วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

วิกฤตยุบ บอ. กับ คำทักท้วงของนายขัว คนรักเพนกวิน

อยากขอให้อธิการฯเข้าไปตรวจสอบคุณภาพของสำนักบัณฑิตอาสาก่อนครับ (หรือหากท่านอธิการฯเข้าไปตรวจสอบแล้วก็ขออภัย) แล้วค่อยตัดสินใจยุบหรือไม่ยุบ โดยอาจเอางานค้นคว้าอิสระของสำนักบัณฑิตอาสาสมัครมากางกันต่อหน้าประชาคมธรรมศาสตร์เลยก็ได้ครับ ว่ามาตรฐานของบอ.อยู่ในระดับใด อยากขอให้ช่วยเทียบงานศึกษาอิสระของ บอ. กับสารนิพนธ์(โครงการปกติ)ของแต่ละคณะทางสายสังคมศาสตร์ไปเลยครับ อาทิ นิติฯ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมวิทยาฯ สังคมสงเคราะห์ ศิลปศาสตร์ ฯลฯ เพราะหากยังดีมีคุณภาพอยู่คงไม่มีเหตุผลที่ต้องยุบ เพื่อพิสูจน์ว่างานศึกษาอิสระที่ มธ. จ่ายเงินเดือนให้ บอ. แต่ละคนไว้ใช้ในช่วงไปศึกษาตามชนบทนั้น มันมีประโยชน์ต่อสังคมจริงหรือไม่ และอยากขอให้มีการเปิดเผยค่า impact factor หรือจำนวนการนำไปอ้างอิงที่ไหนก็ได้ ของงาน บอ.ว่าเป็นยังไง หรือค้างเติ่งอยู่ในชั้นวางหนังสือจนฝุ่นจับ ถ้ามันมีคนเอาไปใช้ต่อก็นับว่าเป็นประโยชน์ควรให้ บอ. อยู่ต่อ แต่ถ้ามันมีแต่งานที่ไม่เคยถูกนำไปใช้เลย แถมซ้ำซ้อนและคุณภาพต่ำกว่างานของคณะฯต่างๆ ก็ไม่รู้จะให้อยู่ไปทำไม

นอกจากนี้ บางทีตัว บอ. เองควรจะบอกให้สังคมให้ชัดเสียทีว่า ความเป็นบัณฑิตอาสามันต่างจาก อาสาสมัครอื่นตรงไหน ถ้ามันต่างกันตรงความเป็น"บัณฑิต" คำถามคือทุกวันนี้ บอ. แสดงบทบาทความเป็น"บัณฑิต"ชัดเจนพอหรือยัง หรือแสดงความเป็นผู้ใช้แรงงานอาสา(เหมือนเช่นอาสาทั่วไป)มากกว่า เพราะการเห็นความทุกข์ยากของประชาชนหรือการรู้จักชนบทสำหรับ "บัณฑิต"อาสาไม่น่าจะวัดกันที่การลงไปเดินตามท้องไร่ท้องนาหรือกินเหล้าร่วมแก้วกับชาวบ้าน แต่หากอยู่ที่ความสามารถของ"บัณฑิต"อาสาที่จะลงไปสืบค้นข้อมูล แล้วคิดวิเคราะห์ตามหลักทางวิชาการ เพื่อหาคำตอบหรือหาทางออกให้กับปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยให้กับแต่ละชุมชนหรือกับประเทศ บัณฑิตอาสารุ่นใหม่ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าในวันนี้ได้ผลิตงานอะไรบ้างที่จะเป็นเหมือนแสงสว่างส่องทางออกให้กับความมืดมิดของปัญหาทั้งในเมือง(ชุมชนแออัด)และชนบท โดยต้องไม่ลืมว่า บัณฑิตอาสามาแล้วก็ไปแต่ปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงอยู่

ปล. ขอคารวะ บอ. รุ่นเก่าผู้สร้างเกียรติประวัติ ซึ่งหลายท่านที่ผมได้มีโอกาสพบเจอยังคงกระจายตัวอยู่ในทุกพื้นที่เพื่องานให้สังคมอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับย่อยและระดับชาติด้วยบทบาท"บัณฑิต"อาสาอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่รุ่นพี่ๆจะร้องขอไม่ให้ยุบด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ต่างๆนาๆ ผมอยากจะขอร้องให้รุ่นพี่ๆลงไปดูภารกิจหลักของพวกเขา...บัณฑิตอาสารุ่นใหม่ นั่นคือคุณภาพทางวิชาการของงานศึกษาของ บอ. รุ่นใหม่ก่อนเป็นเบื้องต้น แล้วลงไปดูบทบาทของพวกเขาที่มีต่อสังคม ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นใหม่ๆอาจยังไม่เห็นชัดนัก แต่คงพอจะเห็นเค้าลางถ้ามันมี และฯลฯ แล้วค่อยอ้างเหตุผลทางประวัติศาสตร์

และอยากเป็นกำลังใจให้ บอ. รุ่นใหม่ ที่...ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นให้ได้ว่า บอ. มีคุณค่าอย่างไร ระบุตัวเองให้ชัดว่าแตกต่างจากคนอื่น-คณะอื่นอย่างไร เพราะการไปหวังพึ่งพิงแต่บุญเก่าโดยไม่สามารถบอกได้ว่าตนเองคือใคร? แตกต่างจากคนอื่นอย่างไร? พาลแต่จะทำให้บุญเก่านั้นร่วงโรยไร้ค่า และสิ้นเปลืองงบประมาณพวกค่าอยู่ค่ากินของ บอ. อันมาจากภาษีก็ตามหรือรายได้มหาวิทยาลัยก็ตามไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงอยากเสนอให้ บอ. ต้องเร่งพิสูจน์ตนเองบนเวทีระดับชาติให้ได้ก่อน อย่างสมัชชาปฏิรูปที่จะถึงนี้ก็ได้ ประชุมวิชาการระดับชาติเวทีต่างๆก็ได้ หรือวิกฤตที่ต้องมีการอาสาก่อนก็ได้ (ทั้งนี้ ยังไม่นับคำถามของสังคมต่อบทบาท บอ. ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ว่าองค์กรที่ก่อตั้งมายาวนานขนาดนี้ มีสมาชิกกระจายตัวอยู่ทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มีการจัดตั้ง มีงบประมาณสนับสนุน มีบทบาทนำในอดีต ฯลฯ จะไม่สามารถมีบทบาทนำอะไรได้เลยในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา) เพื่อเป็นข้อมูลและผลงานนำไปยันเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าวันนี้ บอ. ยังมีคุณค่าต่อสังคมอยู่ ที่สำคัญ การแสดงทัศนะอวดรู้ว่าตนนั้นเข้าใจชนบทหรือสังคมไทยเหนือผู้อื่นโดยไม่มีคำอธิบายหรือผลงานวิชาการเป็นที่ประจักษ์มาเปรียบเทียบ มีแต่จะทำให้คนภายนอกมองว่าทัศนะของ บอ. นั้นช่างคับแคบ ตื้นเขิน และไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน เหมือนเด็กเตะบอล อบต. แต่ไปด่านักเตะทีมชาติว่าเตะไม่เป็นไม่รู้เรื่องการเตะเหมือนนักบอล อบต. อย่างฉันหรอก เหมือนไปเย้ยนักวิชาการว่าพวกเอ็งไม่เข้าใจชนบทเหมือนพวกฉันหรอกเพราะฉันอยู่มาแล้วแทบทั้งชีวิตฉันจึงเข้าใจมากกว่า เพราะฉะนั้นอยากให้ระวังตรงนี้ ...เป็นกำลังใจให้นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น: