วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555
ผมโกรธจนมือสั่น
ชักเริ่มหงุดหงิด สัปดาห์นี้มีแต่คนด่าเรื่องไม่ไปกินเหล้าเบียร์ด้วยเกือบสิบรายแล้ว โดนตั้งแต่ต้นสัปดาห์ยันปลายสัปดาห์ ไม่เข้าใจจาอาไรกันหนักหนา ตอนกูชวนแต่ละคนไปกินแล้วไม่ไป กูไม่เคยว่าซักคำ แล้วที่ผ่านมาใครชวนไปไหนกูก็ไปหมด พอกูไม่ไปนี่ก็ด่ากูกันจัง ถ้าสะดวกไปอ่ะไปอยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้่ความผิดพลาดในปีที่แล้วเกิดซ้ำอีก ...เคารพการตัดสินใจกันบ้างจิ
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ได้เวลารวมนิยามสลิ่ม
1.โลกทัศน์ของชนชั้นกลางกรุงเทพฯที่มีนิยามว่าสลิ่มประการที่สำคัญคือ พวกเขารังเกียจพวกนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และฝากความหวังไว้กับศรัทธาบารมีของระบอบราชาธิปไตย
อ.โกร่ง พูดแล้วน้าาาาา
ในฐานะประธาน กยอ. นายวีรพงษ์ รามางกูร แถลง
"ภายใน 1 ปีจากนี้ไปต้องทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ในปีหน้าหากฝนตกต้องไม่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยเช่นนี้ขึ้นอีก ที่สำคัญ หลังจากนี้ หากทำให้บริษัทประกันภัยทั่วโลกเข้ามารับประกันโรงงานอุตสาหกรรมในเขตน้ำท่วมได้ก็ถือว่าเป็นผลสำเร็จแล้ว"
"ภารกิจต่อไป คือ การกลับมาบุกงานเรื่องความเชื่อมั่น ซ่อมสร้างสิ่งที่มีอยู่แล้วให้แข็งแรงมากขึ้น โดยจุดแรกคือ การทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาให้ได้ดังเดิม เพราะนักท่องเที่ยวถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะช่วยกระจายข่าวในลักษณะปากต่อปาก"
"ภายใน 1 ปีจากนี้ไปต้องทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ในปีหน้าหากฝนตกต้องไม่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยเช่นนี้ขึ้นอีก ที่สำคัญ หลังจากนี้ หากทำให้บริษัทประกันภัยทั่วโลกเข้ามารับประกันโรงงานอุตสาหกรรมในเขตน้ำท่วมได้ก็ถือว่าเป็นผลสำเร็จแล้ว"
"ภารกิจต่อไป คือ การกลับมาบุกงานเรื่องความเชื่อมั่น ซ่อมสร้างสิ่งที่มีอยู่แล้วให้แข็งแรงมากขึ้น โดยจุดแรกคือ การทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาให้ได้ดังเดิม เพราะนักท่องเที่ยวถือเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่จะช่วยกระจายข่าวในลักษณะปากต่อปาก"
วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
แนวทัศนะของRoyalistหัวก้าวหน้ากลุ่มเล็กๆ
"การบังคับใช้ของกฎหมายนี้รุนแรงเกินไปโดยเฉพาะในแง่ของการฟ้องร้องที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้สามารถกล่าวโทษ ทั้งนี้ เขาเสนอแนะว่า อาจมีการตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่สั่งฟ้องโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้กฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รวมถึงพิจารณาลดบทลงโทษให้ผ่อนคลายลงกว่าเดิมด้วย"
http://www.prachatai3.info/journal/2011/11/38077
http://www.prachatai3.info/journal/2011/11/38077
วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
royal pardon & amnesty
"ถาม (พระ) ราช (ทาน) อภัยโทษ (royal pardon)
กับ นิรโทษกรรม (amnesty) เหมือน และต่างกัน อย่างไร
ตอบ
ต่างกันที่ กรรมวิธี และผล
อภัยโทษ เป็นอำนาจของในหลวง
นิรโทษ เป็นอำนาจของรัฐสภา (ประชาชน)
ผลของอภัยโทษ คือ พ้นจากการถูกลงโทษ แต่ไม่พ้นผิด
ส่วน นิรโทษ เป็นการล้างให้หมด ทั้งความผิด และโทษ
ถือว่าไม่ได้กระทำผิดเลย"
--Charnvit Ks
