู้ว่าลูกเค้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นจะได้อะไรออกมา...เค้ารู้! ทำไมคนถึงยังพยายามจะอยากแย่งกันเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐ...มหาวิทยาลัยในเมืองไทย มหาลัยฯรัฐมันเติบโตขึ้นมาก่อนเข้มแข็งก่อนแล้วก็มีความเป็นเลิศมากกว่า พ่อแม่จึงอยากให้ลูกเข้า เมื่อมันไม่ได้ก็ไปที่อื่น เพราะฉะนั้นสังคมรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เค้าตัดสินใจได้ เค้าคิดได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง หรือว่าของกกอ. หรือสกอ. ควรที่จะเปลี่ยนทัศนคติต่อสังคมเสียใหม่ว่า มิใช่ว่าทุกคนจะต้องฟังฉัน และฉันเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี

-- ยุกติ มุกดาวิจิตร

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

“ความไร้เดียงสา” กับ “ความดื้อตาใส”

การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีเมื่อวานที่ยังไม่ประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน” เพื่อกระชับการปฏิบัติการของทุกฝ่ายให้เป็นระบบเดียวกันนั้น เหตุผลทางการข้อหนึ่งบอกว่าเพราะกลัวว่าต่างชาติจะตกใจและภาพลักษณ์ของประเทศจะเสียหาย
และอีกเหตุผลหนึ่งที่ได้ยินหลังการประชุม ครม.เมื่อวานที่ตัดสินใจไม่ประกาศวันหยุดในช่วงนี้ให้ข้าราชการเพราะ “กลัวประชาชนจะแตกตื่น”

บางครั้งเส้นแบ่งระหว่าง “ความไร้เดียงสา” กับ “ความดื้อตาใส” ก็เบาบางยิ่งนัก

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/suthichaiyoon/20111012/413313/%C3%83%D1%B0%C2%BA%C3%92%C5%A8%D0%BB%C3%83%D0%A1%C3%92%C3%88%C3%8B%C3%83%C3%97%C3%8D%C3%A4%C3%81%C3%A8-%C3%81%D1%B9%C2%A1%C3%A7%C3%A0%C2%BB%C3%A7%C2%B9-%C3%80%C3%92%C3%87%D0%A9%D8%A1%C3%A0%C2%A9%D4%B9-%C3%A1%C3%85%C3%A9%C3%87.html

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มติครม.ยิ่งลักษณ์

ครม.อนุมัติงบ 264 ล้านบาท สร้างพระเมรุ และ ครม.สั่งตัดงบกระทรวง!! 10% ช่วยน้ำท่วม

โดย

กระทรวง คือหน่วยงานของรัฐบาล ทำหน้าที่ในการจัดการและบริหารประเทศ ส่วนราชการหนึ่งในราชการบริหารส่วนกลางในภาครัฐ

พระเมรุ คือที่เผาศพมีหลังคาเป็นยอดมีรั้วล้อมรอบ ใช้สำหรับการตายของราชวงศ์ ใช้ราชาศัพท์ว่า “ทิวงคต” หรือ “สิ้นพระชนม์”

อ้างอิง::
Wikipedia
http://news.voicetv.co.th/thailand/20377.html
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1318331753&grpid&catid=01&subcatid=0100

เครื่องดื่มชูกำลัง

เป็นความเชื่อผิดๆโดยปราศจากการศึกษาตามนิสัยคนไทย เค้าพูดอารายก็เชื่ออออออออทุกอย่าง เค้าบอกเห็นชาวบ้านไม่มีที่นอนแล้วตัวเองจะนอนได้ไง คนไทยก็เชื่ออออออออไปซะทุกอย่าง เค้าเอาภาพมาลงว่าทำงานดูทีวีอยู่ตลอดคืนทั้งๆที่ป่วย คนไทยก็เชื่อออออออออไปซะทุกอย่าง(ทั้งที่มันเป็นภาพตั้งแต่สองปีที่แล้ว) และทั้งๆที่เค้าคือใครก็ไม่รู้? หาอ้างอิงก็ไม่ได้? เรื่องเอ็มร้อยกระทิงแดงเนี้ยเป็น"ภาพตัวแทน"ของวิธีจัดการกับความคิดความเชื่อของสังคมไทยในอีกหลายๆประเด็น ถ้าไม่เอาขวดมาเทียบแล้วนั่งคำนวนตามปริมาตรก็จะไม่เชื่อ ถ้าไม่เอาเภสัชมายันก็จะไม่เชื่อ แต่ไปเชื่อตาม"เค้าว่า"อย่างกับมันสัจจะแห่งจักรวาล ประมาณเดียวกับที่จอนวิญญูพูดถึงแอ๊ปเปิ้ลหนึ่งโล อ้อ! ส่วนที่บางคนบอกว่ากินแล้วใจสั่น มันเกิดจากคาเฟอีนแน่นอน โดยต้องไม่ลืมว่าร่างกายคนเรามีความสามารถในการรับคาเฟอีนทีต่างกัน

โตขึ้นนู๋อยากเป็นอารายยย

โตขึ้นนู๋อยากเป็นนักเขียนผู้ดำรงชีพด้วยงานรัฐการฮับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ข้อความแห่งวัน 07.10.2011

ส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสต่อทูตอังกฤษ ที่เข้าเฝ้า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2519 - 3 วัน หลังเหตุการณ์ "6 ตุลา"

".... ถ้าให้ทรงเลือกระหว่างรัฐบาลทหารกับพลังนักศึกษา พระองค์ แม้จะไม่ทรงนิยมเผด็จการ ก็จะทรงโปรดอย่างมาก [would much prefer] ที่จะเลือกทหาร. นักศึกษาอาจจะมีอุดมคติบ้าง แต่พวกเขาไม่มีประสบการณ์หรือความรับผิดชอบ และพวกเขาได้รับอิทธิพลอย่างแย่ๆจากภายนอก. ในทางกลับกัน ทหารมีสำนึกทางวินัยและความรับผิดชอบ ห่วงใยการทำให้ประเทศดีขึ้น และมีประสบการณ์ในการปกครอง ....."

"....If the choice lay between military government and student power, he, the king, though no lover of dictatorship, would much prefer the military. The student might have some ideals, but they had no experience or responsibility, and they were badly influenced from outside. The military on the other hand had a sense of discipline and responsibility, were concerned for the better of the country and had experience of government ....."

--สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล