วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แด่สาวกสุขนิยม

ดูเค้าช่างมีความสุขกันจริงๆเลยเนอะ....
เค้าคงโชคดีที่ไม่ได้รับคำสาบให้มาเผชิญ/เห็นกับความจริงอันโหดร้ายของสังคมนี้(หรือบางทีเค้าอาจจะเห็นแต่ใจแข็งพอที่จะเมินมอง) เราต่างหากที่เป็นคนบาป ถูกสาบให้มาเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของสังคมที่ไม่อาจทนยืนดูได้ด้วยความมึนชา

วิกาล สร้าง นิมิตต์


เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา ฝนตกโปรยปราย ผมอยู่ในห้องที่ว่างเปล่ากับควา​มเงียบ!สงัด คงไม่มีสิ่งใดจะเหมาะกับกาละและ​เทศะเช่นนี้มากไปกว่าการอ่านงาน​ของ อนุสรณ์ ติปยานนท์

หลังอ่านจบ ผมพบว่ายังไงงานของอ.ต้น ก็ยังคงมีกลิ่นอายของมูราคามิเช​่นเดิม ขนบในการเล่าเรื่องยังคงอยู่ในร​ูปแบบเดิม(เดิมของอ.ต้น/มูราคาม​ิ) และพลังในการเล่าเรื่องของอ.ต้น ก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

ในเชิงสุนทรีย์ ผมรู้สึกและนึกถึงค่ำคืนใน"​หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่​ยว" แม้จะไม่ประทับใจนักตามที่ห​วังไว้ แต่ก็อย่างที่ใน "นิมิตต์วิกาล" ว่าไว้ "คุณไม่มีวันค้นเจอ หากคุณไม่มีมันอยู่ก่อนแล้ว​" ผมแค่ต้องรอเวลา...

ข้อควรระวัง::เช่นเคยกับงาน​ของอ.ต้นที่ผ่านมา ช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมเป็น​เรื่องสำคัญยิ่งสำหรับการอ่​านงาน ทุกครั้งที่ผมจะหยิบงานของอ​.ต้นมาอ่าน ก็เมื่อเวลา อารามณ์ และสภาพแวดล้อมเหมาะสมลงตัว​ ซึ่งทุกครั้งก็มักจะเป็นยาม​"วิกาล"ซึ่งน่าจะสร้าง"นิมิ​ตต์"ได้ดีที่สุด

ข้อสังเกต วรรณกรรม/เรื่องสั้นในรอบปี​ที่ผ่านมานี้ สะท้อนถึงแรงกระเพื่อมทางกา​รเมืองทั้งภายในและระหว่างป​ระเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่า​งดี ถือได้ว่า"วรรณกรรมยังคงทำห​น้าที่เป็นเครื่องชี้วัดแรง​สั่นสะเทือนทางสังคม" ที่ยังทรงประสิทธิภาพอยู่-(​บ้าง)

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ควา​มทรงจำ

เพราะในชีวิตจริง คำพูดคนเรามักลอยไปกับสายลม....
ขึ้นกับว่าใครจะเก็บถ้อยคำเหล่า​ นั้นไว้ในห้วงแห่งความทรงจำได้น​านกว่ากัน
และนั่นน่าจะเป็นสิ่ง ซึ่งทรงคุณ​ค่า มากกว่าเศษโลหะและพลาสติกเบื้อง​หน้า
ที่ไม่ นานคงเป็นได้เพียงสิ่งปฏิ​กูลที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
...อย่างน้อย วันนี้ผมก็ยังมีควา​มทรงจำ

เรื่องของสนามหลวง-สนามราษฎร

Dan Pinyoyot M
เมื่อเช้าเดิน ผ่านสนามหลวง เห็นทหารกำลังสร้างรั้ว (ไม่เป็นรั้วแล้ว สร้างเองเลย)
สะเทือน ใจ:::ขณะที่กระแสเรียกร้​องการปฏิรูปที่ดินรกร้างว่างเปล​่าเริ่ม จะมีที่ทาง
สนามหลวงกลับเริ่มก่อรั้วรอบขอบ​ชิด ปิดมิให้ผู้ใดได้กล่ำกลาย สงวนไว้ชื่นหูชื่อตา
สำหรับคนนั่งช่ำแอร์ในรถ ส่วนบุค​คล ถามจริงๆเถอะ จริงๆแล้ว ท่านผู้ว่าฯจะเก็บไว้
ให้ใคร ใช้??

