วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ทัศนะโชค!!!

ผมขอสนับสนุนให้ คุณโชค บูลกุล เสนอพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟาร์มโชคชัย เพื่อเป็นตัวอย่างแก่สังคมตามที่คุณโชคเห็นดีเห็นงานกับการก่อสร้างครับ!!!

วิธีทำงานของผู้นำ!!!

ผู้สื่อข่าว:: "สรุปแล้ว(งบฯ)ประมาณเท่าไหร่ครับ"

ประยุทธ์ อดีต หน.ผู้รับผิดชอบสถานการณ์ฉุกเฉิน[ศอฉ.]:: "ไม่รุ!!! ไม่ทราบ!!! ไปหาตัวเลขมาเอง!!!!!"

.....เออ ดีเนอะ เบิกจ่ายเบี้ยประชุมทุกรอบ ตัวเลขพื้นฐานแค่นี้ท่านไม่รู้ ไม่ทราบ แล้วท่านก็ให้ผู้สื่อข่าวไปหามาเอง ผมว่าท่านแบ่งเบี้ยเลี้ยงเบี้ยประชุมให้ผู้สื่อข่าวบ้างก็ดีนะคับ

หรือไม่ท่านก็ตั้งสื่อขึ้นมาทำหน้าที่แทนท่านก็ได้ครับ ดูพวกเขาจะสนใจใคร่รู้ข้อมูลในการทำงานมากกว่าท่าน ซึ่งรับหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ท่านไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับงบฯเลย!!!!

ปล.ผมซึ้งใจเลยคับที่ประเทศอันร่มเย็นของเราประชาชนสุขสบายทุกหย่อมหญ้า...มีผู้นำกองทัพที่ทำงานอย่างท่าน

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Wish that those who follow fake sufficiency economy in the government may read this, at least this guy appears to be more sincere!

Chiang Mai, Thailand - Sorayut Chayapanyo, the 32-year-old abbot of the Doi Pha Som forest temple, has found little use for his Stanford University economics degree in the hills of Chiang Mai.

'I studied pure, hard-core, theoretical economics and now I can say it's all BS,' Sorayut said, sitting in his spartan hut on top of Pha Som hill.

'Western economics are leading us to a dead end. It was a mistake from the first equation they used - the optimization equation,' he said.'Western economics is all about people being driven by greed.'

Sorayut was ordained as a monk eight years ago in New York, after graduating from Stanford University and working in the United States for two years, including a stint at the World Bank.


http://www.monstersandcritics.com/news/asiapacific/features/article_1607259.php/Western-educated-monks-inject-new-blood-into-Thai-Buddhism-Feature

Sorayut argued that the theory makes economic sense in impoverished rural areas where access to the market economy is difficult.

Often misunderstood as being anti-capitalist and anti-Western, Sorayut argued that sufficiency economy is somewhere between the market economy and socialism, following the Buddhist precept of learning to be content.

'Sufficiency economy means trying to depend on yourself when possible,' Sorayut said. 'In the market economy money is everything, but in sufficiency economy, money is just one thing. Water, rice and trees have value too, as does love and friendship. Generosity is more important than profit.'

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พบหนทางเยียวยา!!

กีกี้ชี้!!! "ซิ่งเอฟวันเป็นการกู้ภาพลักษณ์ให้ประเทศไทย" พระเจ้าา!!!อะไรมันจะง่ายดายปานนั้น

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ตุนๆขอลาว2!!!!!!!!


DAY 2
09.00 คือเวลาที่ทัวร์ส่วนใหญ่จะเริ่มออก หลังจากนี้ก็เที่ยวให้สนุกแล้วกานน อ่าลืมเอากล้องกันน้ำไปด้วยหล่ะ
16.00 น่าจะเป็นเวลาที่คายัคกิ้งจบลง ที่เหลือท่านก็พักผ่อนตามความพึงพอใจ ไม่แนะนำให้ดื่มหนักไปเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ไหว หรือจะลองไปผับของวังเวียงดูก็ได้ เผื่อจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมวัยรุ่นของคนที่นั่น

DAY 3
06.30 ส่วนนี้คือส่วนที่ผมยังไม่เคยไป แต่ตั้งใจว่าหากมีโอกาสจะไม่พลาดอีก ก็คือปั่นMTB ไปบลูลากูน + เส้นทางอื่นๆ
ค่าเช่าจักรยานจำไม่ได้แล้น แต่เลือกรถดีๆที่มันดูปั่นสนุกหน่อยก็น่าจะเพลิน ระยะทางถ้าจำไม่ผิดไป-กลับ ประมาณ 30km. เตรียมชุดไปเล่นน้ำ เตรียมหนังสือไปนั่งอ่าน เตรียมเพลงไปนั่งฟัง ที่สำคัญเตรียมsun block กับหมวก+แว่นกันแดดไปด้วย ส่วนจุดจอดรถก็ไม่ต้องห่วง เค้ามีสายล็อคพร้อมกับจุดจอดที่มีคนเฝ้าให้ ส่วนจะกลับที่พักกี่โมงก็แล้วแต่ความพึงใจ ผมว่านี่เปนกิจกรรมที่น่าสนใจที่สุด (แต่ไม่ค่อยมีใครเอากับผมด้วยเท่าไหร่)

DAY 4
08.30 คือเวลาที่รถออกจากวังเวียงในรอยเช้า ถ้าพลาดรอบนี้จะต้องรออีกทีรอบบ่าย ผมแนะนำรอบนี้ก็เพราะหากกลับเวียงจันทน์จะมีเวลาอีกเยอะในการไปเที่ยวที่ต่างๆต่อ และที่สำคัญรวมถึงหาที่พักด้วย
14.00 ประมาณเวลาถึงเวียงจันทน์ หาที่พักคลายร้อนก่อนเลย ลองเดินๆถามดูที่เดิมผมก็จำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน ต้องอยู่ในสถานที่จริงผมถึงจะจำได้ ส่วนสถานที่เที่ยวในเวียงจันทน์ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจะเดินไปตรงไหนยังไงก็แล้วแต่ท่านตามสะดวก ผมได้แนบแผนที่มาให้ด้วยแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่เป็นโซนๆ เช่นพวกวัดพระแก้วมรกต วัดสีสะเกด ฯลฯ หนทางที่ดีที่สุดคือหา Free copy ที่ชื่อ “ไปไส” ให้เจอ ในนั้นจะมีระบุ events ของแต่ละเดือน ร้านอาหารที่แนะนำ galleryและร้านกาแฟที่น่านั่ง

DAY 5
12.30 ได้เวลาเดินทางกลับ แนะนำให้ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งเช่นเดิม เพื่อที่จะได้ไปลงที่บขส.หนองคายแล้วต่อรถไปกรุงเทพฯ หรือจะเลือกซื้อทัวร์เวียงจันทน์-กรุงเทพฯ (ข้าวสาร) เหมือนที่เคยทำมาแล้ว โดยขึ้นรวดเดียวจากเวียงจันทน์ไปกรุงเทพฯก็ไม่ว่ากัน แต่ราคานี่ผมไม่แน่ใจ ลองเช็คแล้วเปรียบเทียบดูอีกทีแล้วกัน


ประมาณค่าใช้จ่าย :: 6 – 7,000฿ (min::5,000฿)
ประมาณเวลาเดินทาง :: 5 วัน 5 คืน
ประมาณจำนวนขวดเบียร์ :: 12 – 24 ขวด/คน

ตุนๆขอลาว!!!!!

เกริ่นก่อน ...ความจริงผมไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็นการวางแผนกำหนดการนัก เพราะมักทำให้เราแคล้วคลาดกับความลำบากในการได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่าง แคล้วคลาดกับความผิดพลาดซึ่งเป็นสิ่งสวยงามในชีวิตมนุษย์ แต่การวางแผนและศึกษาข้อมูลล่วงหน้าก็มีข้อดีของมันอยู่เหมือนกัน มันทำให้เราใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดโดยเฉพาะ"เงิน+เวลา"ให้เกิดผลสำเร็จ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ร่วมขบวนการของท่านทุกคนล้วนอยู่บนข้อจำกัดไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่จะbalanceสองจุดระหว่างประสบการณ์ที่ต้องยอมรับผลรับล่วงหน้าในความผิดพลาด กับ การลดข้อผิดพลาดในการใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุดโดยไม่เสียสุนทรีย์ภาพในความเป็นมนุษย์ จึงอยู่ที่ความสามารถในการจัดการของท่านเอง!!!!!

ก่อนออกจากบ้าน.......ห้ามลืมพาสปอร์ตเด็ดขาดเด้ออ และห้ามปิด/ไม่รับโทรศัพท์ด้วย!!!

DAY 1

18.30 - 05.05 รถไฟ ด่วน ขบวน 77 ออกจากกรุงเทพฯ 18:30 ถึงหนองคาย 05:05 คาดว่าถึงจริงประมาณ05.30น. ค่าโดยสาร 498 บาท

05.30 – 06.00 นั่งรถสกายแลป เข้าตัวเมืองหนองคายเพื่อกินข้าวเช้าที่ตลาดเช้า อาหารแนะนำก็เช่น ข้าวเปียก(ก๋วยจั๊บญวนนั่นแหละ) ขนมเหนียว (มันคล้ายๆกับปากหม้อ) แล้วก้อำวกไข่กะทะ ขนมปังไรเทือกนี้

07.30 คือเวลารถรอบแรกออกจากหนองคายไปเวียงจันทน์ ให้ท่านจงรีบบึ่งจากหน้าหม้อข้าวเปียก มาขึ้นรถ หากพลาดเที่ยวเวลานี้ รอบถัดไปคือเวลา 09.30น. และถัดจากนี้ก็เป็นรอบเที่ยงเลยนะฮ้าฟฟฟฟ อัตราค่าโดยสาร 55 บาท

08.00 ประมาณเวลาว่ารถมันน่าจะมาถึงด่าน ตม.ไทย (ถ้ามันออกตรงตามเวลานะ) ให้ท่านลงจากรถมากรอกแบบฟอร์มแจ้งการออกนอกประเทศ เขียนทั้ง 2 ด้านเลยนะคับ ทั้งขาไปและขากลับ จากนั้นก็ไปต่อคิวที่ด่านรอประทับตราแล้วก็โดดขึ้นรถเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องVISAนะคับ เพราะสิทธิพิเศษจากข้อตกลงของอาเซียน

09.00 คือประมาณเวลาที่น่าจะถึงด่านตม.ลาว จากจุดนี้ให้ลงอีกรอบหนึ่ง เพื่อมาประทับและเสียค่าผ่านเข้าประเทศ ผมจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ เอาเป็นว่าไม่แพง สิ่งสำคัญที่ต้องทำมี 2 อย่าง

1.เมื่อขั้นตอนการเข้าเมืองเสร็จให้หันซ้ายแว๊ปไปแลกเปลี่ยนเงินตราเสียให้เรียบร้อย ผมว่าแลกไปเลยคับเท่าทีมีในกระเป๋านั่นแหละ สมมมติถ้ามี6,000 ก็แลกเสียซัก 5,000 ไม่ต้องกลัวใช้ไม่หมดคับ แล้วถ้าเหลือก็มาแลกที่ด่านก่อนออกนอกประเทศก็ได้คับ การใช้เงินลาวในประเทศลาวจะดีกว่าใช้เงิน$หรือ฿ เพราะซื้อของได้ถูกกว่าพอควรเลยทีเดียว

2.ให้ไปเอาแบบฟอร์มของทางการลาวมากรอก ที่เห็นเขาต่อคิวกันยาวๆนั่นแหละคับ เขากรอกแบบฟอร์มของลาวกันเรียบร้อยแล้ว รอประทับตราและเสียเงินเข้าเมืองได้เลย

เสร็จแล้วก็โดดขึ้นรถต่อเลยคับ รถจะวิ่งเข้าไปถึงตัวเมืองเวียงจันทน์ *(นี่คือข้อดีของการขึ้นรถที่สถานีขนส่ง!! เพราะถ้าขึ้นรถที่ด่านตม.ไทย คุณจะต้องหารถต่อจากด่านตม.ลาวเข้าเวียงจันทน์อีก แต่หากคุณพลาดมาขึ้นรถที่มีให้บริการรับส่งจากด่านตม.ไทยซึ่งไปส่งคุณถึงเพียงแค่ด่านตม.ลาว คุณต้องหารถจากตม.ลาวเข้าเวียงจันทน์เอง ...ให้ระวังโดนโก่งราคาค่ารถนะคับ มันขูดรีดขูดเนื้อกันเลยทีเดียว ให้ต่อราคาไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ราคาเค่าโดยสารเป็นที่น่าพอใจ ผมไม่ชัวร์นะว่ามันควรจะราคาเท่าไหร่สำหรับค่ารถจากด่านตม.ลาวไปเวียงจันทน์สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ผมคิดว่ามันไม่ควรจะเกิน 40 -60฿/คน สำหรับคนลาวผมถามเค้าแล้ว เค้าบอกประมาณซาวห้าบาท)

