ดูเค้าช่างมีความสุขกันจริงๆเลยเนอะ....
เค้าคงโชคดีที่ไม่ได้รับคำสาบให้มาเผชิญ/เห็นกับความจริงอันโหดร้ายของสังคมนี้(หรือบางทีเค้าอาจจะเห็นแต่ใจแข็งพอที่จะเมินมอง) เราต่างหากที่เป็นคนบาป ถูกสาบให้มาเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสังคมที่ไม่อาจทนยืนดูได้ด้วยความมึนชา
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วิกาล สร้าง นิมิตต์

เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ฝนตกโปรยปราย ผมอยู่ในห้องที่ว่างเปล่ากับความเงียบ!สงัด คงไม่มีสิ่งใดจะเหมาะกับกาละและเทศะเช่นนี้มากไปกว่าการอ่านงานของ อนุสรณ์ ติปยานนท์
หลังอ่านจบ ผมพบว่ายังไงงานของอ.ต้น ก็ยังคงมีกลิ่นอายของมูราคามิเช่นเดิม ขนบในการเล่าเรื่องยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม(เดิมของอ.ต้น/มูราคามิ) และพลังในการเล่าเรื่องของอ.ต้น ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม
ในเชิงสุนทรีย์ ผมรู้สึกและนึกถึงค่ำคืนใน"หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว" แม้จะไม่ประทับใจนักตามที่หวังไว้ แต่ก็อย่างที่ใน "นิมิตต์วิกาล" ว่าไว้ "คุณไม่มีวันค้นเจอ หากคุณไม่มีมันอยู่ก่อนแล้ว" ผมแค่ต้องรอเวลา...
ข้อควรระวัง::เช่นเคยกับงานของอ.ต้นที่ผ่านมา ช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับการอ่านงาน ทุกครั้งที่ผมจะหยิบงานของอ.ต้นมาอ่าน ก็เมื่อเวลา อารามณ์ และสภาพแวดล้อมเหมาะสมลงตัว ซึ่งทุกครั้งก็มักจะเป็นยาม"วิกาล"ซึ่งน่าจะสร้าง"นิมิตต์"ได้ดีที่สุด
ข้อสังเกต วรรณกรรม/เรื่องสั้นในรอบปีที่ผ่านมานี้ สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมทางการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี ถือได้ว่า"วรรณกรรมยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องชี้วัดแรงสั่นสะเทือนทางสังคม" ที่ยังทรงประสิทธิภาพอยู่-(บ้าง)
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ความทรงจำ
เพราะในชีวิตจริง คำพูดคนเรามักลอยไปกับสายลม....
ขึ้นกับว่าใครจะเก็บถ้อยคำเหล่า นั้นไว้ในห้วงแห่งความทรงจำได้นานกว่ากัน
และนั่นน่าจะเป็นสิ่ง ซึ่งทรงคุณค่า มากกว่าเศษโลหะและพลาสติกเบื้องหน้า
ที่ไม่ นานคงเป็นได้เพียงสิ่งปฏิกูลที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
...อย่างน้อย วันนี้ผมก็ยังมีความทรงจำ
ขึ้นกับว่าใครจะเก็บถ้อยคำเหล่า นั้นไว้ในห้วงแห่งความทรงจำได้นานกว่ากัน
และนั่นน่าจะเป็นสิ่ง ซึ่งทรงคุณค่า มากกว่าเศษโลหะและพลาสติกเบื้องหน้า
ที่ไม่ นานคงเป็นได้เพียงสิ่งปฏิกูลที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
...อย่างน้อย วันนี้ผมก็ยังมีความทรงจำ
เรื่องของสนามหลวง-สนามราษฎร
Dan Pinyoyot M
เมื่อเช้าเดิน ผ่านสนามหลวง เห็นทหารกำลังสร้างรั้ว (ไม่เป็นรั้วแล้ว สร้างเองเลย)
สะเทือน ใจ:::ขณะที่กระแสเรียกร้องการปฏิรูปที่ดินรกร้างว่างเปล่าเริ่ม จะมีที่ทาง
สนามหลวงกลับเริ่มก่อรั้วรอบขอบชิด ปิดมิให้ผู้ใดได้กล่ำกลาย สงวนไว้ชื่นหูชื่อตา
สำหรับคนนั่งช่ำแอร์ในรถ ส่วนบุคคล ถามจริงๆเถอะ จริงๆแล้ว ท่านผู้ว่าฯจะเก็บไว้
ให้ใคร ใช้??