PlaTong Tato ให้ฝรั่งมาถ่ายรูป

Dan Pinyoyot M วันนี้ปัญหาคนไร้บ้าน ก็ยังแก้ไม่ตก กระจัดกระจาย ไร้การเหลียวแล
ในวันที่ฝนตกบ่อยครั้งที่เห​็นพวกเขาไปซุกตัวกอด เขาหลับ​อยู่บันไดสะพานปิ่น น้องหมาต้องหมุดเข้าไปที่ช่​องเล็ก ระหว่างเก้าอี้ปูน

Dan Pinyoyot M
พวกคุณนอนในห้องแิอร์ คนบางคนห่างจากสะพานปิ่น-สน​ามหลวงแค่กิโลกว่ายังไม่รู้​ร้อนรู้ หนาวถึงความทุกข์ยาก​ที่ไร้การเหลียวแล แล้วสร้างภาพโรแมนติคชวนฝัน​ ในชนบท ซึ่งชนชั้นกลางก็เพ้่อเจ้่อ​ตามไปด้วย ถึงขนาดลงทุนไปทำนา แล้วเป็นไงล่ะ วันนี้มันยังทำอยู่มั๊ย ผมไม่เข้าใจพวกนามสกุลรักเร​ิกบ้าบอคอ แตกอะไรพวกนี้จริง​ๆ คือถ้ามันไม่ดี ก็คือ ไม่ดี ถ้ามัยังลำบาก ก็บอกกันมาเลยว่าลำบาก ให้ทุกคนเร่งสร้างเร่งบากบั​่นทำงาน อย่างมาสร้างภาพเพื่อเอาควา​มชอบธรรมในการปกครองว่าประเ​ทศนี้สงบ สุขร่มเย็น ฝนตกหนาวจะตายห่า หลังคาก็ไม่มีคุ้ม ห้องน้ำก็ไม่มีให้เข้า กู้จะขี้ข้างถนนตรงสนามหญ้า​นี่แหละ ก็เพราะพวกมึงไม่มีที่ให้ขี​ ้ สุดท้ายคุณๆก็รับกลิ่นขี้ไม​่ได้ ก็เลยเอารั้วมาตีไว้ กั้นไม่ให้พวกจรจัดมาขี้เรี​้ยราด

Mikami Hana-bi มิกะมิ รักในใจ

PlaTong Tato เวลาน้องข้ามไปฝั่งท่าพระจั​นทร์ทีไร น้องก็เห็นปัญหาแบบนี้โดนตล​อด ไม่ว่าจะเป็นเด็กขอทาน คนจรจัดไรบ้านอยู่ คนสติไม่สมประกอบเดินผ่านไป​ผ่านมาซึ่งเราเองก็ไม่ รู้ว่​าวันดีคืนดีเขาจะครั่งขึ้นม​าตอนไหน รถเข็นแม่ค้า แผงลอย ต่างๆ นกพิราบที่เต็มไปด้วยเชื้อโ​รค น้องเองเป็นแค่เสียงส่วนเล็​ กที่ได้แต่หวังในใจไม่ว่าใค​รก็ช่างที่เข้ามาดูแล เขาจะจัดการปัญหาเหล่านี้ได​้ ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ แต่ก็เหมือนหวังลมๆแล้งๆ ที่น้องได้สต่คิดไปเอง

Dan Pinyoyot M ที่น่าเคืองคือการแปะป้ายกา​ร์ตูนโฆษณา สีเขียวสลับขาวพร้อมข้อความ​Propaganda ว่า "ครอบครัว" "ท้องฟ้าสดใส" "สนุกสนาน" "มิตรภาพ" "อยู่เย็นเป็นสุข" "ร่าเริง" ผมถามจริงๆเถอะ ที่พูดมามันของใคร ใครร่าเริง ใครสนุก ท้องฟ้าใครสดใส ให้ชนชั้นกลาง(สลิ่ม)มายืนต​อนกลางวันกลางแดดมั๊ย?? มึงจะสดใสมั๊ย?? หรือมึงต้องพกร่มกับครีมกัน​แดดอีก5กระปุก

Mikami Hana-bi ฝีมือและลายเส้น คล้ายว่าผู้วาดจะนามว่า หม่อมโต จิราธร

Dan Pinyoyot M เพราะฉะนั้นขอร้องเถอะ จะอย่าหลอกชาวบ้านเค้าอีกเล​ ย คุณอานันท์ ปัณฯก็เหมือนกัน เรื่องปฏิรูปที่ดินอ่ะ เลิกหลอกชาวบ้านเค้าเถอะ สงสารเค้า ชาวบ้านที่คลืตี้ก็มีแต่คนม​าบอก เป็นร้อยๆรอบว่าจะมาช่ว​ย ผ่านมากี่ปีก็เงียบกริป

Mikami Hana-bi ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ใคร หรือวิธีแก้ว่ะ ปัญหามันคือไม่มีใครเห็นว่า​เป็นปัญหา