10.00 น่าจะถึงเวียงจันทน์แล้ว จากจุดนี้คุณๆก็ต้องตัดสินใจเอาแล้วหล่ะว่าจะเที่ยงเวียงจันทน์ก่อนหรือจะไปวังเวียงก่อน ผมแนะนำให้ไปวังเวียงก่อนเลยแล้วกัน มันจะได้เป็นการพลิกบรรยากาศอย่างฉับพลัน น่าจะสร้างความประทับใจให้คุณๆได้ไม่น้อย

จากเวียงจันทน์ไปวังเวียง ผมแนะนำให้ขึ้นรถทัวร์/บัส จะประหยัดกว่าเหมารถตู้เยอะ เวลาที่ใช้ในการเดินทางก็ไม่ต่างกันมากด้วย เพราะฉะนั้นจึงคุ้มกว่า บริษัททัวร์ชื่อไรผมจำไม่ได้ เบอร์โทรก็จำไม่ได้ แต่ที่ตั้งมันอยู่ตรงข้ามกับLao National Cultural Hall(ที่วงไว้) ถ้าไปไม่ถูกก็ไปตั้งหลักที่ Joma (ที่ทำสี่เหลี่ยมไว้) แล้วเดินถามเอานิดเดี๋ยวก็ถึงลองดู....สนุกดี!!!

ปล.ไปจองตั๋วก่อนแล้วค่อยมากิน Joma ก้อได้...รู้ทันตุนๆ!!!




11.00 ผมจำรอบรถไม่ได้ ราคาก็จำไม่ได้เช่นกัน คุณๆคงต้องถามดูเอาเองแล้วหล่ะ อัตราค่าโดยสารไม่ควรเกิน 80,000กีบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ก็จะถึงวังเวียง วิวตลอดสองข้างทางสวยช่วงนี้คงได้เห็นทุ่งสีทอง

16.00 ไม่เกินนี้น่าจะถึงวังเวียงได้แล้ว ด้วยความที่วันนี้ก็เย็นแล้ว และผมเดาว่าหลายคนคงเกิดอาการคลื่นเหียนจากการเดินทาง เพราะฉะนั้นเย็นนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรมากหาที่พักก่อนเลยแล้วค่อยลงมาเดินเล่นก็ได้

สำหรับที่พัก ผมแนะนำว่าให้พักอยู่ข้างในตัวเมืองวังเวียงเลย พวกที่เป็นเฮือนพัก Guest House ทั้งหลายนั่นแหละ อย่าไปหวังกับIsland ที่พักติดน้ำตอนนี้มันค่อนข้างเสื่อมแล้ว ไม่ค่อยมีคนดูแล ออกจะเน้นไปทางดื่มกินมากกว่า และที่สำคัญราคาก็ไม่ต่างกันมากกับห้องแอร์ของGuest Houseที่อยู่ในตัวเมือง

ที่พักที่ผมแนะนำคือเฮือนพัก ป๊อปปูล่า วิว จะอยู่ติดกับแม่น้ำซองเลย วิวดี มี3-4ชั้น ถ้าอยู่ชั้นบนๆนี่มองออกไปเห็นวิวดีกว่าอยู่Island ห้องก็ใหม่กว่า ห้องน้ำสะอาด และมีห้องแบบสามเตียงด้วย ส่วนสี่เตียงไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า อีกที่ที่ผมขอแนะนำคือ Guest House ที่อยู่ติดกับร้านอาหารลาว เยื้องๆกับ Green Discovery แต่ที่นี่ไม่มีวิว เพราะฉะนั้นผมจึงแนะนำที่แรกมากว่า

ราคาค่าห้อง สารภาพอีกว่าจำไม่ได้ แต่ไม่เกิน 500-600฿ สำหรับหนึ่งห้องสองเตียง ลองเดินถามๆดู เผื่อได้ราคาและสถานที่ถูกใจ

ปล.คราวที่แล้วที่พึ่งไปมาไปเจอรุ่นน้องคนไทย เค้าแนะนำให้พักที่จำปาลาว เป็นของคนไทยเองมาลงทุนในลาว เห็น”เขาบอก”ว่าสวยสงบใช้ได้ ผมเองก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน แต่กะว่าครั้งหน้าจะลองแว๊ปไปดู เผื่อพี่สนใจเลยแนบข้อมูลให้มาด้วย-->>ตามด้านล่างเลยคับ