PlaTong Tato ให้ฝรั่งมาถ่ายรูป
Dan Pinyoyot M วันนี้ปัญหาคนไร้บ้าน ก็ยังแก้ไม่ตก กระจัดกระจาย ไร้การเหลียวแล
ในวันที่ฝนตกบ่อยครั้งที่เห็นพวกเขาไปซุกตัวกอด เขาหลับอยู่บันไดสะพานปิ่น น้องหมาต้องหมุดเข้าไปที่ช่องเล็ก ระหว่างเก้าอี้ปูน
Dan Pinyoyot M
พวกคุณนอนในห้องแิอร์ คนบางคนห่างจากสะพานปิ่น-สนามหลวงแค่กิโลกว่ายังไม่รู้ร้อนรู้ หนาวถึงความทุกข์ยากที่ไร้การเหลียวแล แล้วสร้างภาพโรแมนติคชวนฝัน ในชนบท ซึ่งชนชั้นกลางก็เพ้่อเจ้่อตามไปด้วย ถึงขนาดลงทุนไปทำนา แล้วเป็นไงล่ะ วันนี้มันยังทำอยู่มั๊ย ผมไม่เข้าใจพวกนามสกุลรักเริกบ้าบอคอ แตกอะไรพวกนี้จริงๆ คือถ้ามันไม่ดี ก็คือ ไม่ดี ถ้ามัยังลำบาก ก็บอกกันมาเลยว่าลำบาก ให้ทุกคนเร่งสร้างเร่งบากบั่นทำงาน อย่างมาสร้างภาพเพื่อเอาความชอบธรรมในการปกครองว่าประเทศนี้สงบ สุขร่มเย็น ฝนตกหนาวจะตายห่า หลังคาก็ไม่มีคุ้ม ห้องน้ำก็ไม่มีให้เข้า กู้จะขี้ข้างถนนตรงสนามหญ้านี่แหละ ก็เพราะพวกมึงไม่มีที่ให้ขี ้ สุดท้ายคุณๆก็รับกลิ่นขี้ไม่ได้ ก็เลยเอารั้วมาตีไว้ กั้นไม่ให้พวกจรจัดมาขี้เรี้ยราด
Mikami Hana-bi มิกะมิ รักในใจ
PlaTong Tato เวลาน้องข้ามไปฝั่งท่าพระจันทร์ทีไร น้องก็เห็นปัญหาแบบนี้โดนตลอด ไม่ว่าจะเป็นเด็กขอทาน คนจรจัดไรบ้านอยู่ คนสติไม่สมประกอบเดินผ่านไปผ่านมาซึ่งเราเองก็ไม่ รู้ว่าวันดีคืนดีเขาจะครั่งขึ้นมาตอนไหน รถเข็นแม่ค้า แผงลอย ต่างๆ นกพิราบที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค น้องเองเป็นแค่เสียงส่วนเล็ กที่ได้แต่หวังในใจไม่ว่าใครก็ช่างที่เข้ามาดูแล เขาจะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ แต่ก็เหมือนหวังลมๆแล้งๆ ที่น้องได้สต่คิดไปเอง
Dan Pinyoyot M ที่น่าเคืองคือการแปะป้ายการ์ตูนโฆษณา สีเขียวสลับขาวพร้อมข้อความPropaganda ว่า "ครอบครัว" "ท้องฟ้าสดใส" "สนุกสนาน" "มิตรภาพ" "อยู่เย็นเป็นสุข" "ร่าเริง" ผมถามจริงๆเถอะ ที่พูดมามันของใคร ใครร่าเริง ใครสนุก ท้องฟ้าใครสดใส ให้ชนชั้นกลาง(สลิ่ม)มายืนตอนกลางวันกลางแดดมั๊ย?? มึงจะสดใสมั๊ย?? หรือมึงต้องพกร่มกับครีมกันแดดอีก5กระปุก
Mikami Hana-bi ฝีมือและลายเส้น คล้ายว่าผู้วาดจะนามว่า หม่อมโต จิราธร
Dan Pinyoyot M เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะ จะอย่าหลอกชาวบ้านเค้าอีกเล ย คุณอานันท์ ปัณฯก็เหมือนกัน เรื่องปฏิรูปที่ดินอ่ะ เลิกหลอกชาวบ้านเค้าเถอะ สงสารเค้า ชาวบ้านที่คลืตี้ก็มีแต่คนมาบอก เป็นร้อยๆรอบว่าจะมาช่วย ผ่านมากี่ปีก็เงียบกริป