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
เก็บประเด็นว่าด้วยเรื่องสำเนียง
จุดประสงค์สำคัญคือการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ ส่วนการพูดติดสำเนียง (accent) นั้นมิได้ถือเป็นปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นธรรมชาติที่เมื่อภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาสากลมากกว่าภาษาประจำชาติ การพูดติดสำเนียงจึงถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งท่ามกลางกระแสค่านิยมการไม่เลือกปฏิบัติ (nondiscrimination) ด้วยแล้ว มาตรฐานในโลกตะวันตก (อย่างน้อยก็เป็นมารยาทในสังคม) คือ การพูดติดสำเนียงไม่เป็นปัญหา แต่การดูถูกคนที่พูดติดสำเนียงนั่นแหละเป็นปัญหา
คนไทยเรายังยึดค่านิยมว่า "สำเนียงกลางเท่านั้นที่ถูกต้อง" อย่างแข็งขัน เราเห็นตลกล้อเลียนภาษาไทยสำเนียงอื่นบ่อยครั้ง และที่แน่ๆ เราจะไม่มีทางได้เห็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว หรือแม้แต่นักแสดงพูดด้วยสำเนียงอื่นนอกจากสำเนียงมาตรฐานเลย (ยกเว้นมุ่งให้เกิดความตลก)
ประธานาธิบดีหู จิ่น เทา ของจีนสอบตกการเป็นประธานาธิบดี ตั้งแต่อยู่ที่มุ้งเลยครับ เพราะท่านมิได้พูดภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียวในพิธีการที่ต้องเกี่ยวข้องกับต่างชาติ
จากมุมมองที่คนต่างประเทศ เขาไม่ได้เห็นว่าสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์พูดไปในการแถลงการณ์ร่วมนั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอายของประเทศไทยเลย "ความน่าอับอาย" นั้นเป็นสิ่งที่คนไทย "คิดไปเอง" โดยการเอาค่านิยมของตัวเองเป็นตัวตั้งครับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1321696966&grpid=&catid=02&subcatid=0207
คนไทยเรายังยึดค่านิยมว่า "สำเนียงกลางเท่านั้นที่ถูกต้อง" อย่างแข็งขัน เราเห็นตลกล้อเลียนภาษาไทยสำเนียงอื่นบ่อยครั้ง และที่แน่ๆ เราจะไม่มีทางได้เห็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว หรือแม้แต่นักแสดงพูดด้วยสำเนียงอื่นนอกจากสำเนียงมาตรฐานเลย (ยกเว้นมุ่งให้เกิดความตลก)
ประธานาธิบดีหู จิ่น เทา ของจีนสอบตกการเป็นประธานาธิบดี ตั้งแต่อยู่ที่มุ้งเลยครับ เพราะท่านมิได้พูดภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียวในพิธีการที่ต้องเกี่ยวข้องกับต่างชาติ
จากมุมมองที่คนต่างประเทศ เขาไม่ได้เห็นว่าสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์พูดไปในการแถลงการณ์ร่วมนั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอายของประเทศไทยเลย "ความน่าอับอาย" นั้นเป็นสิ่งที่คนไทย "คิดไปเอง" โดยการเอาค่านิยมของตัวเองเป็นตัวตั้งครับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1321696966&grpid=&catid=02&subcatid=0207
ทำไม"คนคุณภาพ"ถึงชอบอธิบายสั้นๆเป็นคำด่า
สงสัยมานานแล้ว: ทำไมคนชั้นกลางในเมืองที่มีการศ ึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึงแหล่งทรั พยากรและได้รับการอบรมตามแบบกระ ฎุมพีในสถาบัน ถึงนิยมใช้คำสบท ดูหมิ่น ด่าทอ ผรุสวาท หยาบคาย กักขฬะ ป่าเถื่อน ในการให้ความคิดเห็นไม่เฉพาะในท างการเมืองแต่ในการดำรงชีวิตด้ว ย (โดยเฉพาะพนักงานในภาคธุรกิจ) เหมือนกับจะยกย่องให้เป็นความสา มารถพิเศษชนิดหนึ่งที่ชนชั้นกลา งในเมืองควรจะฝึกฝน ใครที่ด่าเก่งก็จะได้รับคำชมว่า เลิศ อัจฉริยะ ฉลาดสุดๆ เยี่ยมมากเลยคะน้องขาา ถูกใจมากๆเลยค๊าาา~ ทำไม?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
+colour.jpg)