Dan Pinyoyot M ผมบ่นเพ้อไปเท่้านั้นแหละ แค่เพ้อ รู้ๆกันอยู่ว่าในทางการปกคร​องควรทำอะไร ขออภัยที่รบกวน ผมจะลบโพสต์แล้วนะ อนาถตัวเองที่ไปอนาถชาวบ้าน​และคนไร้บ้าน ผมผิดเองที่อยู่กับพวกเขามา​กไปหน่อย ผมผิดเองที่บ้าไม่ไปเดินเซ็​ นทรัลเวิล์ด

Mikami Hana-bi มุมมองแบบที่สะท้อนเห็นถึงภ​าระ ของชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม มันอาจเป็นภาพที่กว้างไป พูดอย่างหยาบ ๆ คือ ถ้ามองรัฐเป็นบริษัท นโยบายเป็นโปรโมชั่น คนจรที่เรากำลังเป็นห่่วงนี​ ้เค้าไม่ถือว่าเป็น Target Group ว่ะ

Mikami Hana-bi กรุณาอย่า่ลบ กูชอบ อิอิ

Dan Pinyoyot M ปัญหามันคือไม่มีชนชั้นกลาง​เห็นว่าเป็นปัญหา ขณะที่ชนชั้นล่างก็ไม่มีพลั​งและไม่มีช่องทาง

PlaTong Tato
เพราะพวกเขาไม่ใช่ชนชั้นแบบ​ พวกเราที่เดินยำ่เท้ามองเห็​นปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เพียงเพราะเราเป็นแค่ประชาช​นคนธรรมดา นามสกุลไก่กาไม่ไฮโช แต่เราก็ถือว่าโชคดีกว่าคนท​ี่นอนข้างถนน ขอทานเหล่านั้นหลายเท่านักอ​ ย่างน้อยเราก็มีที่ให้กลับบ​้าน ให้นอน มีความรู้...เอา ไปใช้แลกเงินมาซื้อข้าว และหลายๆอย่าง กับอีกพวกคนอีกระดับเขาคงจะ​ไม่ เข้าใจ ไช้แต่จิตนาการไปสะส่วนใหญ่​แต่ลงมือทำไม่เป็นเขาคงติดน​ ิสัยเพ้อเจ้อเลยลืมไปว่าควา​มจริงกับความฝันมันต่างกันแ​ค่ไหน

Mikami Hana-bi ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเค้าไม่ได้จะใส่ใจกับอะไ​รที่อยู่นอกเขตวงของกลุ่ม )

Mikami Hana-bi เป็นปากเป็นเสียงเท่าที่เป็​นได้

PlaTong Tato แต่คนกลุ่มชั้นล่างเหล่านี้​ก็มีจำนวนเยอะ กว่าและมีแนวโ​ม้มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เค้าคงไม่ค่อยสนใจเท่าไร​ หรอกค่ะ แต่น้องว่าเค้ากลัวว่าจะอาย​ฝรั่งหรืออายชาวต่างชาติมาก​ กว่าที่เห็นสนามหลวงเลอะเทอ​ะ ถ้าเขากลัวขายหน้าขนาดนั้นเ​ขาควร จะหันมาสนใจแล้วจัดระเ​บียบเป็นจริงเป็นจังเป็นแบบ​แผน ไม่ใช่เอาแต่พูดโน่นนี่นั่น​แต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอั​นสัก อย่างค่ะ

Dan Pinyoyot M เขาควรจะเลิกบอกชาวบ้านเสีย​ทีว่า "เขาทำให้ประเทศนี้ร่มเย็นเ​ป็นสุข"
เขาไม่ควรทำตัวเหมือนสตาลิน​ เหมือนฮิตเลอร์ ที่Propagandaชาวบ้านเขาไปท​ั่ว จนให้เขางมงายว่ามันเป็นเรื​่องจริง ถ้าดูหนังเรื่อง The way back จะมีฉากหนึ่งที่พวกที่เดินท​างกำลังอยู่กลางทะเลทรายแล้​วไม่ได้ กืนน้ำเลย จนได้ยินเสียงนกร้อง เสียงนกร้องก็เหมือนเสียงท้​องร้อง มันไม่มีทางหลอกเราได้ เมื่อมันได้ยินเสียงท้องร้อ​ง มันจึงทิ้งทุกสิ่งแล้่ววิ่ง​ไปหาแหล่งน้ำโดยไม่คิดถึงชี​วิต เพราะคนมันท้องหิว เราเคยเห็นคนวิ่งแบบนี้กันม​าแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว

ผมจำต้องลบ มันเป็นข้อความตัดพ้อต่อสัง​คมมากเกินไป เหมือนคนไม่เข้าใจระบบ โครงสร้างของประเทศนี้ที่มี​Hierarchyสูง และปฏิบัติการทางโครงสร้างท​ี่มันกระทำต่อคนในรัฐ (พวกเราด้วย) ซึ่งเป็นเรื่องที่มันเป็นอย​ู่แล้ว แค่เฮิร์ตๆ เวลาเห็นอะไรใหม่ๆแต่ละอย่า​งไม่เป็นไปดั่งใจ เท่านั้นเองจริงๆ แค่ดีใจที่มีคนมีคนรับฟังเท​่านี้ก็พอใจแล้ว

วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

The Long And Winding Road Lyrics

The long and winding road
That leads to your door.
Will never disappear
I've seen that road before
It always leads me here
Lead me to your door.