Champa Lao
No frills near the party
Champa Lao is one of two guesthouses on the main party island in the middle of the Nam Song, which is predominantly made up of shanty dance venues and chill-out bars, happily pumping out tunes until whenever the curfew happens to be. In early 2007 the bungalows were closed for repair. Their style remains the basic bamboo structure with no frills. Champa Lao now have rooms for rent in a pair of adjacent traditional Lao hardwood houses on the mainland overlooking the bungalows. The down-to-earth theme is continued here -- poky spaces, small shutter windows, simple furnishings, shared bathroom facilities and wafer-thin bamboo screen walls all represented in the price of USD2 a pop. In a great location, but not if you like an early night.




17.00 เย็นย่ำขนาดนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเดินเล่นริมน้ำซอง ไม่ก็นอนอืดอยู่บนห้องจากพิษเมารถเมื่อบ่ายที่ผ่านมา หรือจะลงไปหาไรกินก็แล้วแต่ท่านหล่ะคับคราวนี้

นอกจากเดินเล่นแล้วท่านต้องไม่ลืม!!! ไปจองทัวร์คายัคกิ้งไว้ให้เรียบร้อยก่อนมันจะเต็ม ต้องไม่ลืมว่าเราสามารถขอดูรอบที่เราจะไปได้ว่ามีชาติใดบ้าง เพราะฉะนั้น แผนการ ”เกาะ ดม ชม” ญี่ปุ่น เกาหลี จึงเป็นสิ่งที่ “พลาดไม่ได้”!!!!! การไปกับพวกสแกนดิเนเวียร์หรือพวกเยอรมันก็ดี มักไม่ค่อยน่าประทับใจ เพราะส่วนใหญ่มันเป็นผู้ชายที่อัธยาศัยคนละแบบกับสาวเอเชีย!!!!

บริษัททัวร์มีหลากหลายก็จริง Green Discoveryก็ดูดี แต่แพง!!! ผมไปลองทัวร์ของบริษัทอื่นแล้ว แม่งอำผม!!! ผมย้ำถามแล้วนะว่าจุดพักมีสไลด์เดอร์ใช่มั๊ย มันก้อตอบว่ามี พอไปจริงไม่มี มีแต่โหนโรยตัวลงน้ำ เพราะฉะนั้น พี่ก็ลองถามดูให้ดีแล้วกัน เอาบริษัทเดิมก็ได้!!! จำได้ใช่ม่ะ??? ถ้าจำได้ว่าอยู่ตรงไหนไม่พูดซ้ำแล้วนะ....^^


ปล. 1. ระวัง!!! บาแก๊ตอันใหญ่ กินคนเดียวยังไงก็ไม่หมดหรอกคับท่าน ถ้าท่านกินหมดช่วยถ่ายคลิปมาให้ผมดูด้วย อยากเห็นหน้า
ปล. 2. มีร้านนึงตรงข้าม Sanaxay Restaurant (ชนะไชย เรส.)ขายBucket เหมือนกัน เอาไว้นั่งชิวๆเผาหัวก่อนไปเกรียนที่ Bucket Bar
ปล. 3. อาหารแพง อย่าลืมนะคับ มันแพง ระวังเงินจะหลุดไปกับเรื่องอาหารการกินโดยไม่รู้ตัว!!!

Conservative States

“เรต ห” คือเสื้อคลุมอำพรางการผูกขาดอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมของคนเพียงกลุ่มเดียวที่อยู่ใน “อำนาจ” ภายใต้ข้ออ้างลวงเรื่อง “ศีลธรรมอันดีงาม”

"ท้ายที่สุด “เรต ห” คือการรุกล้ำ ล่วง ละเมิด และกระทำชำเราคุณค่าพื้นฐานทางประชาธิปไตยที่มีศิลปะเป็นแม่แบบที่เปิดกว้างที่สุด โดยปราศจากเสรีภาพ “ภายใน” และ “ของ” ศิลปะแล้ว ก็ไม่อาจจะมีประชาธิปไตยได้ และหากชนใดปราศจากเสรีภาพในการแสดงออกและเสพสุนทรียะ ชนนั้นไม่ได้แค่ถูกปิดตา ปิดหู ปิดปาก แต่ยังถูกปิดหัวใจและจิตวิญญาณอีกด้วย"

,วันรัก สุวรรณวัฒนา