Mikami Hana-bi ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ใคร หรือวิธีแก้ว่ะ ปัญหามันคือไม่มีใครเห็นว่าเป็นปัญหา
Dan Pinyoyot M ผมบ่นเพ้อไปเท่้านั้นแหละ แค่เพ้อ รู้ๆกันอยู่ว่าในทางการปกครองควรทำอะไร ขออภัยที่รบกวน ผมจะลบโพสต์แล้วนะ อนาถตัวเองที่ไปอนาถชาวบ้านและคนไร้บ้าน ผมผิดเองที่อยู่กับพวกเขามากไปหน่อย ผมผิดเองที่บ้าไม่ไปเดินเซ็ นทรัลเวิล์ด
Mikami Hana-bi มุมมองแบบที่สะท้อนเห็นถึงภาระ ของชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม มันอาจเป็นภาพที่กว้างไป พูดอย่างหยาบ ๆ คือ ถ้ามองรัฐเป็นบริษัท นโยบายเป็นโปรโมชั่น คนจรที่เรากำลังเป็นห่่วงนี ้เค้าไม่ถือว่าเป็น Target Group ว่ะ
Mikami Hana-bi กรุณาอย่า่ลบ กูชอบ อิอิ
Dan Pinyoyot M ปัญหามันคือไม่มีชนชั้นกลางเห็นว่าเป็นปัญหา ขณะที่ชนชั้นล่างก็ไม่มีพลังและไม่มีช่องทาง
PlaTong Tato
เพราะพวกเขาไม่ใช่ชนชั้นแบบ พวกเราที่เดินยำ่เท้ามองเห็นปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เพียงเพราะเราเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา นามสกุลไก่กาไม่ไฮโช แต่เราก็ถือว่าโชคดีกว่าคนที่นอนข้างถนน ขอทานเหล่านั้นหลายเท่านักอ ย่างน้อยเราก็มีที่ให้กลับบ้าน ให้นอน มีความรู้...เอา ไปใช้แลกเงินมาซื้อข้าว และหลายๆอย่าง กับอีกพวกคนอีกระดับเขาคงจะไม่ เข้าใจ ไช้แต่จิตนาการไปสะส่วนใหญ่แต่ลงมือทำไม่เป็นเขาคงติดน ิสัยเพ้อเจ้อเลยลืมไปว่าความจริงกับความฝันมันต่างกันแค่ไหน
Mikami Hana-bi ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเค้าไม่ได้จะใส่ใจกับอะไรที่อยู่นอกเขตวงของกลุ่ม )
Mikami Hana-bi เป็นปากเป็นเสียงเท่าที่เป็นได้
PlaTong Tato แต่คนกลุ่มชั้นล่างเหล่านี้ก็มีจำนวนเยอะ กว่าและมีแนวโม้มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าคงไม่ค่อยสนใจเท่าไร หรอกค่ะ แต่น้องว่าเค้ากลัวว่าจะอายฝรั่งหรืออายชาวต่างชาติมาก กว่าที่เห็นสนามหลวงเลอะเทอะ ถ้าเขากลัวขายหน้าขนาดนั้นเขาควร จะหันมาสนใจแล้วจัดระเบียบเป็นจริงเป็นจังเป็นแบบแผน ไม่ใช่เอาแต่พูดโน่นนี่นั่นแต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสัก อย่างค่ะ
Dan Pinyoyot M เขาควรจะเลิกบอกชาวบ้านเสียทีว่า "เขาทำให้ประเทศนี้ร่มเย็นเป็นสุข"