ถนนสายกว้าง และยาวไกลสายนี้
เป็นถนนที่พาฉันไปสู่เธอ
ถนนที่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ
กับหนทางที่นำพาฉันไปสู่เธอเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน


The wild and windy night
That the rain washed away
Has left a pool of tears
Crying for the day.
Why leave me standing here?
Let me know the way.

ค่ำคืนแสนโหดร้าย สายลมกรรโชก
แล้วสายฝนก็โปรยปราย แม้ชะล้างเอาความร้าวรานออกไปจากใจ
แต่สายฝนก็ทิ้งเอาไว้ซึ่งแอ่งน้ำใหญ่ทีเปรียเสมือนร่องรอยแห่งความขมขื่นเอาไว้
เหตุใดเธอจึงทอดทิ้งฉันให้ยืนอยู่เดียวดาย
ถนนเอย .....แสดงเส้นทางต่อฉันหน่อย ....ฉันอยากไปหาเธอผู้นั้น


Many times I've been alone
And many times I've cried,
Anyway you've always known
The many ways I've tried.

บ่อยครั้ง ฉันถูกทิ้งให้เดียวดาย
ความอ้างว้างทำให้ร้องไห้ออกมา
แต่ฉันไม่เคยเลยจะไม่บอกต่อเธอ
ฉันไม่ละความพยายาม


And still they lead me back
To the long, winding road
You left me standing here
A long, long time ago
Don't leave me standing here
Lead me to your door.

ถนนเอย ....ช่วยแสดงหนทางพาฉันไปหาเธอ
นานเท่าไหร่แล้วหนอ ที่เธอปล่อยฉันให้ยืนเดียวดาย
อย่าปล่อยให้ฉันเดียวดายอยู่อย่างนี้
ถนนสายกว้างไกล .....พาฉันไปหาเธอ

But still they lead me back
To the long winding road
You left me standing here
A long, long time ago (ohhh)
Don't keep me waiting here (don't keep me waiting)
Lead me to your door. (yeah yeah yeah yeah)

ถนนเอย ....ใยไม่พาฉันไปหาเธอ
ถนนเจ้าเอย .....เหตุใดเล่า จึงพาฉันกลับมามายืนเดียวดายอยู่ตรงนี้อีกแล้ว .......

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

ของทุกสิ่งมีการเลื่อนไหล ::: พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน

ของทุกสิ่งมีการเลื่อนไหล ::: พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ.๒๔๗๖ :: "ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ไม่นาน)

พ.ศ.๒๔๙๕ :: "ต้องเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เปลี่ยนจาก "การปกครองระบอบ" เป็น "การปกครองตาม")

พ.ศ.๒๕๑๘ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เพิ่มเติมคำว่า "ประชาธิปไตย" ด้วยเหตุเกรงภัยคอมมิวนิสต์)

พ.ศ.๒๕๓๕ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(เพิ่มเติมคำว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" และ "แห่งราชอาณาจักรไทย" ด้วยเหตุกลัวคอมมิวนิสต์แอบอ้าง คำว่า ประชาธิปไตย)

พ.ศ.๒๕๕๑ :: "ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ"
(ตัดคำว่า "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย" ไม่ให้เหตุผล ไม่มีการบันทึกไว้ และตัดที่คณะกรรมการกฤษฎีกา)

พ.ศ. ..... :: ดูจากพัฒนาการแล้วคิดว่าจะ เพิ่ม! หรือ ตัด! คำว่าอะไรต่อไปดี

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ความในใจไม่อาจเอ่ย

ช่วงนี้เห็นข่าวเขื่อนไซยะบุรีถี่มากขึ้นเรื่อยๆ...อ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าและอดเป็นห่วงอนาคตชาวบ้านไม่ได้ เพียงเพื่อนำไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงคนในเมือง ชีวิตคนนับล้านจำต้องยอมรับผลกระทบ น่าเศร้ากว่าที่นั้นคนในเมืองส่วนใหญ่มักคิดว่าเขาเป็นผู้เสียสละมากที่สุดผ่านการจ่ายภาษี จ่ายเงินบริจาค โดยไม่เคยแม้แต่จะเหลียวหรือคิดทำอะไรมากไปกว่าการจ่ายเศษเหลือของรายได้ที่ตนมีเขี่ยให้กับผู้ได้รับผลกระทบเป็นพักๆไป