เขาไม่ควรทำตัวเหมือนสตาลิน เหมือนฮิตเลอร์ ที่Propagandaชาวบ้านเขาไปทั่ว จนให้เขางมงายว่ามันเป็นเรื่องจริง ถ้าดูหนังเรื่อง The way back จะมีฉากหนึ่งที่พวกที่เดินทางกำลังอยู่กลางทะเลทรายแล้วไม่ได้ กืนน้ำเลย จนได้ยินเสียงนกร้อง เสียงนกร้องก็เหมือนเสียงท้องร้อง มันไม่มีทางหลอกเราได้ เมื่อมันได้ยินเสียงท้องร้อง มันจึงทิ้งทุกสิ่งแล้่ววิ่งไปหาแหล่งน้ำโดยไม่คิดถึงชีวิต เพราะคนมันท้องหิว เราเคยเห็นคนวิ่งแบบนี้กันมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว
ผมจำต้องลบ มันเป็นข้อความตัดพ้อต่อสังคมมากเกินไป เหมือนคนไม่เข้าใจระบบ โครงสร้างของประเทศนี้ที่มีHierarchyสูง และปฏิบัติการทางโครงสร้างที่มันกระทำต่อคนในรัฐ (พวกเราด้วย) ซึ่งเป็นเรื่องที่มันเป็นอยู่แล้ว แค่เฮิร์ตๆ เวลาเห็นอะไรใหม่ๆแต่ละอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ เท่านั้นเองจริงๆ แค่ดีใจที่มีคนมีคนรับฟังเท่านี้ก็พอใจแล้ว
เมื่อเช้าเดิน ผ่านสนามหลวง เห็นทหารกำลังสร้างรั้ว (ไม่เป็นรั้วแล้ว สร้างเองเลย)
สะเทือน ใจ:::ขณะที่กระแสเรียกร้องการปฏิรูปที่ดินรกร้างว่างเปล่าเริ่ม จะมีที่ทาง
สนามหลวงกลับเริ่มก่อรั้วรอบขอบชิด ปิดมิให้ผู้ใดได้กล่ำกลาย สงวนไว้ชื่นหูชื่อตา
สำหรับคนนั่งช่ำแอร์ในรถ ส่วนบุคคล ถามจริงๆเถอะ จริงๆแล้ว ท่านผู้ว่าฯจะเก็บไว้
ให้ใคร ใช้??
PlaTong Tato ให้ฝรั่งมาถ่ายรูป
Dan Pinyoyot M วันนี้ปัญหาคนไร้บ้าน ก็ยังแก้ไม่ตก กระจัดกระจาย ไร้การเหลียวแล
ในวันที่ฝนตกบ่อยครั้งที่เห็นพวกเขาไปซุกตัวกอด เขาหลับอยู่บันไดสะพานปิ่น น้องหมาต้องหมุดเข้าไปที่ช่องเล็ก ระหว่างเก้าอี้ปูน
Dan Pinyoyot M
พวกคุณนอนในห้องแิอร์ คนบางคนห่างจากสะพานปิ่น-สนามหลวงแค่กิโลกว่ายังไม่รู้ร้อนรู้ หนาวถึงความทุกข์ยากที่ไร้การเหลียวแล แล้วสร้างภาพโรแมนติคชวนฝัน ในชนบท ซึ่งชนชั้นกลางก็เพ้่อเจ้่อตามไปด้วย ถึงขนาดลงทุนไปทำนา แล้วเป็นไงล่ะ วันนี้มันยังทำอยู่มั๊ย ผมไม่เข้าใจพวกนามสกุลรักเริกบ้าบอคอ แตกอะไรพวกนี้จริงๆ คือถ้ามันไม่ดี ก็คือ ไม่ดี ถ้ามัยังลำบาก ก็บอกกันมาเลยว่าลำบาก ให้ทุกคนเร่งสร้างเร่งบากบั่นทำงาน อย่างมาสร้างภาพเพื่อเอาความชอบธรรมในการปกครองว่าประเทศนี้สงบ สุขร่มเย็น ฝนตกหนาวจะตายห่า หลังคาก็ไม่มีคุ้ม ห้องน้ำก็ไม่มีให้เข้า กู้จะขี้ข้างถนนตรงสนามหญ้านี่แหละ ก็เพราะพวกมึงไม่มีที่ให้ขี ้ สุดท้ายคุณๆก็รับกลิ่นขี้ไม่ได้ ก็เลยเอารั้วมาตีไว้ กั้นไม่ให้พวกจรจัดมาขี้เรี้ยราด
Mikami Hana-bi มิกะมิ รักในใจ
PlaTong Tato เวลาน้องข้ามไปฝั่งท่าพระจันทร์ทีไร น้องก็เห็นปัญหาแบบนี้โดนตลอด ไม่ว่าจะเป็นเด็กขอทาน คนจรจัดไรบ้านอยู่ คนสติไม่สมประกอบเดินผ่านไปผ่านมาซึ่งเราเองก็ไม่ รู้ว่าวันดีคืนดีเขาจะครั่งขึ้นมาตอนไหน รถเข็นแม่ค้า แผงลอย ต่างๆ นกพิราบที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค น้องเองเป็นแค่เสียงส่วนเล็ กที่ได้แต่หวังในใจไม่ว่าใครก็ช่างที่เข้ามาดูแล เขาจะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ แต่ก็เหมือนหวังลมๆแล้งๆ ที่น้องได้สต่คิดไปเอง
Dan Pinyoyot M ที่น่าเคืองคือการแปะป้ายการ์ตูนโฆษณา สีเขียวสลับขาวพร้อมข้อความPropaganda ว่า "ครอบครัว" "ท้องฟ้าสดใส" "สนุกสนาน" "มิตรภาพ" "อยู่เย็นเป็นสุข" "ร่าเริง" ผมถามจริงๆเถอะ ที่พูดมามันของใคร ใครร่าเริง ใครสนุก ท้องฟ้าใครสดใส ให้ชนชั้นกลาง(สลิ่ม)มายืนตอนกลางวันกลางแดดมั๊ย?? มึงจะสดใสมั๊ย?? หรือมึงต้องพกร่มกับครีมกันแดดอีก5กระปุก
Mikami Hana-bi ฝีมือและลายเส้น คล้ายว่าผู้วาดจะนามว่า หม่อมโต จิราธร
Dan Pinyoyot M เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะ จะอย่าหลอกชาวบ้านเค้าอีกเล ย คุณอานันท์ ปัณฯก็เหมือนกัน เรื่องปฏิรูปที่ดินอ่ะ เลิกหลอกชาวบ้านเค้าเถอะ สงสารเค้า ชาวบ้านที่คลืตี้ก็มีแต่คนมาบอก เป็นร้อยๆรอบว่าจะมาช่วย ผ่านมากี่ปีก็เงียบกริป
Mikami Hana-bi ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ใคร หรือวิธีแก้ว่ะ ปัญหามันคือไม่มีใครเห็นว่าเป็นปัญหา
Dan Pinyoyot M ผมบ่นเพ้อไปเท่้านั้นแหละ แค่เพ้อ รู้ๆกันอยู่ว่าในทางการปกครองควรทำอะไร ขออภัยที่รบกวน ผมจะลบโพสต์แล้วนะ อนาถตัวเองที่ไปอนาถชาวบ้านและคนไร้บ้าน ผมผิดเองที่อยู่กับพวกเขามากไปหน่อย ผมผิดเองที่บ้าไม่ไปเดินเซ็ นทรัลเวิล์ด
Mikami Hana-bi มุมมองแบบที่สะท้อนเห็นถึงภาระ ของชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม มันอาจเป็นภาพที่กว้างไป พูดอย่างหยาบ ๆ คือ ถ้ามองรัฐเป็นบริษัท นโยบายเป็นโปรโมชั่น คนจรที่เรากำลังเป็นห่่วงนี ้เค้าไม่ถือว่าเป็น Target Group ว่ะ
Mikami Hana-bi กรุณาอย่า่ลบ กูชอบ อิอิ
Dan Pinyoyot M ปัญหามันคือไม่มีชนชั้นกลางเห็นว่าเป็นปัญหา ขณะที่ชนชั้นล่างก็ไม่มีพลังและไม่มีช่องทาง
PlaTong Tato
เพราะพวกเขาไม่ใช่ชนชั้นแบบ พวกเราที่เดินยำ่เท้ามองเห็นปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เพียงเพราะเราเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา นามสกุลไก่กาไม่ไฮโช แต่เราก็ถือว่าโชคดีกว่าคนที่นอนข้างถนน ขอทานเหล่านั้นหลายเท่านักอ ย่างน้อยเราก็มีที่ให้กลับบ้าน ให้นอน มีความรู้...เอา ไปใช้แลกเงินมาซื้อข้าว และหลายๆอย่าง กับอีกพวกคนอีกระดับเขาคงจะไม่ เข้าใจ ไช้แต่จิตนาการไปสะส่วนใหญ่แต่ลงมือทำไม่เป็นเขาคงติดน ิสัยเพ้อเจ้อเลยลืมไปว่าความจริงกับความฝันมันต่างกันแค่ไหน
Mikami Hana-bi ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเค้าไม่ได้จะใส่ใจกับอะไรที่อยู่นอกเขตวงของกลุ่ม )
Mikami Hana-bi เป็นปากเป็นเสียงเท่าที่เป็นได้
PlaTong Tato แต่คนกลุ่มชั้นล่างเหล่านี้ก็มีจำนวนเยอะ กว่าและมีแนวโม้มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าคงไม่ค่อยสนใจเท่าไร หรอกค่ะ แต่น้องว่าเค้ากลัวว่าจะอายฝรั่งหรืออายชาวต่างชาติมาก กว่าที่เห็นสนามหลวงเลอะเทอะ ถ้าเขากลัวขายหน้าขนาดนั้นเขาควร จะหันมาสนใจแล้วจัดระเบียบเป็นจริงเป็นจังเป็นแบบแผน ไม่ใช่เอาแต่พูดโน่นนี่นั่นแต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสัก อย่างค่ะ
Dan Pinyoyot M เขาควรจะเลิกบอกชาวบ้านเสียทีว่า "เขาทำให้ประเทศนี้ร่มเย็นเป็นสุข"
เขาไม่ควรทำตัวเหมือนสตาลิน เหมือนฮิตเลอร์ ที่Propagandaชาวบ้านเขาไปทั่ว จนให้เขางมงายว่ามันเป็นเรื่องจริง ถ้าดูหนังเรื่อง The way back จะมีฉากหนึ่งที่พวกที่เดินทางกำลังอยู่กลางทะเลทรายแล้วไม่ได้ กืนน้ำเลย จนได้ยินเสียงนกร้อง เสียงนกร้องก็เหมือนเสียงท้องร้อง มันไม่มีทางหลอกเราได้ เมื่อมันได้ยินเสียงท้องร้อง มันจึงทิ้งทุกสิ่งแล้่ววิ่งไปหาแหล่งน้ำโดยไม่คิดถึงชีวิต เพราะคนมันท้องหิว เราเคยเห็นคนวิ่งแบบนี้กันมาแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว
ผมจำต้องลบ มันเป็นข้อความตัดพ้อต่อสังคมมากเกินไป เหมือนคนไม่เข้าใจระบบ โครงสร้างของประเทศนี้ที่มีHierarchyสูง และปฏิบัติการทางโครงสร้างที่มันกระทำต่อคนในรัฐ (พวกเราด้วย) ซึ่งเป็นเรื่องที่มันเป็นอยู่แล้ว แค่เฮิร์ตๆ เวลาเห็นอะไรใหม่ๆแต่ละอย่างไม่เป็นไปดั่งใจ เท่านั้นเองจริงๆ แค่ดีใจที่มีคนมีคนรับฟังเท่านี้ก็พอใจแล้ว
วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554
The Long And Winding Road Lyrics
The long and winding road
That leads to your door.
Will never disappear
I've seen that road before
It always leads me here
Lead me to your door.
ถนนสายกว้าง และยาวไกลสายนี้
เป็นถนนที่พาฉันไปสู่เธอ
ถนนที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ
กับหนทางที่นำพาฉันไปสู่เธอเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน
The wild and windy night
That the rain washed away
Has left a pool of tears
Crying for the day.
Why leave me standing here?
Let me know the way.
ค่ำคืนแสนโหดร้าย สายลมกรรโชก
แล้วสายฝนก็โปรยปราย แม้ชะล้างเอาความร้าวรานออกไปจากใจ
แต่สายฝนก็ทิ้งเอาไว้ซึ่งแอ่งน้ำใหญ่ทีเปรียเสมือนร่องรอยแห่งความขมขื่นเอาไว้
เหตุใดเธอจึงทอดทิ้งฉันให้ยืนอยู่เดียวดาย
ถนนเอย .....แสดงเส้นทางต่อฉันหน่อย ....ฉันอยากไปหาเธอผู้นั้น
Many times I've been alone
And many times I've cried,
Anyway you've always known
The many ways I've tried.
บ่อยครั้ง ฉันถูกทิ้งให้เดียวดาย
ความอ้างว้างทำให้ร้องไห้ออกมา
แต่ฉันไม่เคยเลยจะไม่บอกต่อเธอ
ฉันไม่ละความพยายาม
And still they lead me back
To the long, winding road
You left me standing here
A long, long time ago
Don't leave me standing here
Lead me to your door.
ถนนเอย ....ช่วยแสดงหนทางพาฉันไปหาเธอ
นานเท่าไหร่แล้วหนอ ที่เธอปล่อยฉันให้ยืนเดียวดาย
อย่าปล่อยให้ฉันเดียวดายอยู่อย่างนี้
ถนนสายกว้างไกล .....พาฉันไปหาเธอ
But still they lead me back
To the long winding road
You left me standing here
A long, long time ago (ohhh)
Don't keep me waiting here (don't keep me waiting)
Lead me to your door. (yeah yeah yeah yeah)
ถนนเอย ....ใยไม่พาฉันไปหาเธอ
ถนนเจ้าเอย .....เหตุใดเล่า จึงพาฉันกลับมามายืนเดียวดายอยู่ตรงนี้อีกแล้ว .......
That leads to your door.
Will never disappear
I've seen that road before
It always leads me here
Lead me to your door.
ถนนสายกว้าง และยาวไกลสายนี้
เป็นถนนที่พาฉันไปสู่เธอ
ถนนที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ
กับหนทางที่นำพาฉันไปสู่เธอเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน
The wild and windy night
That the rain washed away
Has left a pool of tears
Crying for the day.
Why leave me standing here?
Let me know the way.
ค่ำคืนแสนโหดร้าย สายลมกรรโชก
แล้วสายฝนก็โปรยปราย แม้ชะล้างเอาความร้าวรานออกไปจากใจ
แต่สายฝนก็ทิ้งเอาไว้ซึ่งแอ่งน้ำใหญ่ทีเปรียเสมือนร่องรอยแห่งความขมขื่นเอาไว้
เหตุใดเธอจึงทอดทิ้งฉันให้ยืนอยู่เดียวดาย
ถนนเอย .....แสดงเส้นทางต่อฉันหน่อย ....ฉันอยากไปหาเธอผู้นั้น
Many times I've been alone
And many times I've cried,
Anyway you've always known
The many ways I've tried.
บ่อยครั้ง ฉันถูกทิ้งให้เดียวดาย
ความอ้างว้างทำให้ร้องไห้ออกมา
แต่ฉันไม่เคยเลยจะไม่บอกต่อเธอ
ฉันไม่ละความพยายาม
And still they lead me back
To the long, winding road
You left me standing here
A long, long time ago
Don't leave me standing here
Lead me to your door.
ถนนเอย ....ช่วยแสดงหนทางพาฉันไปหาเธอ
นานเท่าไหร่แล้วหนอ ที่เธอปล่อยฉันให้ยืนเดียวดาย
อย่าปล่อยให้ฉันเดียวดายอยู่อย่างนี้
ถนนสายกว้างไกล .....พาฉันไปหาเธอ
But still they lead me back
To the long winding road
You left me standing here
A long, long time ago (ohhh)
Don't keep me waiting here (don't keep me waiting)
Lead me to your door. (yeah yeah yeah yeah)
ถนนเอย ....ใยไม่พาฉันไปหาเธอ
ถนนเจ้าเอย .....เหตุใดเล่า จึงพาฉันกลับมามายืนเดียวดายอยู่ตรงนี้อีกแล้ว .......
วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554
ของทุกสิ่งมีการเลื่อนไหล ::: พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน
ของทุกสิ่งมีการเลื่อนไหล ::: พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ.๒๔๗๖ :: "ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นาน)
พ.ศ.๒๔๙๕ :: "ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เปลี่ยนจาก "การปกครองระบอบ" เป็น "การปกครองตาม")
พ.ศ.๒๕๑๘ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เพิ่มเติมคำว่า "ประชาธิปไตย" ด้วยเหตุเกรงภัยคอมมิวนิสต์)
พ.ศ.๒๕๓๕ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เพิ่มเติมคำว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" และ "แห่งราชอาณาจักรไทย" ด้วยเหตุกลัวคอมมิวนิสต์แอบอ้าง คำว่า ประชาธิปไตย)
พ.ศ.๒๕๕๑ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(ตัดคำว่า "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย" ไม่ให้เหตุผล ไม่มีการบันทึกไว้ และตัดที่คณะกรรมการกฤษฎีกา)
พ.ศ. ..... :: ดูจากพัฒนาการแล้วคิดว่าจะ เพิ่ม! หรือ ตัด! คำว่าอะไรต่อไปดี
พ.ศ.๒๔๗๖ :: "ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นาน)
พ.ศ.๒๔๙๕ :: "ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เปลี่ยนจาก "การปกครองระบอบ" เป็น "การปกครองตาม")
พ.ศ.๒๕๑๘ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เพิ่มเติมคำว่า "ประชาธิปไตย" ด้วยเหตุเกรงภัยคอมมิวนิสต์)
พ.ศ.๒๕๓๕ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เพิ่มเติมคำว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" และ "แห่งราชอาณาจักรไทย" ด้วยเหตุกลัวคอมมิวนิสต์แอบอ้าง คำว่า ประชาธิปไตย)
พ.ศ.๒๕๕๑ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(ตัดคำว่า "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย" ไม่ให้เหตุผล ไม่มีการบันทึกไว้ และตัดที่คณะกรรมการกฤษฎีกา)
พ.ศ. ..... :: ดูจากพัฒนาการแล้วคิดว่าจะ เพิ่ม! หรือ ตัด! คำว่าอะไรต่อไปดี
วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554
ความในใจไม่อาจเอ่ย
ช่วงนี้เห็นข่าวเขื่อนไซยะบุรีถี่มากขึ้นเรื่อยๆ...อ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าและอดเป็นห่วงอนาคตชาวบ้านไม่ได้ เพียงเพื่อนำไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงคนในเมือง ชีวิตคนนับล้านจำต้องยอมรับผลกระทบ น่าเศร้ากว่าที่นั้นคนในเมืองส่วนใหญ่มักคิดว่าเขาเป็นผู้เสียสละมากที่สุดผ่านการจ่ายภาษี จ่ายเงินบริจาค โดยไม่เคยแม้แต่จะเหลียวหรือคิดทำอะไรมากไปกว่าการจ่ายเศษเหลือของรายได้ที่ตนมีเขี่ยให้กับผู้ได้รับผลกระทบเป็นพักๆไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
+colour.jpg)